Dai-Mao : KEEP 2
posted on 01 Aug 2010 21:21 by kuroikuruma in fan-fictionTitle: Keeping Reason (KEEP2)
Pairing: Mao (งานนี้มะโอะ ฉายเดี่ยว)
Author: p.k.a
Rate: PG
Author's note: ตอนแรกว่าจะไม่มีตอนต่อ...แต่ก็นะ...น้ำตาลขึ้นทำให้คนเราบ้าได้ ทั้งหมดคือจินตนการ ...มันเป็นฟิค...กรี้ดได้ แต่อย่าคิดมากนะคะ (^_^)

++++++++++++++
++++++++++++++
เสียงเคาะดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง เรียกให้เจ้าของห้องต้องออกจากภวังค์ของตัวเอง ดวงตากลมโตที่มองกลับมาทำให้คนที่เข้ามาใหม่อดที่จะแปลกใจไม่ได้
"ตกใจอะไรกัน เคียวสุเกะ...เอ้า...นมร้อน แม่ฝากมาให้"
ผู้เป็นพี่ชายยิ้มให้กับท่าทีนั้นของน้องที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว มือข้างหนึ่งก็ถือแก้วนมร้อนของน้องเอาไว้ ในขณะที่อีกข้างตัวเองก็มีนมร้อนอยู่อีกแก้วสำหรับตัวเอง จนป่านนี้แล้วแม่ของพวกเขาก็ยังคิดว่าการดื่มนมอุ่นๆก่อนนอนนั้นก็ยังเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อลูกชายทั้งสองอยู่ดี
"ทำอะไรอยู่น่ะ..." ผู้เป็นพี่ก็อดไม่ได้ที่จะถามน้องชาย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งรื้ออะไรบางอย่างออกมาจากชั้นใส่ของที่ก็เห็นอยู่ว่าเพิ่งจะจัดใหม่ไปเมื่อไม่นานมานี้
"กล่องสมบัติน่ะ..." เคียวสุเกะตอบกลับมาพลางยิ้ม คำตอบนั้นทำให้พี่ชายเข้าใจได้ไม่ยาก ก้มลงวางแก้วนมไว้บนโต้ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่ตั้งอยู่กลางห้องก่อนจะขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆ
"ได้อะไรกลับมาอีกรึไง..." ฝ่ามือวางลงบนเส้นผมนุ่มมือของน้องชาย
"อื้ม...." เสียงเคียวสุเกะตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม เขาว่าพลางมองกระดุมสีดำที่นักแสดงรุ่นพี่ดึงออกมาจากเสื้อสูทที่ใช้ใส่ในการแสดง เขาจำชั่ววินาทีนั้นได้ ท่ามกลางความเงียบนั้นเขาได้ยินเสียงเส้นด้ายขาดออกจากกัน ...และมันก็มาอยู่ในมือเขาในที่สุด
"กระดุมธรรมดานี่นา...." เสียงพี่ชายว่าเห็นแล้วในมือน้องนั้นมีเพียงกระดุมธรรมดา เป็นพลาสติกสีดำมันเรียบๆ ไม่ได้ดูหรูหราหรือรูปทรงแปลกตาเหมือนอย่างที่หลายๆครั้งน้องชายตัวดีถึงกับขอสไตลลิสต์ให้แกะมาให้หรือบางทีก็ซื้อเสื้อเพียงเพราะอยากจะได้กระดุมสวยๆเท่ๆเหมือนอย่างทุกครั้ง
"ไม่ใช่หรอก....ไม่ใช่กระดุมธรรมดาซักหน่อย" เคียวสุเกะหันมายิ้มก่อนจะวางกระดุมสีดำเม็ดนั้นลงใน "กล่องสมบัติ" รวมอยู่กับกระดุมเม็ดอื่นๆที่ได้มา จะแตกต่างก็ตรงที่เด็กหนุ่มใช้ไหมพรมสีแดงร้อยเอาไว้เป็นสัญลักษณ์เท่านั้น เด็กหนุ่มหันไปหยิบแก้วนมที่วางเอาไว้ ความร้อนยังส่งผ่านมาถึงฝ่ามือทำให้รู้สึกดีไม่น้อย
"เห....เหรอ....." เสียงผู้เป็นพี่เอ่ยแซวเล็กๆ
