It’s making>>The otherside story:Ch3
posted on 22 Jun 2011 00:02 by kuroikuruma in fan-fiction


It’s making >> The otherside story
Author >> PPK
Data Source >> kuruma
Warning >> ไม่มีอะไรจริงยิ่งกว่าเดิม เพราะฉะนั้นโปรดใช้จักรยานในการอ่าน ^__^
" ดูเหมือนจะทำได้ดีเลยนะ "
" อ้าว มาเหมือนกันเหรอ ทักกี้ " เรียวมะหันไปยิ้มให้กับผู้มาใหม่ที่เอ่ยขึ้นหลังการถ่ายทำพร้อมกับมองตามเด็กหนุ่มที่เดินออกจากอาคารไปทางสวนซึ่งจะต้องถ่ายฉากถัดไป
" ฮื่อ ตามหลังนายมาไม่เท่าไหร่หรอก มาโอะเป็นไงมั่ง " ยูกิฮิโระ หรือทักกี้ของหลาย ๆ คนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ภาพของมาโอะที่ผ่านตาเขาในเสี้ยววินาทีที่เดินผ่านประตูออกไปดูไม่สดใสเหมือนอย่างที่เคยเป็นนัก
" ดูเหงา ๆ ไปนิดหน่อย แต่ก็แสดงได้ดีเลยล่ะ ส่วนไดจัง ก็นู่น จะไปคุยหรือเปล่า " เรียวมะทำท่าบุ้ยใบไปทางชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนคุยกับผู้กำกับสีหน้าจริงจังอยู่ไม่ไกล
" ฮื่อ ว่าแต่จะไปด้วยหรือจะไปดูมาโอะล่ะ "
" ทักกี้ไปคุยกับไดจังเถอะ ฉันจะไปดูมาโอะก่อน ยังไม่เข้าฉาก จะไปคุยด้วยหน่อย " เรียวมะบอกก่อนจะเดินออกไปอีกทางในขณะที่ยูกิฮิโระก็รอให้ไดสุเกะคุยธุระเสร็จจึงเข้าไปหา
" วันนี้ไม่มีอะไรมาก แต่ทำไมทำหน้าเครียดจังล่ะไดจัง " ถามยิ้ม ๆ ราวล้อเลียนคุณลุงแก่ ๆ
" หึ .. " ไร้คำตอบ มีแต่เสียงหัวเราะในลำคอกับรอยยิ้มเครียดเท่านั้น ใครว่าไม่มีอะไรมากกัน
" สายตาเมื่อกี้ ใช้ได้เลยนะไดจัง "
" อย่ามาแซวเลยน่า ว่าแต่ไปแล้วล่ะสิ "
" ฮื่อ จะไปดูหรือเปล่า "
ไดสุเกะชะงักกับคำชวน ใบหน้าคมนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะส่ายไปมาเป็นการปฏิเสธ สำหรับเขาในวันนี้งานจบแล้ว และเขาก็น่าจะกลับไปเสียทีเช่นกัน
" ไปดูแทนให้ด้วยก็แล้วกันนะ พรุ่งนี้เจอกัน "
" เจอกันพรุ่งนี้ ไดจัง อย่าสายล่ะ กีย์ ฮ่าๆๆ "
ไดสุเกะยิ้มบางๆ โบกมือลาก่อนจะหายไปเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ยูกิฮิโระมองตามแผ่นหลังกว้างที่ยังดูแข็งแกร่งเหมือนเดิม หากแต่ความรู้สึกบางอย่างกลับแผ่กระจายออกมาอย่างรู้สึกได้ชัด หากแต่เขาก็เลือกที่จะปล่อยความรู้สึกนี้ให้ผ่านไปก่อน สิ่งสำคัญตอนนี้คือการไปดูการถ่ายทำของเด็กหนุ่มที่เขาเอ็นดูราวกับน้องชายอีกคนต่างหาก จะเริ่มหรือยังนะ
กีย์ นายเป็นอะไรไป ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ครั้งแรก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสผมแบบนี้ เป็นครั้งแรกที่เขาจูบผม .. แบบเพื่อน ทำไม กีย์ ..
