Dai-Mao : KEEP
posted on 09 Jul 2010 17:42 by kuroikuruma in fan-fictionTitle: KEEP
Pairing: Dai x Mao (ของมันแน่อยู่แล้ว!)
Author: p.k.a
Author's note: ทุกอย่างเป็นฟิค อย่าคิดมาก (ลอกใครมาเนี่ย)

การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องทะคุมิคุง ซีรีย์ บิโบ โนะ ดีเทล เสร็จสิ้นลงไปอย่างงดงาม ทีมงานต่างพากันเก็บของให้ทันกำหนดการในการของเช่าสถานที่ ทั้งช่างแต่งหน้าเองก็ดี ช่างไฟเองก็ดี ต่างขนของแพ็คเตรียมตัวเดินทางกลับไปยังโตเกียว จะเหลือก็แต่สไตลิสต์ประจำกองที่ดูจะยืนพิจารณาเสื้อสูทนักเรียนสีฟ้าอยู่นาน คิ้วของหญิงสาวขมวดมุ่น ก่อนจะหันกลับไปมาถามคนที่ดูจะตัวติดกับเสื้อสูทตัวนี้มากที่สุด
"วะตะนะเบะคุง...เอาเสื้อไปเกี่ยวอะไรมาหรือเปล่า..."
เจ้าของชื่อที่กำลังเก็บของลงกระเป๋าเงยหน้าขึ้นมา ทำหน้าเหลอหลา
"เห?...อะไรนะครับ...."
ว่าพลางดึงหูฟังไอพอดข้างหนึ่งออกจากหู
"คือ...เสื้อเนี่ย...เหมือนกระดุมมันจะขาดไปเม็ดนึงน่ะ ...ไปเดินชน เกี่ยวอะไรมาหรือเปล่าคะ..."
หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง พลางยกเสื้อให้อีกฝ่ายดู กระดุมเสื้อเม็ดหนึ่งหายไปจริงๆ
"อ้อ...นั่น..เอ่อ...."
วะตะนะเบะ ไดสุเกะ ผู้ที่รับบทเป็น กีย์ เจ้าของเสื้อนักเรียนตัวนั้นชี้พลางเอียงคอเหมือนพยายามจะนึก
"อ่า.....อาจจะไปเกี่ยวตอนเดินผ่านสวนข้างนอกนั่นก็ได้ครับ..ไม่แน่ใจเหมือนกัน ขอโทษนะครับ"
ว่าพลางก็ก้มหัวขอโทษอีกฝ่ายเล็กน้อย
"อ้อ เหรอคะ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่นึกสงสัยน่ะค่ะ แค่นี้เองเดี๋ยวฉันเย็บกลับแป๊บเดียวก็เสร็จแล้วล่ะค่ะ ยังต้องใช้ถ่ายภาพโปรโมทอีกนี่นะ"
หญิงสาวว่า ท่าทางข้อข้องใจเมื่อครู่จะหายไปเยอะก่อนจะเดินไปอีกทางโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า ไดสุเกะกำลังยกมือขอโทษขอโพยเธอแบบสูงท่วมหัว
ไดสุเกะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนเร่งมือเก็บของใช้กระจุกกระจิกของตัวเอง รวมไปจนถึงบทปึ้งหนาลงกระเป๋า คว้าเสื้อแจ็คเก็ตวิ่งฉิวออกมาจากห้องที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวให้เร็วที่สุดก่อนที่สไตลิสต์ยะมะมุระจะสังเกตเห็นอะไรไปมากกว่าการที่กระดุมเสื้อมันขาดหายไป เพราะแท้จริงแล้วมันไม่ใช่แค่กระดุมขาด
...คิดอะไรแปลกๆนะเด็กนั่น...
ริมฝีปากของชายหนุ่มหยักยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่เขาใช้คำแทนว่า "เด็กนั่น" มือแกร่งตบเบาๆลงบนช่วงท้องของตัวเองแล้วผลักประตูเปิดออกไปยังด้านนอกที่มีลมเย็นของต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดเข้ามากระทบใบหน้า
++++++++++++++++++
หนึ่งชั่วโมงก่อน...