"ไม่ต้อง เห...เหรอ...พอ หมดเวลา นายออกไปได้แล้วฉันจะนอน..." เคียวสุเกะว่าแล้วลุกขึ้นยืน ยกแก้วนมที่พี่ชายเอามาให้ขึ้นดื่มจนหมด แต่ท่าท่างที่ดูเหมือนจะเป็นการกลบเกลื่อนอะไรเสียมากกว่าแบบนั้นทำให้ผู้เป็นพี่ต้องหัวเราะออกมาเป็นรอบที่สอง
"หัวเราะอะไร...."เคียวสุเกะหัวเราะกลบเกลื่อน
"เอาแก้วมา จะเอาลงไปล้าง...นี่ถ้าฉันกลับมาที่ห้องแล้วนายยังไม่ออกไปนะ ฟ้องแม่จริงด้วย...ขอนอนหน่อยเหอะ ตัวเองก็นะหนังสือหนังหามีไม่ไปอ่านเล่า เด็กมหาลัย"
เคียวสุเกะไล่พี่ชายให้ไปอ่านหนังสือ ใจหนึ่งตัวเองก็คิดอยากจะมีเวลาให้กับการเรียนให้มากกว่านี้ แต่เท่าที่ตอนนี้ทำได้ก็ถือว่าพยายามอย่างมากที่สุดแล้ว อีกไม่กี่เดือนเขาก็จะจบการศึกษา "ของจริง" แล้วเหมือนกัน แต่เมื่อเห็นพี่ชายยังนั่งลอยหน้าลอยตาผิวปากไปเรื่อยเด็กหนุ่มก็เข้าไปผลักหัวพี่เสียหน้าคว่ำเสียทีด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะคว้าแก้วนมที่อีกฝ่ายก็เพิ่งจะทานหมดเหมือนกันลงมาล้างข้างล่าง ถือโอกาสแปรงฟันให้เรียบร้อยเสียด้วย
++++++++++++++
เสียงน้ำค่อยๆไหลลงไปตามทางระบาย เคียวสุเกะเงยหน้าขึ้นมาพบกับเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่กับกระจกใส เส้นผมด้านหน้าเปียกลู่น้ำเล็กน้อย แม้จะดึกมากแล้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกง่วง น่าแปลกที่วันนี้เขายังรู้สึกสดชื่นทั้งๆที่ก็ทำงานหนักมาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่น และจบลงได้ด้วยดี ....ใช่....บรรยากาศของการทำงานมันทำให้เขามีความสุข พลันเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นมาในความคิด
ทั้งๆที่เพิ่งจะแยกกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนแต่เสียงทุ้มของคนๆนั้นที่ดังขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ และสัมผัสจากฝ่ามือแกร่งที่ออกแรงขยี้ลงมาบนศรีษะเพียงแค่นึกถึง ริมฝีปากก็เผลอยิ้มออกมา เด็กหนุ่มยกมือขึ้นแตะริมฝีปากด้วยลืมตัวเหมือนทุกครั้ง
...แปลกตรงไหน....ไม่เห็นจะแปลกเลย....
เคียวสุเกะเดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอน พี่ชายตัวดีกลับเข้าห้องตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อย ได้ยินเสียงเพลงแว่วผ่านผนังกั้นห้องออกมาเบาๆ เด็กหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของตัเอง ปิดไฟ เหลือไว้เพียงแสงสลัวจากโคมไฟที่ตัวเองสรรหามาประดับประดาห้องเอาไว้ เดินไปเปิดม่านออกเล็กน้อย วันนี้คงจะดีหากได้มองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนบ้าง ใบหน้าอ่อนวัยเห็นเงาสะท้อนอของตัวเองที่ปรากฏอยู่บนกระจกใส
...บางที...สิ่งที่ทำอยู่นี่ก็อาจจะแปลกจริงๆก็ได้....
