Hamao's Birthday Project 2011 fictions:Question&Answer

posted on 24 Jun 2011 22:30 by kuroikuruma  in fan-fiction
 
 
 
 
 
 
 
 
 
DaiMao Fan-fiction presents
 
Hamao Kyousuke Birthday Project 2011
 
Question & Answer

Paring : Watanabe Daisuke & Hamao Kyousuke
 
 
 
++++++++++++++


First story : Question
by kuruma

 

ผมมองเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่อยู่ในมือ หลังจากที่ยืนเลือกอยู่นานในร้านแห่งหนึ่งไม่ไกลจากอพาร์ตเมนต์ของผมนัก น้ำหนักที่มีพอสมควรภายใต้กระดาษห่อสีน้ำเงินผิวมันนั้นคงจะทำให้คนที่ได้รับสงสัยไม่น้อย หากได้เห็นครั้งแรก แต่เมื่อได้ถือมันเอาไว้แล้ว ถ้าไม่อุทานออกมาอย่างตกใจ ก็คงจะยิ้มอย่างสมใจเป็นแน่

 

ทำไมน่ะหรือ?

 

เจ้าตัวเองคงจำไม่ได้หรอกว่าเคยพูดเอาไว้  คำพูดจาไร้เดียงสาแบบนั้นเรียกรอยยิ้มอย่างเอ็นดูจากใครต่อใครได้เสมอ มันเป็นแบบนั้นมาตลอด.........ตลอดสี่ปีที่ผมรู้จักกับเขามา..

 

ทำไมน่ะหรือ ?

 

ผมยังจำรอยยิ้มร่าเริงของเด็กผู้ชายร่างสูงเพรียวในวันที่มาออดิชั่นบทจากมิวสิคคอลเกี่ยวกับกีฬาเทนนิสชื่อดัง ยามเมื่อผมเลี้ยงน้ำอัดลมหลังจากที่เสร็จจากการออดิชั่นพาร์ทร้องเพลง .. ที่ก็อดจะยิ้มไม่ได้ทุกครั้งที่นึกถึงความพยายามในการร้องเพลงของเขาในครั้งนั้น ..

 

ทำไมน่ะหรือ?

 

พรสวรรค์ของเขาไม่ใช่การร้องเพลง .. แต่ในทุกเพลงที่เราร้องร่วมกัน ผมรู้สึกได้ถึงความพยายามของเขาเสมอดังนั้น ผมจึงมีผลงานเพลงของเขาเก็บไว้ที่อพาร์ตเมนต์ และเสียงเพลงพวกนั้นก็จะดังขึ้นมาในบางครั้ง..

 

พรสวรรค์ของเขาไม่ใช่การเต้น .. แต่ในทุกเพลงที่เราต้องแสดงร่วมกัน ผมเห็นเขาแอบไปซ้อมอยู่อีกมุมหนึ่งของสตูดิโอเสมอ .. ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด เขาก็ยิ้มได้อย่างร่าเริงทุกครั้งที่ผมเลี้ยงน้ำอัดลมหลังจากซ้อมเสร็จ

 

พรสวรรค์ของเขาไม่ใช่การแสดง .. แต่ในบทบาทที่แสดงออกไป แม้ในดวงตาคู่นั้นจะมีคำถาม แต่ก็มองผมด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ ในทุกบทที่เราต้องใกล้ชิดกัน ต่อให้มากมายเพียงใดก็ตาม

 

ทำไมน่ะหรือ?

 

“ผมเชื่อไดจัง”

เขาบอกผมพร้อมกับรอยยิ้มในปีที่สองของการแสดงคู่กัน .. หลังจากที่เราทั้งคู่อ่านบทที่ถูกเพิ่มขึ้นมาโดยฝีมือผู้กำกับ ก่อนที่จะแสดงในวันนั้น ..

ถ้าจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลย ก็คงจะเป็นเรื่องโกหก

 

ทำไมน่ะหรือ?

ทุกครั้งที่ลมหายใจของเราเป่ารดกันและกัน ทุกครั้งที่สัมผัสผิวกายของกันและกัน ตามบทบาทที่เราแสดงในฐานะคนรัก ไม่ว่าจะกี่ปีต่อกี่ปี

 

.. ความรู้สึกของผมมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ... และผมรู้ดีว่าผมคงหยุดมันเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป..

 

ทำไมน่ะหรือ?

