Dai-Mao : KEEP

posted on 09 Jul 2010 17:42 by kuroikuruma  in fan-fiction

Title: KEEP
Pairing: Dai x Mao (ของมันแน่อยู่แล้ว!)
Author: p.k.a

Author's note:  ทุกอย่างเป็นฟิค อย่าคิดมาก (ลอกใครมาเนี่ย)

 

 

++++++++++++++++++
 
 
 
 
 
 
 

              การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องทะคุมิคุง ซีรีย์ บิโบ โนะ ดีเทล เสร็จสิ้นลงไปอย่างงดงาม ทีมงานต่างพากันเก็บของให้ทันกำหนดการในการของเช่าสถานที่ ทั้งช่างแต่งหน้าเองก็ดี ช่างไฟเองก็ดี ต่างขนของแพ็คเตรียมตัวเดินทางกลับไปยังโตเกียว จะเหลือก็แต่สไตลิสต์ประจำกองที่ดูจะยืนพิจารณาเสื้อสูทนักเรียนสีฟ้าอยู่นาน  คิ้วของหญิงสาวขมวดมุ่น ก่อนจะหันกลับไปมาถามคนที่ดูจะตัวติดกับเสื้อสูทตัวนี้มากที่สุด


                "วะตะนะเบะคุง...เอาเสื้อไปเกี่ยวอะไรมาหรือเปล่า..."
                เจ้าของชื่อที่กำลังเก็บของลงกระเป๋าเงยหน้าขึ้นมา ทำหน้าเหลอหลา


                "เห?...อะไรนะครับ...." 

                 ว่าพลางดึงหูฟังไอพอดข้างหนึ่งออกจากหู


                "คือ...เสื้อเนี่ย...เหมือนกระดุมมันจะขาดไปเม็ดนึงน่ะ ...ไปเดินชน เกี่ยวอะไรมาหรือเปล่าคะ..."

                 หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง พลางยกเสื้อให้อีกฝ่ายดู กระดุมเสื้อเม็ดหนึ่งหายไปจริงๆ


                "อ้อ...นั่น..เอ่อ...."

                 วะตะนะเบะ ไดสุเกะ ผู้ที่รับบทเป็น กีย์ เจ้าของเสื้อนักเรียนตัวนั้นชี้พลางเอียงคอเหมือนพยายามจะนึก

 

                 "อ่า.....อาจจะไปเกี่ยวตอนเดินผ่านสวนข้างนอกนั่นก็ได้ครับ..ไม่แน่ใจเหมือนกัน ขอโทษนะครับ"  

                 ว่าพลางก็ก้มหัวขอโทษอีกฝ่ายเล็กน้อย


                "อ้อ เหรอคะ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่นึกสงสัยน่ะค่ะ แค่นี้เองเดี๋ยวฉันเย็บกลับแป๊บเดียวก็เสร็จแล้วล่ะค่ะ ยังต้องใช้ถ่ายภาพโปรโมทอีกนี่นะ"

                หญิงสาวว่า ท่าทางข้อข้องใจเมื่อครู่จะหายไปเยอะก่อนจะเดินไปอีกทางโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า ไดสุเกะกำลังยกมือขอโทษขอโพยเธอแบบสูงท่วมหัว

 

  ...ขอโทษนะครับ  ยะมะมุระซัง ผมไม่ได้ตั้งใจจะโกหกเลยจริงๆ....

 

                ไดสุเกะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนเร่งมือเก็บของใช้กระจุกกระจิกของตัวเอง รวมไปจนถึงบทปึ้งหนาลงกระเป๋า คว้าเสื้อแจ็คเก็ตวิ่งฉิวออกมาจากห้องที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวให้เร็วที่สุดก่อนที่สไตลิสต์ยะมะมุระจะสังเกตเห็นอะไรไปมากกว่าการที่กระดุมเสื้อมันขาดหายไป เพราะแท้จริงแล้วมันไม่ใช่แค่กระดุมขาด

...คิดอะไรแปลกๆนะเด็กนั่น...