"โอเค ถ้าอย่างนั้น...วะตะนะเบะ ไดสุเกะซัง กับ ฮะมะโอะ เคียวสุเกะซัง...ออลอัพแล้วครับ ขอบคุณทั้งสองคนมากครับ!"
เสียงผู้กำกับเอ่ยหลังจากสั่งคัทเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าการถ่ายทำในบทของนักแสดงสองคนสุดท้ายของกองถ่ายได้เสร็จสิ้น ลง มีการพูดคุยกล่าวขอบอกขอบใจในการทุ่มเทให้กับการทำงานกันเล็กน้อย ก่อนที่นักแสดงนำทั้งสองคนจะเดินออกจากฉากเพื่อกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างเครื่องสำอางค์ออกหน้าที่ของพวกเขาทั้งสองก็จะถือว่าเป็นอันจบลงแต่เพียงเท่านั้นก่อนจะต้องรอเพื่อฉลองปิดกล้องกันอีกเล็กน้อยต่อจากนั้น
ทางเดินจากอาคารที่เป็นฉากในการถ่ายทำกลับไปยังตัวอาคารหลักที่มีห้องแต่งตัวและเครื่องทำความร้อนให้พอรู้สึกอุ่นนั้นมีต้นสนขนาดใหญ่ปลูกเรียงเป็นทิวแถว British Hill ในยามกลางวันแม้จะให้บรรยากาศว่าเดินอยู่ท่ามกลางชนบทในอังกฤษ แต่พอฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีกลับให้บรรยากาศชวนรู้สึกวังเวงอย่างบอกไม่ถูก ร่างบางในชุดนักเรียนสีฟ้าสดยืนอยู่กลางทางเดินนั้นเงยหน้าขึ้นมองฟ้าเหนือยอดสน ดวงตากลมเหม่อลอย ออกไปไกล ใบหน้าอ่อนวัยเปื้อนรอยยิ้มจางๆ
"ทำอะไรน่ะ...มะโอะ"
หนุ่มรุ่นพี่เดินเข้าไปทัก
ดวงตากลมโตนั้นเป็นประกายเมื่อหันกลับมามองพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังระบายอยู่บนใบหน้า
"เปล่าฮะ...ไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย"
"ก็เห็นยืนมองอะไรอยู่คนเดียว...มีอะไรรึเปล่า"
ไดสุเกะก้าวเข้ามายืนใกล้ๆพลางเงยหน้ามองยอดไม้ในทิศทางที่อีกฝ่ายมองบ้าง คำถามนั้นทำให้ เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆหัวเราะออกมาเบาๆ มือเรียวยกขึ้นปิดปากตัวเองเล็กน้อยด้วยเคยตัว เสียงหัวเราะเบาๆนั่นทำให้ไดสุเกะต้องหันไปมองก่อนจะหัวเราะออกมาบ้าง
"อะไรเล่า"
"เปล่าครับ...ไม่มีอะไร ก็แค่....มองเหมือนมองโรงเรียนเก่าตัวเอง...ก็เท่านั้นล่ะ"
ฮะมะโอะ เคียวสุเกะ หรือที่ใครๆรวมทั้งคนตรงหน้าเรียกว่า "มะโอะ" ตอบพลางก้าวเดินต่อ
"มองโรงเรียนเก่า?...อะไรล่ะนั่น..."
คนอายุมากกว่าหัวเราะกับคำพูดของอีกฝ่าย
"ก็วันนี้น่ะ มันเหมือนวันสุดท้ายที่พวกเราจะอยู่ที่"โรงเรียน" ไม่ใช่รึไง....สนุกมากเลยน้า..มากองถ่ายเนี่ย แค่ไม่กี่วันก็เถอะ..."
เด็กหนุ่มกางแขนออกทั้งสองข้างพลางสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาหลับพริ้ม ก่อนจะหันหน้ามามองคนที่เดินตามมาอย่างกะทันหัน
"หรือไดจังไม่คิดแบบนั้นล่ะ"
"อ้อ...เข้าใจแล้ว...คิดซิ่ " ชายหนุ่มตอบ
"มาที่กองถ่ายกับพวกนายสนุกจะตาย...ถึงฉันจะต้องคอยตามล้างตามเช็ดพวกนายก็เถอะนะ..."