 

ผมไม่อยากจะทำแบบนี้อีกต่อไปแล้ว.. ผมเองที่สูญเสียความเป็นตัวเองไป .. ผมเองที่ไม่อยากจะทำแบบนั้นกับเขาให้คนทั้งโลกดูอีกต่อไป..

 

ทำไมน่ะหรือ?

 

เพราะผมเองก็เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าต้องห้ามของ “คนสำคัญ” ของตัวเอง

ผมตัดสินใจยุติบทบาทของซากิ กีย์อิจิ ในภาคห้าของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตนเอง ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ต้นสังกัดของอีกฝ่ายเองก็ตัดสินใจยุติบทบาทของฮายามะ ทาคุมิเช่นกัน

 

ทำไมน่ะหรือ?

 

“ ดอกไม้ซักหน่อยดีไหมนะ? ”

 ผมยืนอยู่ที่หน้าร้านขายดอกไม้เล็กๆหลังจากลงจากสถานีรถไฟบริเวณชานเมืองโตเกียว อดที่จะหัวเราะไม่ได้เมื่อสัมผัสได้ถึงละอองฝนที่โปรยปรายลงมาทั้งๆที่ก็เข้าสู่หน้าร้อนแล้ว แน่ล่ะ..ไม่ว่าจะมาถึงที่นี่ กี่ปีต่อกี่ไป เจ้าชายน้อยแห่งสายฝนคนนั้น ก็โปรยปรายละอองฝนเล่นงานผมได้ตลอด

 

เพียงไม่นานนักดอกฮะจิไซสีฟ้าอมม่วงช่อขนาดกลางก็ถูกจัดมาในกระดาษสีเหลืองสดใส ตอนนี้มือของผมข้างหนึ่งถือช่อดอกไม้ ส่วนอีกข้างยังถือกล่องสีน้ำเงินเอาไว้ .. และกำลังโดนละอองฝนเล่นงานเสียด้วย.. แต่อีกไม่นานก็จะถึงที่หมายแล้วนี่นะ

 

ละอองฝนเปียกชื้นเข้าไปถึงเส้นผม เมื่อผมเดินมาถึงบ้านสองชั้นขนาดกลางที่มาเป็นประจำตลอดสี่ปี ในเมื่อมือทั้งสองข้างไม่ว่าง ผมจึงวางช่อดอกไม้ลงบนกระถางดอกไม้ชนิดเดียวกันที่วางเรียงรายโชว์กลุ่มดอกสีฟ้าสดใสดอกโตอยู่บริเวณหน้าประตูบ้าน เพียงไม่นานเสียงที่ผมคุ้นเคยดีก็ขานรับก่อนจะเดินออกมาเปิดประตู

 

“ ครับ? อ้าวไดจัง? ”

 

ดวงตากลมโต มองผมพลางกระพริบตาถี่ๆ กับสิ่งที่เห็น ผมที่ถือช่อดอกฮะจิไซไว้ในมือกับกล่องสีน้ำเงิน

 

“ ....................... ไง? ”

 

อา..ผมแพ้ดวงตาคู่นั้นอีกแล้วสินะ เวลาสบตากันตรงๆ ผมมักจะเป็นแบบนี้เสมอเลยทีเดียว

 

“ จะไม่ชวนเข้าไปในบ้านหน่อยเหรอ? ”

 

“ อะ..อื้ม เชิญฮะ ”

เขาเปิดประตูบ้านออกกว้าง และทันทีที่ผมเดินเข้าไปด้านใน ก็ได้ยินเสียงเจ้าแมวตัวโตมาแต่ไกล แต่กลับไม่ได้ยินเสียงทักทายที่คุ้นเคยของคนในครอบครัวเด็กคนนี้เลย

 

“ วันนี้ไม่มีใครอยู่เหรอ? ”

 

“ อื้ม..คุณแม่กับพี่ไปเยี่ยมคุณยายน่ะฮะ พ่อเองก็บอกว่าจะกลับดึกหน่อย ”

เขาเดินออกมาพร้อมกับขนมคุกกี้ชอคโกแลต และน้ำชาร้อนๆ ที่เอามาวางไว้ตรงหน้าผม

“ ว่าแต่ไดจังว่างเหรอฮะวันนี้? ”