ก่อนจะเดินออกมาจากกองถ่าย ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากจะพูดกับคนที่เป็นเหมือนพี่ชายคนนั้น แต่พอหันไปสบดวงตาที่เหมือนจะหัวเราะได้อยู่ตลอดเวลานั่นก็พาลจะทำให้ขำกับความคิดของตัวเองไปเสียก่อนอยู่เรื่อยไป
ลมหายใจอุ่นจากร่างกายของตัวเองรดลงบนบานกระจกเย็นเฉียบเพราะอุณหภูมิด้านนอก เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจเบาๆทำให้กระจกตรงหน้าเปาฝ้าขาว ปลายนิ้วจรดลงลากเส้นบนกระจกนั้น
"ก็คงจะ....แ....ป....ล...ก....จริงๆ อย่างว่า"
เด็กหนุ่มสะกดคำที่ลอยอยู่ในความคิดลงไปบนกระจก พอรุ่งเช้าคงจะเป็นรอยติดอยู่อย่างนี้ไปนานอีกหลายวัน...ตราบใดที่เขายังไม่นึกจะทำความสะอาดห้องอีกครั้ง
"แต่คนที่แปลกกว่าก็มีอยู่เหมือนกัน" เคียวสุเกะยิ้ม
ดวงตากลมมองเลยออกไปยังความมืดด้านนอก เบื้องหลังกระจกใสที่กั้นกลางนั้นทำให้นึกถึงนักแสดงนำร่วมของตัวเอง ในคราแรกที่เอ่ยขอกระดุมออกไปนั้นมันเป็นเหมือนพูดหลุดปากออกไปแบบนั้นมากกว่า ไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะให้ เพราะว่าชุดนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายทำ ใครบ้าที่ไหนจะมาขอให้ทำขาดกันดื้อๆแบบนั้น...ซึ่งก็คงมีแค่ตัวเองเท่านั้นที่ "บ้า" พอจะขอ แต่อีกฝ่ายก็ยัง "บ้า" ที่จะให้
"กระดุมเม็ดที่สองด้วย..."เคียวสุเกะหัวเราะออกมาเบาๆ
"คนขอเขาไม่ได้เจาะจงเสียหน่อย หลงตัวเองชะมัด"
ตอนที่เห็นอีกฝ่ายดึงกระดุมออกมาให้หรือก็นึกอยากจะทักท้วง แต่ก็กลัวว่ารุ่นพี่จะเสียฟอร์ม ไหนๆก็อุตส่าห์ยอมทำของชาวบ้านเขาเสียหายแล้วก็เลยตามเลยเสียก็แล้วกัน คิดไปก็สงสัยความรู้สึกของตัวเองว่าทำไมถึงอยากได้อะไรจากกองถ่ายติดไม้ติดมือกลับมาบ้านนัก อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศและความทรงจำดีๆกับเพื่อนๆนักแสดงระหว่างการถ่ายทำ จนกระทั่งวันนี้ที่เป็นอีกครั้งที่งานได้เสร็จสิ้นลง ความรู้สึกเหงาเลยวิ่งเข้ามาจับที่หัวใจ เพราะเหตุนั้นถึงได้หยุดมองดูบริเวณรอบๆ สถานที่ถ่ายทำ และเพราะแบบนั้นถึงได้พยายามจะจดจำภาพความทรงจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นเอาไว้
"แต่ก็เอาBritish Hills กลับมาบ้านไม่ได้นี่นา..."
และแทนที่จะหาสิ่งของที่ทำให้นึกถึงสถานที่หรือของติดตัวของนักแสดงคนอื่นติดไม้ติดมือกลับมา แต่กลับเป็นกระดุมจากเสื้อของนักแสดงรุ่นพี่อย่างไดสุเกะแทนเสียนี่ คิ้วเรียวของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ใบหน้าที่แสดงให้เห็นถึงความประหลาดใจของนักแสดงรุ่นพี่ลอยเข้ามาในความคิด เคียวสุเกะเผลอยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อนึกถึงเสียงสูงๆกับท่าทางตกใจในตอนนั้น
...ทำหน้าตลกเป็นบ้า...