ว่าพลางในหัวก็นึกถึงเรื่องป่วนๆของนักแสดงร่วมคนอื่นๆที่อายุอานามไล่เรียงกับคนตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาทำท่าเหมือนคนแก่ก็ไม่ปาน
"เฮ้อ...เหมือนจับปูใส่กระด้งเลยให้ตาย...."
"ปูอะไรกันละฮะ คนทั้งนั้นล่ะ...!" เคียวสุเกะเถียงทันควัน
"อ้าวก็เห็นเดิน วิ่งกันให้วุ่น ไม่ใช่ปูแล้วจะเป็นอะไร...ลิงดีไหม"
ไดสุเกะว่าพลางหัวเราะออกมาเสียงดัง ทำเอาคนที่อยู่ตรงหน้าได้แต่เม้มปากมองหน้า
" นิสัยไม่ดีเล้ย รุ่นพี่อะไรแกล้งกันตลอด..."
"ฮ่ะๆ ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่ารุ่นพี่เหรอ......"
ไดสุเกะหัวเราะกับท่าทางของอีกฝ่าย มือแกร่งขยี้ลงบนเส้นผมสีดำสนิทนุ่มมือนั้นเสียจนเด็กหนุ่มต้องจับมืออีกฝ่ายออกแล้วรีบจัดผมให้เข้ารูปเข้าทรง ไดสุเกะหัวเราะกับท่าทางแบบนั้นของเด็กหนุ่ม
"เอาล่ะ...ไปกันเถอะต้องเปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนผ้ากันอีก...กว่าจะได้กลับบ้านกันอีก...คงโน่นเที่ยงคืนตีหนึ่งโน่นล่ะ แต่มะโอะคงไม่ต้องห่วงหรอกเนอะ...หลับไม่รู้เรื่องตั้งแต่ขึ้นรถแล้วนี่ " พูดไปพลางหัวเราะไป
ร่างสูงเดินนำออกไป เงาตกกระทบลงบนพื้นทอดยาวออกไปเป็นทาง เสียงใบสนเสียดสีกันเมื่อลมเย็นพัดผ่านมา เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปมองปลายไม้ที่ตัดกับท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปเป็นสีม่วงหม่น ดวงอาทิตย์ลาลับทิวสนไปนานแล้ว ดวงตากลมโตเบนสายตากลับมามองแผ่นหลังกว้างนั้นพร้อมรอยยิ้มที่ระบายบนใบหน้า
" กีย์!! "
อยู่ๆ เด็กหนุ่มก็ตะโกนเรียกชื่อในการแสดงของอีกฝ่ายเสียงดังแล้ววิ่งตามเข้าไปหา สองมือตบลงบนไหล่กว้าง ไม่ได้ต่างจากตอนที่เข้าบทบาทเป็นทะคุมิอยู่หน้ากล้อง
"เล่นอะไรเนี่ย มะโอะ ตะโกนซะเสียงดัง แล้ว "กีย์ๆ" อะไรล่ะ ไม่ได้อยู่หน้ากล้องนะเว้ย"
ไดสุเกะหัวเราะเบาๆ ตกใจและแปลกใจกับท่าทีของอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย
"ขอกระดุมหน่อยซิ่"
เสียงใสที่ดังจากด้านหลังทำให้ร่างสูงต้องหันกลับมามองหน้าของอีกฝ่าย พร้อมกับคิ้วที่เลิกขึ้นสูง
"หา?.....กระดุม? เอาไปทำไม? กระดุมเสื้อเนี่ยนะ" ไดสุเกะว่าพลางจับชายเสื้อสูทสีฟ้าของตัวเอง
"อื้ม...กระดุมเสื้อนี่ล่ะ ขอหน่อย..."
ไม่พูดเปล่ามือก็จับคว้าเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้จะดึงกระดุมออกมาอย่างปากว่าทันที จนไดสุเกะต้องร้องห้าม
"เฮ้ยๆ....ของกองถ่ายเว้ย จะมาทำอะไรแบบนี้ล่ะ เจ้าเด็กบ้า...."