                ริมฝีปากของชายหนุ่มหยักยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่เขาใช้คำแทนว่า "เด็กนั่น" มือแกร่งตบเบาๆลงบนช่วงท้องของตัวเองแล้วผลักประตูเปิดออกไปยังด้านนอกที่มีลมเย็นของต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดเข้ามากระทบใบหน้า

 

++++++++++++++++++

 

                หนึ่งชั่วโมงก่อน...

 

                "โอเค ถ้าอย่างนั้น...วะตะนะเบะ ไดสุเกะซัง กับ ฮะมะโอะ เคียวสุเกะซัง...ออลอัพแล้วครับ ขอบคุณทั้งสองคนมากครับ!" 

                 เสียงผู้กำกับเอ่ยหลังจากสั่งคัทเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าการถ่ายทำในบทของนักแสดงสองคนสุดท้ายของกองถ่ายได้เสร็จสิ้น ลง มีการพูดคุยกล่าวขอบอกขอบใจในการทุ่มเทให้กับการทำงานกันเล็กน้อย    ก่อนที่นักแสดงนำทั้งสองคนจะเดินออกจากฉากเพื่อกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างเครื่องสำอางค์ออกหน้าที่ของพวกเขาทั้งสองก็จะถือว่าเป็นอันจบลงแต่เพียงเท่านั้นก่อนจะต้องรอเพื่อฉลองปิดกล้องกันอีกเล็กน้อยต่อจากนั้น

                ทางเดินจากอาคารที่เป็นฉากในการถ่ายทำกลับไปยังตัวอาคารหลักที่มีห้องแต่งตัวและเครื่องทำความร้อนให้พอรู้สึกอุ่นนั้นมีต้นสนขนาดใหญ่ปลูกเรียงเป็นทิวแถว British Hill ในยามกลางวันแม้จะให้บรรยากาศว่าเดินอยู่ท่ามกลางชนบทในอังกฤษ แต่พอฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีกลับให้บรรยากาศชวนรู้สึกวังเวงอย่างบอกไม่ถูก   ร่างบางในชุดนักเรียนสีฟ้าสดยืนอยู่กลางทางเดินนั้นเงยหน้าขึ้นมองฟ้าเหนือยอดสน ดวงตากลมเหม่อลอย  ออกไปไกล ใบหน้าอ่อนวัยเปื้อนรอยยิ้มจางๆ

 

                "ทำอะไรน่ะ...มะโอะ" 

                หนุ่มรุ่นพี่เดินเข้าไปทัก

 

                 ดวงตากลมโตนั้นเป็นประกายเมื่อหันกลับมามองพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังระบายอยู่บนใบหน้า

 

                 "เปล่าฮะ...ไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย"

                "ก็เห็นยืนมองอะไรอยู่คนเดียว...มีอะไรรึเปล่า"

                ไดสุเกะก้าวเข้ามายืนใกล้ๆพลางเงยหน้ามองยอดไม้ในทิศทางที่อีกฝ่ายมองบ้าง คำถามนั้นทำให้ เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆหัวเราะออกมาเบาๆ มือเรียวยกขึ้นปิดปากตัวเองเล็กน้อยด้วยเคยตัว เสียงหัวเราะเบาๆนั่นทำให้ไดสุเกะต้องหันไปมองก่อนจะหัวเราะออกมาบ้าง

 

                "อะไรเล่า"

 

                "เปล่าครับ...ไม่มีอะไร ก็แค่....มองเหมือนมองโรงเรียนเก่าตัวเอง...ก็เท่านั้นล่ะ"

                ฮะมะโอะ เคียวสุเกะ หรือที่ใครๆรวมทั้งคนตรงหน้าเรียกว่า "มะโอะ" ตอบพลางก้าวเดินต่อ

 

                "มองโรงเรียนเก่า?...อะไรล่ะนั่น..."