ท่ามกลางแสงแดดของยามบ่ายแก่ๆ กลางทุ่งดอกไม้สีสันสดใส เด็กหนุ่มร่างบางในเสื้อคลุมสีเขียวสด หากแต่ในเวลานี้ กลับดูมืดมนยิ่งกว่าคืนเดือนมืดเสียอีก แสงสว่างของดวงอาทิตย์ สีสันอันงดงงามของธรรมชาติก็ไม่อาจช่วยให้จิตใจที่สับสนและหม่นหมองรู้สึกดีขึ้นมาได้เลย ในเวลานี้เขาได้แต่คิดวนเวียนไปมากับความเปลี่ยนไปของคนรัก สมองทำงานหนักเพื่อหาเหตุผลของการกระทำแต่ก็ไม่มีเลยสักครั้งที่จะได้คำตอบที่จะช่วยให้กระจ่างขึ้นมาได้
ทำไม ..
ทำไม ..
ทำไม ...
ครั้งแล้ว ครั้งเล่ากับคำถามนั้น ทำไม ...
" กลับนะครับ ขอบคุณครับ "
" โชคดี เจอกันมะรืนนี้นะจ๊ะ พรุ่งนี้ก็พักให้สบายแล้วกันนะ " ทีมงานสาวบอกพร้อมกับโบกมือให้เด็กหนุ่มที่โค้งให้ตามารยาทที่ดี
" เอ่อ แล้วพรุ่งนี้ไดจังกับพวกทักกี้จะมาเข้าฉากสินะครับ " เคียวสุเกะ ถามคนดูแลคิวการถ่ายทำ
" จ้ะ เป็นพวกฉากเจาะแต่ละคนสั้น ๆ น่ะ อยากเจอเหรอ "
" เอ่อ .. "
ใบหน้าเรียวก้มลงเล็กน้อยซ่อนประกายตาที่แสดงความรู้สึกบางอย่างไว้อย่างแนบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเงยหน้าขึ้นใหม่อีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มสดใสตามแบบฉบับฮามาโอะ เคียวสุเกะ
" ฮะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมขอมาเที่ยวนะฮะ ไปแล้วฮะ "
ร่างเพรียวของเด็กหนุ่มกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดออกไปดูร่าเริงเหมือนทุกครั้ง จนทีมงานที่เห็นได้แต่หัวเราะกับความกระตือรือร้นของเด็กหนุ่ม แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ยังสงสัยจนอดนำมาคุยกันไม่ได้
" นี่มิกิจัง เมื่อกี้สังเกตไหมตอนที่ถามมาโอะว่าจะมาหรือเปล่าน่ะ "
" ยังไง "
" ก็มาโอะชะงักไปนิดนึงนะ แล้วก็ทำหน้าแปลก ๆ ด้วย เหมือนจะเหงา "
" จะว่าไป ตั้งแต่เข้าฉากมานี่ ยังไม่เห็นไดสุเกะกับมาโอะคุยกันเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ เห็นทุกทีช่างแกล้งจะตาย "
" อืม เหรอ "
นั่นสินะ ในการทำงานครั้งก่อน ทุกครั้งที่ทั้งสองคนมาเข้าฉากด้วยกัน มักจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของไดสุเกะที่จะคอยแหย่ใคร ๆ อยู่เสมอโดยเฉพาะเด็กหนุ่มที่รับบทคนรัก และเช่นกันกับเสียงโวยวายของเคียวสุเกะก็มักจะดังขึ้นเสมอๆยามโดนแกล้งหรือโดนแหย่ แต่นี่ผ่านมาหลายวัน โดยเฉพาะวันนี้ที่ทั้งสองคนเริ่มมาเข้าฉากด้วยกัน กลับไม่มีภาพนั้นให้ได้เห็นเลย