อีกแล้วที่ดวงตากลมๆนั่นมองผมไม่วางตา และผมเองก็มองกลับเข้าไปในแววตาสดใสคู่นั้นที่ฉายแววเหงา ด้วยเหตุผลที่เจ้าตัวบอกนั่นแหละ

“ อืม..วันนี้ไม่ต้องซ้อมบุไตน่ะ...ฉัน.. ” ผมยื่นช่อดอกไม้เปียกๆนั่นให้คนตรงหน้า

 

“ เอ้า นี่ ”

 

มือนั้นรับเอาช่อดอกไม้จากผมไป ก่อนจะยิ้มกว้าง ที่ทำเอาผมอดที่จะยิ้มตามไม่ได้

“ ขอบคุณฮะ..ไดจังอุตส่าห์มาตั้งไกล..ที่จริงไม่เห็นต้องลำบากเลย "

 ถึงจะพูดอย่างเกรงใจ แต่เจ้าตัวกลับยิ้มร่าเสียแบบนั้น ทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบผมนิ่มของเจ้าของวันเกิดเบาๆ

“ ไม่ได้ลำบากอะไรซักหน่อย..เจ้าเด็กบ้า..เอ๊ะ ไม่เด็กแล้วสินะ ปีนี้ก็ยี่สิบแล้วใช่ไหม? ”

ผมถามพลางยิ้มเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมยิ้มตามได้ทุกครั้ง เจ้าตัวก็ได้แต่พยักหน้าแรงๆแล้วฉีกยิ้มให้ผมอีก

 

“ งั้น..เอ้านี่ ตามสัญญา ”  

ผมยื่นกล่องสีน้ำเงินให้คนตรงหน้า และเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของอีกฝ่ายเลยต้องขยายความอีกหน่อย

“ ของขวัญวันเกิดไงล่ะ? ”

 

เสียงกระดาษห่อถูกแกะออกอย่างรีบร้อนตามนิสัยซนๆของเด็กคนนี้ ก่อนจะต้องทำตาโตกับของที่อยู่ด้านใน

“ มีแก้วใส่แชมเปญไหมล่ะ? ”  

ผมถามออกมาเมื่อขวดนั้นอยู่มือทั้งสองข้างของเจ้าของวันเกิด แต่เมื่ออีกฝ่ายเอียงคออย่างไม่เข้าใจ ผมเลยถือวิสาสะเดินเข้าไปในครัวเสียเอง แล้วเปิดตู้ใส่แก้วออกมา โชคดีที่มีแก้วไวน์อยู่สองใบพอดี


ผมดึงเอาขวดแชมเปญมาเปิดแล้วรินมันลงไปในแก้ว ก่อนจะยื่นให้คนตรงหน้า

“ ไดจังฮะ? เมื่อกี้ที่ว่าสัญญา?”  

ทั้งๆที่มือก็รับเอาแชมเปญมาไว้ในมือแต่ก็ยังจำไม่ได้อยู่ดีว่าเคยพูดอะไรกับผมไว้

ฉันสัญญากับนายเอาไว้ .. เมื่อสี่ปีก่อน จำไม่ได้เหรอ ตั้งแต่ตอนเล่นเทนิมิวกัน ”  

ผมสบดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่ง

“ ว่าถ้านายอายุยี่สิบ เมื่อไหร่ ฉันจะสอนนายเอง เรื่องของการเป็นผู้ใหญ่ .. รวมถึงเหล้าแก้วแรกในวัยยี่สิบของนาย  ด้วย ”

ผมยื่นแก้วไปชนกับอีกฝ่ายเบาๆ แล้วยกมันขึ้นดื่มช้าๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตาม ก่อนจะขมวดคิ้ว ทำหน้าแหยแกแบบนั้น ทำเอาผมอดที่จะหัวเราะไม่ได้ และอดที่จะเอื้อมมือไปเช็ดปากนั้นไม่ได้

“ นี่ล่ะ..รสชาติของผู้ใหญ่ล่ะ .. ถึงจะขม แต่นายก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน .. นายต้องค่อยๆจิบมัน ให้รสสัมผัสมันอยู่ที่ปลายลิ้น และในปากของนาย แล้วค่อยๆ กลืนมันลงไป..ช้าๆ..แบบนั้นล่ะ มาโอะ.. ”  

เสียงของผมเริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เมื่อมองของเหลวใสสีทองค่อยๆเข้าไปในปากแดงระเรื่อนั้นก่อนจะถูกกลืนลงไปในคอ บางส่วนเองก็เลอะจากมุมปากลงมา ตามประสาของเด็กที่กินอะไรไม่ระวังเช่นเคย

 

..แต่ก็ไม่ใช่เด็กแล้วนี่..