                คนอายุมากกว่าหัวเราะกับคำพูดของอีกฝ่าย

 
                "ก็วันนี้น่ะ มันเหมือนวันสุดท้ายที่พวกเราจะอยู่ที่"โรงเรียน" ไม่ใช่รึไง....สนุกมากเลยน้า..มากองถ่ายเนี่ย แค่ไม่กี่วันก็เถอะ..."

                เด็กหนุ่มกางแขนออกทั้งสองข้างพลางสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาหลับพริ้ม ก่อนจะหันหน้ามามองคนที่เดินตามมาอย่างกะทันหัน


                "หรือไดจังไม่คิดแบบนั้นล่ะ"


               "อ้อ...เข้าใจแล้ว...คิดซิ่ "  ชายหนุ่มตอบ

 

                "มาที่กองถ่ายกับพวกนายสนุกจะตาย...ถึงฉันจะต้องคอยตามล้างตามเช็ดพวกนายก็เถอะนะ..." 

                ว่าพลางในหัวก็นึกถึงเรื่องป่วนๆของนักแสดงร่วมคนอื่นๆที่อายุอานามไล่เรียงกับคนตรงหน้า       ก่อนจะถอนหายใจออกมาทำท่าเหมือนคนแก่ก็ไม่ปาน

                "เฮ้อ...เหมือนจับปูใส่กระด้งเลยให้ตาย...."


                "ปูอะไรกันละฮะ คนทั้งนั้นล่ะ...!"  เคียวสุเกะเถียงทันควัน

 
                "อ้าวก็เห็นเดิน วิ่งกันให้วุ่น ไม่ใช่ปูแล้วจะเป็นอะไร...ลิงดีไหม"

                ไดสุเกะว่าพลางหัวเราะออกมาเสียงดัง ทำเอาคนที่อยู่ตรงหน้าได้แต่เม้มปากมองหน้า

 
              " นิสัยไม่ดีเล้ย รุ่นพี่อะไรแกล้งกันตลอด..."

                "ฮ่ะๆ ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่ารุ่นพี่เหรอ......"

                ไดสุเกะหัวเราะกับท่าทางของอีกฝ่าย มือแกร่งขยี้ลงบนเส้นผมสีดำสนิทนุ่มมือนั้นเสียจนเด็กหนุ่มต้องจับมืออีกฝ่ายออกแล้วรีบจัดผมให้เข้ารูปเข้าทรง ไดสุเกะหัวเราะกับท่าทางแบบนั้นของเด็กหนุ่ม

         .....ห่วงหล่อได้ตลอดเลยนะเจ้าเด็กคนนี้....
........ทำไมไม่เอาไอ้ที่ห่วงหล่อไปห่วงความไร้เดียงสาของตัวเองบ้างนะ....


             "เอาล่ะ...ไปกันเถอะต้องเปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนผ้ากันอีก...กว่าจะได้กลับบ้านกันอีก...คงโน่นเที่ยงคืนตีหนึ่งโน่นล่ะ แต่มะโอะคงไม่ต้องห่วงหรอกเนอะ...หลับไม่รู้เรื่องตั้งแต่ขึ้นรถแล้วนี่ "
พูดไปพลางหัวเราะไป

 
                ร่างสูงเดินนำออกไป เงาตกกระทบลงบนพื้นทอดยาวออกไปเป็นทาง เสียงใบสนเสียดสีกันเมื่อลมเย็นพัดผ่านมา เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปมองปลายไม้ที่ตัดกับท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปเป็นสีม่วงหม่น ดวงอาทิตย์ลาลับทิวสนไปนานแล้ว ดวงตากลมโตเบนสายตากลับมามองแผ่นหลังกว้างนั้นพร้อมรอยยิ้มที่ระบายบนใบหน้า


           
               " กีย์!! " 