ถอยหลังกรูออกมาได้ ก็ทำท่าจะดุ แต่ก็ต้องนิ่งเงียบเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอดวงตากลมโตที่มองมาเหมือนกับกำลังจะอ้อนถามว่า...แล้วขอไม่ได้เหรอ?......แบบนั้นของมะโอะ ไดสุเกะถอนหายใจพลางมองหน้าของอีกฝ่ายนิ่ง
"จะเอาให้ได้ใช่ไหมเนี่ย...."
ไม่ต้องมีเสียงใดตอบรับ เคียวสุเกะพยักหน้ารัวๆ
"ทำไมล่ะ...ก่อนจะให้ใครเขาทำของเสียหายเนี่ย ต้องมีเหตุผลประกอบที่น่าเชื่อนะ รู้หรือเปล่า "
ทั้งๆที่รู้ว่าไอ้คำพูดที่ตัวเองพูดออกไปนั้นมันก็ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลอะไรซักเท่าไร แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ถามอะไรออกไปเลย แล้วปล่อยให้ตาใสๆกับใบหน้าแบบนั้นมาหลอกล่อให้ทำอะไรลงไปโดยที่สุดท้าย จะต้องมาถามตัวเองว่า "ทำลงไปได้ยังไง"
"ก็ไหนๆ มันก็เหมือนวันจบการศึกษานี่นา...นะ ขอนะ...กีย์"
เคียวสุเกะยิ้ม รอยยิ้มที่แม้มองในแสงสลัวแล้วยังอดที่จะรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ ไดสุเกะเบือนสายตาหนีขึ้นไปที่ใบสนบนยอดไม้อีกระลอก
"ไม่ต้องเอามุกอ้อนของทะคุมิมาใช้เลย เจ้าบ้า... ไม่ได้ผลหรอก"
ถึงปากจะบอกไปแบบนั้น มือแกร่งก็จับกระดุมเม็ดที่สองเอาไว้แน่นก่อนจะออกแรงดึงเสียจนกระดุม สีดำนั้นหลุดติดมือตามมาด้วย ดวงตาคมมองหน้าอีกฝ่ายสลับกับกระดุมเม็ดน้อยที่อยู่ในมืออย่างชั่งใจ แล้วยื่นให้กับอีกฝ่าย ชายหนุ่มมองหน้าของมะโอะที่ดูจะยิ้มร่าออกมาด้วยความดีใจ แล้วกระแอมไอให้อีกฝ่ายกักเก็บความดีใจนั้นเอาไว้บ้าง
"แล้ว...จะเอาไปทำอะไรล่ะนั่น..."
" เอาไปใส่กล่องสมบัติครับ..." เคียวสุเกะตอบตามตรง
" นี่ๆนะ ผมน่ะ ชอบเก็บกระดุมที่สุดเลยล่ะ กระดุมสวยๆ พอเอามาใส่ในกล่องมันก็จะเหมือนกับสมบัติเลยใช่ไหมล่ะ ยิ่งอันไหนที่สะท้อนแสงก็ยิ่งสวยนะ ...."
ว่าพลางเด็กหนุ่มก็เริ่มสาธยายคอลเลคชั่นกระดุมของตัวเองให้อีกฝ่ายฟังจนคนอายุมากกว่า ต้องส่ายหัว
"นายนี่ล่ะน้า....... " ช่วงแขนวาดเข้าล็อคคอเด็กหนุ่มตัวบางกว่าเข้ามาไว้ในอ้อมแขน มือแกร่งอีกข้างขยี้เส้นผมนิ่มๆนั้นจนยุ่งเหยิงอีกระลอก
"คิดอะไรแปลกๆ ทำอะไรแปลกๆทุกทีซิ่น่า.... "
"โอ้ยๆ...." เคียวสุเกะร้อง มือเรียวคว้ามือของไดสุเกะให้หยุด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลม สบตาของนักแสดงหนุ่มรุ่นพี่นิ่ง
"ก็ถ้าไม่คิดว่าสำคัญล่ะก็คงไม่เก็บเอาไว้ใช่ไหมล่ะ...กล่องสมบัติน่ะ"
ว่าพลางก็ยิ้มทะเล้นให้กับอีกฝ่ายก่อนจะฉวยโอกาสตอนที่รุ่นพี่กำลังเผลอดันหน้าไดสุเกะออกห่างเสียจนคอแทบหัก
"โอ้ย ไอ้เจ้าเด็กนี่ ....!!" ตวาดเสียงลั่นแต่กลับคว้าเอาไว้ไม่ทันเจ้าของชื่อวิ่งนำไปถึงไหนแล้ว
"ตามมาเร็ว ไดจัง หิวข้าวจะตายแล้ว!" ไม่วายยังได้ยินเสียงตะโกนเรียกเชิงท้าให้คนอายุมากกว่า วิ่งไล่ตามอีกต่างหาก
"หนอย...ไอ้ตัวดี อย่าหนีนะเว้ย....."