 

“ นี่..มาโอะ ” ผมใช้นิ้วเช็ดปากให้คนตรงหน้าอีกครั้ง อดที่จะยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้

“ นายเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ”  

ผมเลื่อนมือไปแตะใบหน้าเล็กๆที่เคยสัมผัสด้วยบทบาทที่แสดงร่วมกันมา ดวงตากลมโตคู่นั้นสะกดจนผมไม่เป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง

 

และกว่าจะรู้ตัวอีกทีผมก็เลื่อนหน้าไปกระซิบติดริมฝีปากนั้นแล้ว

 

“ Happy Birthday ”

 

-fin-

 


+++++++++++++++


 

Second Story : Answer

by PPK

 

    ............... วันนี้วันเกิดของผม วันเกิดที่ผมควรจะใช้เวลาร่วมกับครอบครัวเพื่อฉลองเหมือนทุกปี

    ............... แต่วันนี้ไม่เหมือนกับทุกปี  เพราะวันนี้  ผมไม่ได้อยู่กับครอบครัว

    ............... วันนี้    ผมไม่รู้ว่าผมกำลังอยู่ที่ไหนของโลก

    ............... ผมไม่รู้ว่าผมมาที่นี่ทำไม และเพื่ออะไร .... แต่ผมต้องมา ..

    ............... ผมมาที่นี่โดยที่ไม่รู้อะไรเลยเพียงเพราะจดหมายเล็กๆในมือของผมเท่านั้น

    ............... เมืองเล็กๆที่เงียบสงบ แตกต่างกันมากมายกับเมืองที่ผมเดินทางจากมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมง

    ............... แล้วผม... มาที่นี่ทำไมกันนะ ...

    ............... มีคำถามมากมายวิ่งวนอยู่ในหัวผม  ตลอดการทาง  แต่สุดท้ายผมก็มาถึงที่นี่จนได้

    ............... ผมค่อยคลี่กระดาษจดหมายที่ถูกพับมาอย่างเรียบร้อยออกมาอ่านอีกครั้ง

    ............... ข้อความที่เขียนเพียงสั้น ๆ ด้วยลายมือที่ผมคุ้นตา

    ............... ข้อความเพียงบรรทัดเดียวแต่ทำให้ผมต้องมาถึงที่นี่

 

                            " รออยู่ที่ XXXXXXXXX .... "

 

    ............... เพียงแค่นี้จริงๆ ไม่มีชื่อคนเขียน ไม่มีรายละเอียดอื่นใด  ไม่มีเลย  ข้อมูลเดียวที่ผมมีคือ  สถานที่นัดพบจากใครคนหนึ่ง  เพียงเท่านั้น

    ............... แต่ถึงอย่างนั้น   ผม... ก็ยังมาและผมก็มาถึงแล้ว

    ...............   ทำไมกันนะ  ทำไมผมต้องสนใจกับข้อความนัดพบเพียงแค่ประโยคเดียวนั้นด้วย  ทำไมกัน ....

 

                                    ***************************************

 

            รถแท็กซี่ที่ลุงคนขับที่แสนใจดีขับมาส่งผมหายลับไปจากสายตาแล้ว  หลังจากที่ผมลงจากรถ ที่นี่ ... ที่ไหนกัน   เบื้องหน้าของผม  คือเนินเขาที่ดูสงบ  และสดชื่น  ทางเดินเล็กๆทอดยาวขึ้นไป  ผมต้องไปตามทางนี้สินะ  ถ้าผมไปตามทางนี้แล้ว  ผม  จะได้คำตอบสำหรับคำถามที่มันวิ่งวนชนกันอยู่ในหัวของผมหรือเปล่า  ผมได้เพียงแต่ถามในใจ  และก้าวไปข้างหน้า  ในเมื่อมีทางอยู่ข้างหน้า  ก็ต้องลองเดินไป ถ้ามัวแต่กลัวไม่ก้าวสักที  สุดท้ายก็คงไม่ได้ไปไหน  ยังคงอยู่ที่เดิม  ซึ่งนั่นไม่ใช่ผมแน่นอน 

           

            ท่ามกลางแสงแดดยามสาย  บนเนินเขาที่ผมเดินมาจนสุดท้าย  ที่นั่นบ้านชั้นเดียวหลังเล็กพอดีสีขาวทอดตัวสง่างามอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้หลากสี  และทุ่งหญ้าสีเขียวสด  รั้วสีขาวเล็กๆ  ทอดยาวรายล้อมบริเวณบ้านไว้อย่างสวยงาม  ประตูรั้วขนาดพอเหมาะเปิดแง้มไว้ราวกับเชื้อเชิญให้เข้าไป  ที่นี่สินะจุดนัดพบของผมและ ...