" เอาเถอะ อาจจะยังกำลังปรับตัวกับบทก็ได้ เดี๋ยวก็ดีเอง ไม่แน่นะ พรุ่งนี้อาจจะได้เห็นผู้ใหญ่แกล้งเด็กกันก็ได้ เกือบครบทีมเลยนี่นา "
เธอบอกบรรดาเพื่อนร่วมงานที่ดูเหมือนจะเป็นแฟนคลับของคู่นี้อยู่ไม่น้อย หลายคนถอนใจและพยักหน้าเห็นด้วยจากนั้นการเก็บของก็เริ่มขึ้น การทำงานจบไปอีกวัน และจะเริ่มใหม่ในวันพรุ่งนี้ และหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นไปด้วยดีดังทุกครั้ง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
" เคียวจัง เป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมกินน้อยจัง " ผู้เป็นแม่เอ่ยถามเมื่อเห็นลูกชายคนเล็กเอาแต่เงียบ ซ้ำยังไม่ค่อยจะแตะอาหารที่เธอตั้งใจปรุงอย่างสุดฝีมือเหมือนทุกครั้ง
" เคียวสุเกะ เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่กินเดี๋ยวพี่แย่งหมดนะ " เท็ตสึยะแหย่น้องเมื่อเห็นว่ายังทำหน้าซึมอยู่ ดูผิดปกติ เพราะทุกทีกลับจากกองถ่ายเป็นต้องมานั่งเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟังจนต้องบอกให้หยุดด้วยซ้ำ
" พี่กินก็ได้นะ ผมไม่หิว ขอโทษนะฮะแม่ ผมไปอาบน้ำแล้วจะนอนเลยนะฮะ ไปกันเถอะโรคุ " ร่างเพรียวลุกขึ้นแล้วเรียกเจ้าเหมียวประจำบ้านให้ตามขึ้นไป เจ้าขนฟูเหลียวมามองก่อนจะหันไปจัดการอาหารของตนอย่างรวดเร็วแล้วก็วิ่งตามขึ้นไปราวกับรู้ความทิ้งให้ผู้เป็นแม่และพี่ชายได้แต่มองตามด้วยความงุนงง
" เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทีตอนแรกพอรู้ว่าจะเริ่มถ่ายทำก็ดูร่าเริงดีออก ตื่นเต้นจนแม่ยังอดขำไม่ได้ แล้วพอไปเข้าฉากก็ซึมกระทือกลับมา มันหมายความว่าอะไรกัน "
เธอได้แต่งุนงง หากแต่ลูกชายคนโตไม่ได้หยุดแค่ความรู้สึก ร่างสูงช่วยแม่จัดเก็บของเรียบร้อยแล้วก็พาตัวเองไปยังห้องของน้องชายทันที
" เคียวสุเกะ "
" พี่ "
" ที่กองถ่ายมีอะไรหรือเปล่า "
" เปล่าฮะ "
" แล้วทำไมกลับมาเป็นแบบนี้ แม่กับพี่เป็นห่วงนะ " น้ำเสียงจริงจังของพี่ชายทำให้เคียวสุเกะเงียบไป มือที่กำลังลูบขนนุ่มของโรคุหยุดขยับพร้อมกับกระเถิบถอยให้พี่ชายนั่งลงเคียงข้าง
" ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่เหนื่อยแล้วก็ยังไม่เข้าใจอะไรนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรผมอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ "
" แน่ใจนะ "
" ฮื่อ "
" แล้วไป "
ความเงียบเข้าครอบงำทั้งคู่อีกครั้ง สองพี่น้องนั่งเงียบอยู่เคียงกันบนเตียง โดยมีโรคุนอนสบายบนตักกว้างของเจ้านายคนน้องและมีมือใหญ่ของเจ้านายคนพี่ลูบหลังไปมา เสียงครางเบา ๆ อย่างมีความสุขคงเป็นเสียงเดียวที่ได้ยินในขณะนี้