              อยู่ๆ เด็กหนุ่มก็ตะโกนเรียกชื่อในการแสดงของอีกฝ่ายเสียงดังแล้ววิ่งตามเข้าไปหา สองมือตบลงบนไหล่กว้าง ไม่ได้ต่างจากตอนที่เข้าบทบาทเป็นทะคุมิอยู่หน้ากล้อง

               "เล่นอะไรเนี่ย มะโอะ ตะโกนซะเสียงดัง แล้ว "กีย์ๆ" อะไรล่ะ ไม่ได้อยู่หน้ากล้องนะเว้ย" 

                ไดสุเกะหัวเราะเบาๆ ตกใจและแปลกใจกับท่าทีของอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย



              "ขอกระดุมหน่อยซิ่"  

 

                เสียงใสที่ดังจากด้านหลังทำให้ร่างสูงต้องหันกลับมามองหน้าของอีกฝ่าย พร้อมกับคิ้วที่เลิกขึ้นสูง
     
                "หา?.....กระดุม? เอาไปทำไม? กระดุมเสื้อเนี่ยนะ" ไดสุเกะว่าพลางจับชายเสื้อสูทสีฟ้าของตัวเอง

 
                "อื้ม...กระดุมเสื้อนี่ล่ะ ขอหน่อย..."

                ไม่พูดเปล่ามือก็จับคว้าเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้จะดึงกระดุมออกมาอย่างปากว่าทันที จนไดสุเกะต้องร้องห้าม


               "เฮ้ยๆ....ของกองถ่ายเว้ย จะมาทำอะไรแบบนี้ล่ะ เจ้าเด็กบ้า...."

 

                ถอยหลังกรูออกมาได้ ก็ทำท่าจะดุ แต่ก็ต้องนิ่งเงียบเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอดวงตากลมโตที่มองมาเหมือนกับกำลังจะอ้อนถามว่า...แล้วขอไม่ได้เหรอ?......แบบนั้นของมะโอะ  ไดสุเกะถอนหายใจพลางมองหน้าของอีกฝ่ายนิ่ง

 

                "จะเอาให้ได้ใช่ไหมเนี่ย...."
        
                ไม่ต้องมีเสียงใดตอบรับ เคียวสุเกะพยักหน้ารัวๆ

                 "ทำไมล่ะ...ก่อนจะให้ใครเขาทำของเสียหายเนี่ย ต้องมีเหตุผลประกอบที่น่าเชื่อนะ รู้หรือเปล่า "

 

                ทั้งๆที่รู้ว่าไอ้คำพูดที่ตัวเองพูดออกไปนั้นมันก็ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลอะไรซักเท่าไร แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ถามอะไรออกไปเลย แล้วปล่อยให้ตาใสๆกับใบหน้าแบบนั้นมาหลอกล่อให้ทำอะไรลงไปโดยที่สุดท้าย   จะต้องมาถามตัวเองว่า "ทำลงไปได้ยังไง"

                "ก็ไหนๆ มันก็เหมือนวันจบการศึกษานี่นา...นะ ขอนะ...กีย์"

 

                 เคียวสุเกะยิ้ม รอยยิ้มที่แม้มองในแสงสลัวแล้วยังอดที่จะรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ ไดสุเกะเบือนสายตาหนีขึ้นไปที่ใบสนบนยอดไม้อีกระลอก

                "ไม่ต้องเอามุกอ้อนของทะคุมิมาใช้เลย เจ้าบ้า... ไม่ได้ผลหรอก"

 

                ถึงปากจะบอกไปแบบนั้น มือแกร่งก็จับกระดุมเม็ดที่สองเอาไว้แน่นก่อนจะออกแรงดึงเสียจนกระดุม   สีดำนั้นหลุดติดมือตามมาด้วย ดวงตาคมมองหน้าอีกฝ่ายสลับกับกระดุมเม็ดน้อยที่อยู่ในมืออย่างชั่งใจ แล้วยื่นให้กับอีกฝ่าย ชายหนุ่มมองหน้าของมะโอะที่ดูจะยิ้มร่าออกมาด้วยความดีใจ แล้วกระแอมไอให้อีกฝ่ายกักเก็บความดีใจนั้นเอาไว้บ้าง

 

                "แล้ว...จะเอาไปทำอะไรล่ะนั่น..."