 

            ผมค่อยๆเดินเข้าไปอย่างระวัง แม้จะพยายามส่งเสียงเรียกหาใครก็หามีเสียงตอบรับมาไม่  จึงทำได้เพียงเดินเข้ามา และนั่น ก็ทำให้ผมได้เห็นในสิ่งที่ทำให้ผมต้องยิ้มออกมา

            ภายในบ้านหลังน้อยน่ารัก  พื้นบ้านเล่นระดับยกพื้นได้อย่างเหมาะเจาะ  เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างถูกผ้าขาวผืนใหญ่คลุมไว้เพื่อป้องกันฝุ่น กลิ่นสีใหม่ๆยังไม่จางหายแสดงให้เห็นว่าการตกแต่งภายในพึ่งแล้วเสร็จ

 

            ผมเดินไปตามทางที่ดูเหมือนจะถูกวางไว้ให้ผมโดยเฉพาะ  จนกระทั่งถึงห้องกว้างหายในห้องหนึ่ง ห้อง ที่ไม่มีอะไรเลย  นอกจากผนังเรียบๆ  และ

           

            ...... รูปถ่ายของผม ....... 

 

            ในห้องกว้างที่สว่างด้วยแสงนวลของแสงไฟที่ปรับระดับความสว่างอย่างพอดีนั้น   ผมได้แต่หมุนไปรอบตัวเพื่อมองผนังทั้งสี่ด้าน  รูปถ่ายของผมถูกติดเอาไว้เต็มไปหมด  รอบตัวราวกับถูกล้อมรอบด้วยตัวเองในอิริยาบทต่างๆ  จากไหนกันนะ  เริ่มต้นจากตรงไหน  ผมเฝ้ามองหาจุดเริ่มต้นของภาพเหล่านั้น  และในที่สุดผมก็หาเจอ

 

            รูปถ่ายที่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาทั้งหมด  รูปของผมตอนที่ออดิชั่นผ่านบทของคิคุมารุ  นี่ผมตอนนั้นทำหน้าตลกแบบนั้นด้วยหรือเนี่ย คนถ่ายนี่ใจร้ายจัง  ถ่ายรูปตลกๆมาได้นะ

 

            ผมค่อยๆเดินไล่ตามรูปถ่ายที่ดูเหมือนจะเรียงไล่ไปตามช่วงเวลาในการทำงานของผม  น่าแปลก  แต่ละช่วงเวลาของรูปถ่ายนั้นไม่ใช่ช่วงเวลาการทำงานทั้งหมดของผม  แต่มันเป็นช่วงเวลาส่วนหนึ่งที่ผมจะใช้เวลากับใครคนหนึ่งในการทำงานร่วมกัน  อยู่ที่ไหนกันนะ  คนคนนั้น

 

            รูปถ่ายมากมายที่จัดเรียงไว้ปะปนกันทั้งขนาดและรูปแบบ  แต่ทุกอย่างจะถูกแสดงออกถึงอาการที่เป็นธรรมชาติเสมอ  ภาพแอบถ่ายหรือไงนะ  ไม่ว่าจะเป็นผมที่เป็นคิคุมารุ  ผมที่เป็นฮายามะ  ทาคุมิ   และผมที่เป็นตัวเอง  ฮามาโอะ  เคียวสุเกะ  ทั้งสีหน้าที่บ่งบอกอารมณ์ที่แตกต่าง  ทั้งสุข  เศร้า  เหงา  ยิ้ม  หัวเราะ  เคร่งเครียดหรือเฉยเมย   นี่ผมกลายเป็นคอลเลคชันของคนคนนี้ไปแล้วหรือไงกันนะ

 