ไดสุเกะทำเสียงเอาเรื่องแต่ริมฝีปากกลับมีรอยยิ้ม ช่วงขานั้นไม่ได้วิ่งตามอีกฝ่ายไปแต่กลับหยุดนิ่ง ดวงตาคมเหลียวมองรอบๆ ที่เริ่มจะมืดสนิท ภายในชั่วเวลาไม่กี่นาที ความมืดก็คลืบคลานเข้าปาปกคลุม รอบด้านและเปลี่ยนแปลงบรรยากาศให้กลายเป็นเงียบเหงาและวังเวงขึ้นมาในชั่วพริบตา
อากาศรอบกายเย็นเยียบ ท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟที่ติดตั้งอยู่รายทางที่สว่างขึ้นตามความสว่างของแสงที่กำหนดเอาไว้ ไดสุเกะเงยหน้าขึ้นมองเลยปลายยอดต้นสนขึ้นไป มองเห็นท้องฟ้าในยามค่ำคืนเหนือ British Hill ดาวฤกษ์ส่องสว่างเป็นประกายอยู่บนท้องฟ้าเหนือยอดไม้ เมื่อครู่เด็กคนนั้นจะยืนมองดาวนั่นอยู่หรือเปล่า...พอคิดได้แบบนั้นก็หันไปมองทิศทางที่เคียวสุเกะวิ่งไป แผ่นหลังบางในชุดสูทสีฟ้าหยุดยืนมองอะไรบางอย่างเบื้องบนอีกรอบ พลันคำพูดของนักแสดงรุ่นน้องก็ดังขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
..... ก็ถ้าไม่คิดว่าสำคัญล่ะก็คงไม่เก็บเอาไว้ใช่ไหมล่ะ...กล่องสมบัติน่ะ.....
เขาก้มลงมองรังกระดุมที่ขาดมีด้ายรุ่ยออกมาเพราะแรงดึงเมื่อครู่ ริมฝีปากได้รูปหยักเป็นรอยยิ้ม มือแกร่งวางแนบลงบนรังกระดุมสภาพยับเยินที่เกิดจากฝีมือของเขาเอง
"ถ้าอย่างนั้นจะเก็บเอาไว้ก็คงไม่เสียหายซิ่นะ...."
-fin-talk : สารภาพว่าจัดหน้า กับทำสีของเนื้อหา เร็วกว่าที่หาภาพ พร้อมกับทำรูปอีกค่า .. p.k.a. หางานยากมาให้ทำจริงๆเลยน้า~~ ส่วนตัวของเจ้าของบลอคแล้ว อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึก อุ่นจังน้า feel good มากๆค่ะ แล้วผู้อ่านทุกท่านคิดว่ายังไงกันบ้างคะ คอมเม้นกันมาได้นะคะ ^^
รักน้อง อยากเขียนฟิคให้น้องแต่ยังไม่รู้ว่าจะลงที่ไหนดี เชิญอ่านได้ที่นี่ค่ะ
edit @ 9 Jul 2010 21:20:23 by kuroikuruma
edit @ 15 May 2011 16:49:03 by kuroikuruma
edit @ 7 Sep 2011 22:16:23 by kuroikuruma
マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」



เขินแทนจัง
#1 By Reindeer on 2010-07-09 20:55