" ว่าแต่ว่า วันนี้เข้าฉากกับไดสุเกะซังไม่ใช่เหรอ เป็นไงบ้างล่ะ " เท็ตสึยะเอ่ยถามถึงใครบางคนที่น้องชายของเขาดูจะติดอกติดใจมากมาย แต่ก็นิ่วหน้าเมื่อน้องชายส่ายหน้าไปมาก่อนจะเอียงลงซบศีรษะลงกับไหล่กว้างของตน
" ยังไม่ได้คุยกับไดจังเลย พอจะคุยด้วยก็ไปนู่นไปนี่ตลอด " บ่นงึมงำ หน้างอง้ำจนคนเฝ้าดูอดขำไม่ได้ นี่ล่ะสิสาเหตุที่ทำหน้าหงอยเสียขนาดนั้น
" อืม.. อาจจะต้องการสมาธิก็ได้ละมั้ง เอางี้สิ พรุ่งนี้พี่หยุด นายก็หยุด อยากไปไหนหรือเปล่า "
พี่ชายใจดีลูบผมนิ่ม เขาไม่ชอบให้น้องทำหน้าซึมเศร้า เคียวสุเกะน้องชายของเขาเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่า เวลาที่เจ้าตัวหัวเราะ มันทำให้โลกนี้ดูสดใสและให้ความรู้สึกดีกว่านั้น
" พี่หยุดเหรอ งั้นไปเที่ยวกองถ่ายกัน จริงด้วยทำพุดดิ้งไปให้ทุกคนด้วยดีกว่า คราวก่อนที่ทำไปทุกคนก็ชอบด้วยล่ะ พี่ไปกับผมนะ พาโรคุไปด้วย พี่ ๆ ทีมงานบ่นถึงกันทุกคนเลย "
พอได้ทีก็เอาใหญ่ ทำเอาพี่ชายอดหัวเราะไม่ได้ ปุบปับก็เปลี่ยนเลยนะ เอาเถอะ ก็ยังดีกว่านั่งหน้ามึนเหมือนเมื่อครู่ละนะ
" โอเค "
" เย้ ผมไปเช็คของก่อนดีกว่าถ้าพรุ่งนี้จะออกไปซื้อของแต่เช้า แม่ฮะ "
ราวกับลมพัด เจ้าตัวแสบอุ้มสิ่งมีชีวิตขนฟูขึ้นจากตักแล้วส่งให้พี่ชายก่อนจะวิ่งหายลงไปหามารดาด้านล่างทันที ทำเอาพี่ชายที่แสนดีได้แต่ยิ้มแล้วยกเจ้าเหมียวแสนรักขึ้นมาระดับสายตา
" โรคุ เจ้านายแกท่าจะเพี้ยนแล้วล่ะ แกว่าอย่างนั้นไหม "
เจ้าตัวยุ่งทำตาวาววับมองเจ้านาย ก่อนจะขานตอบ
เหมียว ~~~
ถ้าพูดเป็นภาษาคนได้ โรคุคงจะตอบว่า เห็นด้วย ละมั้ง ชายหนุ่มได้แต่คิดพลางหัวเราะขำ แต่เพียงครู่ใบหน้าคมก็แปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบกับคำบอกเล่าของน้องชาย
... ยังไม่ได้คุยกับไดจังเลย ....
หวังว่าคงเป็นแค่ความคิดมากของน้องชายของเขา อย่าให้เป็นเรื่องอะไรมากกว่านั้นเลยนะ เพราะถึงเป็นงานแต่ถ้าจงใจจะทำอะไรให้เคียวสุเกะเสียใจล่ะก็ หน้าไหนเขาก็ไม่ยอมทั้งนั้น
talk : ดราม่าต่อไปค่ะ คุณผู้อ่าน .. แต่ว่าเจ้าของบลอคเองก็ขอพื้นที่โฆษณาเล็กน้อยนะคะ กับเจ้านี่ค่ะ ..

edit @ 30 Jun 2011 01:32:42 by kuroikuruma
edit @ 7 Jul 2011 11:33:52 by kuroikuruma
マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」



#1 By aeyaey (58.9.184.247) on 2011-06-22 01:15