            รูปถ่ายแต่ละรูปผ่านสายตาไปอย่างเชื่องช้า  ผมเฝ้าคิดทุกครั้งที่เริ่มก้าวขยับไปดูรูปต่อไป  คนที่ถ่ายรูปผมในแต่ละครั้ง  คิดอะไรอยู่นะ แล้วผมล่ะ  ตอนนี้ผมคิดอะไรอยู่  ตัวผมเองก็ตอบไม่ได้  ผมรู้แต่ว่าตัวผมในรูปช่างแตกต่าง  แต่ทุกรูป  ก็คือตัวผม   ฮามาโอะ  เคียวสุเกะ 

 

            ผมค่อยๆเดินดูรูปจากผนังด้านหนึ่ง  เชื่อมต่อไปอีกด้าน   และอีกด้าน  จนถึงผนังด้านสุดท้าย  ที่ยังคงถูกติดประดับด้วยรูปถ่ายของผมเหมือนเดิม  แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างไป  คือตรงกลางผนังนั้น  กลับมีกรอบรูปหนึ่งที่ถูกปิดไว้ด้วยผ้าขาวอย่างมิดชิด  และเมื่อผมเปิดผ้าคลุมนั้นออกไป  ผมก็ถูกตรึงไว้กับที่อย่างไม่อาจจะขยับได้

 

            ตรงหน้าผม  คือรูปถ่ายขนาดใหญ่ของผม  รูปของผมที่กำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุด ผมจำได้ดีว่ามันเป็นช่วงเวลาไหน  จำได้ว่าใครเป็นคนที่ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปผม   จำได้ว่าผมโวยวายไปขนาดไหนเมื่อถูกถ่ายรูปแบบไม่ทันตั้งตัว   และรูปนี้ผมก็ไม่เคยได้เห็นเลยจนวันนี้   นี่คือสีหน้าของผมในวันนั้นสินะ  วันที่ผมได้พบเขาอีกครั้ง  แล้วเขาล่ะ  อยู่ที่ไหน  คนที่ถ่ายรูปนี้อยู่ไหนกัน

 

            แล้วความคิดทุกอย่างก็ชะงัก  คำถามต่างๆกลับหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่า  ผมสะดุ้งไปทั้งตัวเมื่อรับรู้ถึงแรงกอดรัดจากด้านหลัง  แต่ก็เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น  เมื่อผมรับรู้ถึงกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ผมหลงใหล  แรงกอดรัดที่แนบแน่น  แต่อบอุ่นและแสนอ่อนหวานเหมือนทุกครั้งที่มอบให้ผม  แผ่นอกกว้างที่เบียดชิดกับแผ่นหลังและเสียงหัวใจที่เต้นในจังหวะที่เคยคุ้น   เป็นคุณสินะ 

 

            " ไดจัง "

 

            ผมเรียกขานคนที่กอดรัดแผ่วเบาแต่ก็หนักแน่นในหัวใจ  สองมือของผมเกาะท่อนแขนที่กอดรัดตัวเองไว้แน่นพร้อมกับพิงศีรษะอิงซบอกกว้างนั้นด้วยความอุ่นใจและวางใจเหมือนทุกครั้ง 

 

            ได้ยิน ....... ผมได้ยินเสียงลมหายใจของเขา   เสียงหัวใจของเขา 

            รู้สึก ......... ผมรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนของเขาที่มอบให้ผมอย่างสม่ำเสมอ

            สัมผัส ....... ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดจากอ้อมแขนและอกกว้างนี้ได้อย่างทุกครั้ง และมันก็มากขึ้น  มากขึ้นทุกครั้งที่ผมได้สัมผัสกับความอบอุ่นนั้น

 

            ผมไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ผมถูกโอบล้อมด้วยอ้อมแขนและความรู้สึกอบอุ่นของเขา  แต่ผมไม่สนใจ  ขอเพียงแค่นี้ผมก็พอใจ  ปลายคางที่วางคลึงบนหน้าผากผม ร่างสูงใหญ่ที่เบียดกอดรัดแนบแน่นทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ไม่ว่านานแค่ไหนผมก็ยินดีที่จะถูกกักขังไว้ในความอบอุ่นนี้   จนกระทั่ง

 

            " ชอบหรือเปล่า "

 

            เสียงทุ้มของเขาดังขึ้น  ทำให้ผมต้องเงยหน้ามองพร้อมกับหมุนตัวเข้าหาอ้อมกอดกว้างนั้นที่เพียงแค่คลายออกเล็กน้อยให้ผมสามารถขยับตัวได้  ผมได้แต่ยิ้ม  ยิ้มที่ผมไม่รู้ว่าผมยิ้มเหมือนในรูปหรือเปล่า  ยิ้มด้วยความดีใจที่ได้เจอเขาอีกครั้ง  เหมือนครั้งนี้ 