               " เอาไปใส่กล่องสมบัติครับ..." เคียวสุเกะตอบตามตรง

 

                " นี่ๆนะ ผมน่ะ ชอบเก็บกระดุมที่สุดเลยล่ะ กระดุมสวยๆ พอเอามาใส่ในกล่องมันก็จะเหมือนกับสมบัติเลยใช่ไหมล่ะ ยิ่งอันไหนที่สะท้อนแสงก็ยิ่งสวยนะ ...."

                ว่าพลางเด็กหนุ่มก็เริ่มสาธยายคอลเลคชั่นกระดุมของตัวเองให้อีกฝ่ายฟังจนคนอายุมากกว่า       ต้องส่ายหัว

                "นายนี่ล่ะน้า....... "  ช่วงแขนวาดเข้าล็อคคอเด็กหนุ่มตัวบางกว่าเข้ามาไว้ในอ้อมแขน มือแกร่งอีกข้างขยี้เส้นผมนิ่มๆนั้นจนยุ่งเหยิงอีกระลอก

                "คิดอะไรแปลกๆ ทำอะไรแปลกๆทุกทีซิ่น่า.... "

                "โอ้ยๆ...." เคียวสุเกะร้อง มือเรียวคว้ามือของไดสุเกะให้หยุด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลม   สบตาของนักแสดงหนุ่มรุ่นพี่นิ่ง

 

                "ก็ถ้าไม่คิดว่าสำคัญล่ะก็คงไม่เก็บเอาไว้ใช่ไหมล่ะ...กล่องสมบัติน่ะ"  

                ว่าพลางก็ยิ้มทะเล้นให้กับอีกฝ่ายก่อนจะฉวยโอกาสตอนที่รุ่นพี่กำลังเผลอดันหน้าไดสุเกะออกห่างเสียจนคอแทบหัก

                "โอ้ย ไอ้เจ้าเด็กนี่ ....!!"  ตวาดเสียงลั่นแต่กลับคว้าเอาไว้ไม่ทันเจ้าของชื่อวิ่งนำไปถึงไหนแล้ว

                "ตามมาเร็ว ไดจัง หิวข้าวจะตายแล้ว!" ไม่วายยังได้ยินเสียงตะโกนเรียกเชิงท้าให้คนอายุมากกว่า    วิ่งไล่ตามอีกต่างหาก

                "หนอย...ไอ้ตัวดี อย่าหนีนะเว้ย....."

 

                ไดสุเกะทำเสียงเอาเรื่องแต่ริมฝีปากกลับมีรอยยิ้ม ช่วงขานั้นไม่ได้วิ่งตามอีกฝ่ายไปแต่กลับหยุดนิ่ง ดวงตาคมเหลียวมองรอบๆ ที่เริ่มจะมืดสนิท ภายในชั่วเวลาไม่กี่นาที ความมืดก็คลืบคลานเข้าปาปกคลุม       รอบด้านและเปลี่ยนแปลงบรรยากาศให้กลายเป็นเงียบเหงาและวังเวงขึ้นมาในชั่วพริบตา

 

                อากาศรอบกายเย็นเยียบ ท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟที่ติดตั้งอยู่รายทางที่สว่างขึ้นตามความสว่างของแสงที่กำหนดเอาไว้ ไดสุเกะเงยหน้าขึ้นมองเลยปลายยอดต้นสนขึ้นไป มองเห็นท้องฟ้าในยามค่ำคืนเหนือ British Hill ดาวฤกษ์ส่องสว่างเป็นประกายอยู่บนท้องฟ้าเหนือยอดไม้ เมื่อครู่เด็กคนนั้นจะยืนมองดาวนั่นอยู่หรือเปล่า...พอคิดได้แบบนั้นก็หันไปมองทิศทางที่เคียวสุเกะวิ่งไป แผ่นหลังบางในชุดสูทสีฟ้าหยุดยืนมองอะไรบางอย่างเบื้องบนอีกรอบ พลันคำพูดของนักแสดงรุ่นน้องก็ดังขึ้นมาในหัวอีกครั้ง