อาจจะเป็นเพราะว่าทำงานด้วยกันมาก็หลายครั้งก็เป็นได้ถึงได้นึกรู้สึก...สนิทสนม...บ่อยครั้งที่ไดสุเกะแวะเวียนเข้ามาหาเขาที่ไม่ได้เข้าฉาก ทั้งๆที่เจ้าตัวเองก็เพิ่งจะถ่ายทำเสร็จยังไม่ได้ล้างหน้าล้างตาเสียด้วยซ้ำ น้ำเสียงที่เอ่ยหยอกล้อเขาอย่างอารมณ์ดี ฝ่ามือใหญ่ที่ออกแรงขยี้เสียจนหัวยุ่งแทบจะทุกครั้ง แม้ปากจะบ่นแต่สุดท้ายก็อดที่จะยิ้มไม่ได้เพราะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมา เคียวสุเกะถอนหายใจ ภายใต้แสงสลัวของโคมไฟและเครื่องเล่นซีดีรูปร่างเหมือน Juke Box เด็กหนุ่มมองไปเห็น "กล่องสมบัติ" ของเขาวางปะปนอยู่กับของมากมายในชั้น
ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็จะตอบคำถามได้ในตัวของมันเอง เพราะเหตุนั้นจึงอยากจะมีอะไรบางอย่างติดตัวกลับมาบ้างก็ยังดี ความรู้สึกนั้นรุนแรงมากเสียจน เจ้าตัวยังรู้สึกแปลกใจนักแสดงรุ่นพี่คนนั้นอยู่ๆก็มีความสำคัญขนาดนี้ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรกัน เด็กหนุ่มยิ้มเมื่อได้ทบทวนการกระทำของตัวเองดูอีกครั้ง
"ทำตัวสาวน้อยไปได้แฮะเรา... "
พลันดวงตากลมโตก็หันไปจับจ้อง "กล่องสมบัติ" นั้นเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ อะไรบางที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัว มันเหมือนกับว่าจะนึกออกมาเป็นคำพูดได้แต่ก็ไม่ใช่ มันเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่เขาตะโกนเรียก ไดสุเกะเอาไว้แล้ววิ่งไปกระโดดเกาะไหล่กว้างของอีกฝ่าย มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้รู้สึกอึดอัด เหมือนจะทรมานหากแต่ก็ทำให้เขายิ้มออกมาได้ เด็กหนุ่มยกมือขึ้นแตะริมฝีปากปิดบังรอยยิ้มนั้นเอาไว้ด้วยเคยตัวอีกครั้ง
"ดันพูดออกไปว่า กระดุม ซะได้...ไว้คราวหน้าเจอกันค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน"
เคียวสุเกะหัวเราะก่อนจะเดินไปล้มกายลงนอนกับเตียงนุ่ม นึกอยากจะอัพบล็อกส่งต่อความรู้สึกดีๆให้แฟนๆได้รับรู้กัน แต่คิดอย่างเห็นแก่ตัวอีกที ขอเขาเก็บความรู้สึกแบบนี้ไว้คนเดียวบ้างก็คงจะดีไม่น้อย ริมฝีปากบางยิ้มน้อยๆให้กับความคิดของตัวเองก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย เคียวสุเกะหลับตาลงเสียงที่ดังแว่วๆมาจากห้องของพี่ชายดูจะลอยห่างออกไปเรื่อยๆ...
-fin-
++++++++++++++
talk : กำลังคิดอยู่นานว่าจะหารูปประกอบอะไรดี .. ต่ออารมณ์มันต่อเนื่องจาก KEEP ตอนที่แล้ว ก็เลยขอคงรูปเดิมไว้นะคะส่วนตัวแล้วเรื่องนี้ก็ยังคงน่ารัก อุ่นๆ และได้อารมณ์ สาวน้อย เหมือนเดิมคร่า~ ว่าแต่ตอนนี้ไม่ใช่ตอนของ พี่ชาย-มาโอะ หรอกเหรอ p.k.a. ?
edit @ 15 May 2011 16:46:06 by kuroikuruma
edit @ 7 Sep 2011 22:13:57 by kuroikuruma
マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」


#1 By Reindeer on 2010-08-01 22:07