 

            " ไดจังเป็นสโต๊กเกอร์เหรอฮะ "

 

            คนที่โอบประคองผมยิ้มกว้างก่อนจะหัวเราะพร้อมกับดึงผมไปกอดแน่นเขาหัวเราะพร้อมกับโยกตัวไปมาครู่ใหญ่  แล้วดันผมออกห่างอีกครั้งแต่ก็ห่างเพียงลมหายใจกั้น

 

            " ถ้าเป็นจริงๆ นายจะทำยังไง  ถ้านายจะถูกฉันเก็บเอาไว้แบบนี้เรื่อยๆ  นับจากนี้ ทุกอย่างที่เป็นนาย ฉันจะคอยเก็บเอาไว้ให้หมด "  

 

            เขา .. ถามผมอย่างนั้น  ทำยังไงเหรอ นั่นสิ 

 

            ผมค่อยๆยกมือทั้งสองขึ้น  ประคองใบหน้าของเขาดึงรั้งให้เข้าใกล้จนหน้าผากของเราสัมผัสกัน  ผมจะทำยังไงเหรอ

 

            " ถ้าไดจังเก็บผมเป็นคอลเลคชั่นในห้องนี้  ผมก็จะคอยเก็บไดจังไว้ที่นี่ทุกอย่าง  ทุกเวลา  แล้วก็เอาติดตัวไปทุกที่ด้วย "

 

            ผมบอกอย่างนั้นแล้วผละออก  สองมือดึงรั้งมือทั้งสองของเขาให้มาวางทับลงบนแผ่นอกด้านซ้ายของตัวผมเอง  ให้เขาได้สัมผัสถึงจังหวะหัวใจของผมที่เต้นระส่ำ  มันเต้นแบบนี้ทุกครั้งที่ผมคิดถึงเขา   มันเต้นแบบนี้ทุกครั้งที่ได้พบเขา  มันเต้นแบบนี้ทุกครั้งที่ได้อยู่กับเขา

           

            ผมไม่ได้พูดอะไรอีก  ผมได้แต่ยิ้มให้เขาอย่างมีความสุข ผมไม่รู้ว่าวันนี้ผมยิ้มเหมือนในรูปนั้นไหม  เพราะความดีใจ  และความสุขของผมในวันนี้มันมากกว่าวันนั้นมากนัก  และความสุขนั้นก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเมื่อเขาบอกผม

 

            " สุขสันต์วันเกิดมาโอะ ขอให้มีความสุขมากๆนะ "

 

            หัวใจของผมพองโตกับคำอวยพรสั้นๆ  เขาขยับตัวกอดผมไว้แน่น เราไม่ได้คุยอะไรกันมากกว่านั้น  สำหรับเรา  คำพูดไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกที่เรามีให้กัน   ความรู้สึกที่เราไม่ต้องเอื้อนเอ่ย 

 

            ผมหลับตาลงอย่างสบายใจในอ้อมแขนนั้นความรู้สึกสงบและอบอุ่นอันแสนหวานโอบล้อมเราไว้  คุณคือทุกอย่างที่ผมต้องการ  ทุกคำตอบสำหรับทุกคำถาม  ทำไมผมต้องมาที่นี่   ทำไมผมต้องใสใจกับจดหมายเพียงฉบับเดียว  ทำไมผมต้องเดินทางมาไกลขนาดนี้เพียงเพราะประโยคสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว

 

            ผมได้คำตอบทั้งหมดแล้ว  คำตอบของผมมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

 

            คุณคือคำตอบเดียวของผม

 

            ....... วาตานาเบะ  ไดสุเกะ ........