 


                                 ..... ก็ถ้าไม่คิดว่าสำคัญล่ะก็คงไม่เก็บเอาไว้ใช่ไหมล่ะ...กล่องสมบัติน่ะ.....

 


                 เขาก้มลงมองรังกระดุมที่ขาดมีด้ายรุ่ยออกมาเพราะแรงดึงเมื่อครู่ ริมฝีปากได้รูปหยักเป็นรอยยิ้ม      มือแกร่งวางแนบลงบนรังกระดุมสภาพยับเยินที่เกิดจากฝีมือของเขาเอง

 

                "ถ้าอย่างนั้นจะเก็บเอาไว้ก็คงไม่เสียหายซิ่นะ...."  

-fin-
 
 
++++++++++++++++++
 
 

talk : สารภาพว่าจัดหน้า กับทำสีของเนื้อหา เร็วกว่าที่หาภาพ พร้อมกับทำรูปอีกค่า .. p.k.a. หางานยากมาให้ทำจริงๆเลยน้า~~ ส่วนตัวของเจ้าของบลอคแล้ว อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึก อุ่นจังน้า feel good มากๆค่ะ แล้วผู้อ่านทุกท่านคิดว่ายังไงกันบ้างคะ คอมเม้นกันมาได้นะคะ ^^

 

รักน้อง อยากเขียนฟิคให้น้องแต่ยังไม่รู้ว่าจะลงที่ไหนดี เชิญอ่านได้ที่นี่ค่ะ

 

 

edit @ 9 Jul 2010 21:20:23 by kuroikuruma

edit @ 15 May 2011 16:49:03 by kuroikuruma

edit @ 7 Sep 2011 22:16:23 by kuroikuruma

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กระดุมเม็ดที่สองสิเนอะ
เขินแทนจังcry

#1 By Reindeer on 2010-07-09 20:55

ตามจากในเฟสมาอย่างว่อง ฮ่ะ ฮ่ะ

ว้าว เขียนออกมาให้ความรู้สึกที่ดีมากเลย...

รู้สึกอบอุ่นจริง ๆ ด้วย

ไว้ว่าง ๆ เขียนมาให้อ่านอีกนะ ชอบอะ

#2 By Naang (183.89.241.136) on 2010-07-09 21:12

กระดุมเม็ดที่สอง ฮริ้ววววววว

ปล. จริง ๆ แล้ว รุ่นพี่นั่นแลเป็นหัวหน้าปู
กร๊ากกกกกกกกก

#3 By HaMaO's BloG on 2010-07-09 21:58

อ่านแล้วเขิลลล์

เข้าไปอ่านกติกาแล้วค่ะ
แต่ถ้า..

จะส่งแค่แฟนอาร์ตเพื่อโปรโมทรูปผ่านบล็อกนี้ได้มั้ยคะ?
(แบบว่าบล็อกไม่ค่อยมีคนเข้าเท่าไหรน่ะค่ะ ฮือ)

ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้านะคะ confused smile
กรั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อ่านไปแล้วยิ้มไปปปปปปปปปปป

น้องอะเหมือนจะแสดงออกนิดๆแล้วนะ แต่เฮียอะ ทำเป็นเหมือนจะเฉยๆ แท้จริงก็แอบรู้สึกชิมิละ

อ่านไปรู้สึกว่า ยังไม่พอเลย อยากอ่านอีกค่าาาาาาาาาาาาาาาาา


แต่งมาให้อ่านอีกนะคะ จะแบบไหน แนวไหน ขอเป็นน้องกับเฮียก็อ่านหมดค่ะ

ขอบคุณค่า

#5 By Japannight * on 2010-07-10 03:20

โอ้ววววว

ยิ้มมมมมมเลยค่ะ
ฮิฮิ้วววcry

#6 By : : p l o y d : : on 2010-07-10 13:06

กรี๊ดดดดด กระดุมเม็ดที่สอง >///<

สาวน้อยมากค่ะ โอะขรา..........

เหมือนพี่ได ๆ โดนเด็กจีบน่ะเนี่ย 5555+

#7 By ShiRin (124.122.211.25) on 2010-07-10 18:53

อ่านแล้วอุ่นจนร้อน ( เฉพาะที่ตา ) ฮ่าๆๆ

อ้อนแบบนี้ มากกว่ากระดุมเม็ดที่สอง พี่ก็ให้ได้ใช่มะ ไดจัง คิกๆ

#8 By PPK (203.156.68.6) on 2010-07-10 23:34

อ่านไปอ่านมาชักรู้สึกว่ามาโอะนิสัยเหมือนฮิมาวาริ(น้องชินจัง)เลยอะ ชอบของวิบวับๆ กับปู้ชายหล่อๆ(ที่ชื่อไดสุเกะ)><

ฟิคเรื่องนี้อบอุ่นหัวใจมากเลยค่า อ่านแล้วยิ้มได้ ยิ้มอยู่คนเดียว(บ้า)

ขอบคุณสำหรับฟิคมากค่ะ ^^

#9 By Ya-O-i on 2010-07-22 21:14

อ๊าก เขิลงับ >//<

ชอบตอนเรียก กีย์ จังเลย

#10 By choco - - (58.9.109.209) on 2010-08-01 02:38

ขอบคุณค่า

กระดุมเม็ดที่สอง...อิ๊อั๊งงงงง
ไดจังนี่ไม่ว่ายังไงก็แพ้ทางมาโอะสินะ

#11 By Plankton (124.120.128.117) on 2010-09-21 13:19

เฮีย น้องเค้าขอกระดุมนะ ที่จริงให้เม็ดไหนก็ได้
เฮียนี่ส่อเจตนา อาราย ถึงให้กระดุมเม็ดที่สองไปน่ะ
แหมมมมมมมมม เฮียนี่แอบร้ายนะเนี่ย

#12 By Nu (118.172.159.199) on 2011-10-29 19:22

น้องมาโอะน่ารักมากๆเลย แถมยังขี้อ้อนอีกต่างหากอย่านี้จะไม่ให้รักยังไงไหว น่ารักขนาดนี้ไดจังก็แย่นะสิเพราะคงจะทนความน่ารักและความขี้อ้อนของน้องไม่ไหวแน่ๆ คงต้องยอมทุกอย่างชัวร์ๆ อิอิ อยากจะรู้แล้วสิว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง ขอไปตามอ่านก่อนนะคะ
ปล.สู้ๆนะคะwriter ^_^


#13 By minnie_DaiMao (58.9.113.104) on 2011-11-19 20:38

=/////= เขินจัง อ่านไปเขินไป

ขอบคุณจ้า

#14 By Dee15 (223.207.1.80) on 2011-12-27 20:03

ที่ว่าเดี่ยวช่างสังเกตุเห็นอะไรมากกว่านี้อ่ะ มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าคิดไปเอง เป็นตอนที่น่ารักอีกตอนนึง
ขอบคุณค่ะ

#15 By วันฟ้าใส (103.7.57.18|192.168.1.109, 124.120.31.108) on 2012-05-10 13:09

โว้ววว... ขอกระดุมแทนใจด้วย

หวานจังนะคะ ตอนนี้

สีชมพู กับคำพูดของหนูมาโอะ อินมาก ๆ ค่ะ 55

#16 By 1978 (103.7.57.18|180.183.251.51) on 2012-05-15 13:08