 

 

...THE  END...

talk : โปรเจคเร่งด่วนค่ะูู^^สำหรับวันเกิดของมาโอะปีนี้ เป็นปีที่สำคัญของน้องปีหนึ่ง อายุ 20 แล้ว ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว (แต่ในสายตาของพี่ ตอนที่เห็นน้องยืนอยู่บนเวทีนั้น น้องยังเป็นเด็กผู้ชายน่าเอ็นดูอยู่เลยค่ะ : kuruma) เลยคุยกันว่าเราจะทำอะไรให้น้องได้บ้าง จึงเป็น shot fan-fiction ที่เขียนมาเพื่อร่วมยินดีกับน้องโดยเฉพาะค่ะ ถึงแม้จะมีชื่อเรื่องที่เกี่ยวข้องกันแต่ทั้งสองเรื่องนี้ไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ดังนั้น หากผู้อ่านจะ comment ล่ะก็ ขอความกรุณา แยก comment ทีละเรื่องนะคะ แล้วก็ให้ comment ทั้งสองเรื่องด้วยค่ะ เช่น
 
Comment
1. Question .........................
2. Answer ...........................
 

edit @ 24 Jun 2011 23:18:34 by kuroikuruma

edit @ 30 Jun 2011 01:32:12 by kuroikuruma

edit @ 7 Jul 2011 11:34:21 by kuroikuruma

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Q หึหึหึ...อ่านแล้วได้ฟีลอยากจะฟิคบ้าง...
A ความรู้สึกก็ต่อเนื่องจากฟีลที่อ่านเรื่องแรก

#1 By p.k.a on 2011-06-25 01:31

1. Q: เหล้าแก้วแรก..รวมถึงจูบแบบผู้ใหญ่ด้วย อา...ช่างเป็นของขวัญวันเกิดก้าวสู่วัย20 ที่สมบูรณ์แบบจริงๆนะsurprised smile

2. A: ไดจังกลายเป็นสโตกเกอร์ไปซะงั้น แต่คงถูกใจมาโอะอยู่ไม่น้อย (รวมทั้งคนอ่านด้วย หุหุ)

รวมๆแล้วถึงบอกว่าตัวฟิคไม่ต่อเนื่องกัน แต่ความรู้สึกมันต่อเนื่องกันนะ ชอบรูปประกอบของทั้งสองเรื่องมากๆเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับฟิคแสนสุขใจทั้งสองเรื่องค่ะdouble wink

#2 By magicstorm (49.49.86.179) on 2011-06-25 08:06

Q.น่ารักค่ะ อารมณ์เหมือนพี่ชายกับน้องชาย
A.โรแมนติคสุดๆ
ทั้ง 2 เรื่องเหมือนเชื่อมกันตรงช่วงเวลา Question เป็นช่วงที่น้องกับลุงเริ่มรักกัน ส่วน Answer เป็นช่วงที่รักกันมานานแล้ว อ่านแล้วก็รู้สึกประมาณนี้น่ะค่ะ
ขอบคุณมากค่า

#3 By myzentrady (202.91.18.206) on 2011-06-25 11:57

Q.จูบ.. O_o เป็นของขวัญที่วิเศษไปเลยค่า >.<

A.หวานนนนนนนนนน มากค่า น้ำตาลขึ้น อั๊กก

เบาหวานกินแน่ๆค่ะ ช่วงนี้

ขอบคุณมากๆค่า ^O^

#4 By milk (118.172.154.81) on 2011-06-25 15:19

Q : เหล้าแก้วแรก และจูบ เป็นของขวัญที่วิเศษสุดๆ >///< หวานมากๆเลย (แอบหวังว่า)จะมีตอนต่อนะ สอนน้องให้ค่อยๆเป็นผู้ใหญ่ทีละน้อยๆอ่ะ

A : ถึงกับตามสโตกเกอร์น้องเลยเรอะไดจัง แต่ว่าให้อารมณ์แบบว่าเป็นคนรักกันมานานแล้วเลย น่ารัก,ซึ้ง,หวานมากๆ

ปล.ชอบรูปที่เอามาประกอบมากเลยคับ

#5 By Zenri (125.25.42.61) on 2011-06-25 22:12

1. Question ในมุมมองของไดจัง มาโมะก็ยังเหมือนกับเด็กอยู่เลย ฮิฮิน่ารัก
2. Answer อันนี้ดูเหมือนมาโอะจะสับสนนะเนี่ย
แต่อ่านแล้วเขิลแทนไงไม่รู้ ชอบทั้งคู่เลยค่ะ

มาโอะเป็นผู้ใหญ่แล้วอ่ะ แต่ยังไงก็ยังน่ารักอยู่ดี HBDกับเขาด้วยนะ

#6 By WI (223.204.2.66) on 2011-06-26 14:21

Question : มันเป็นความผูกพัน แม้จะเลิกราจากบทบาทของกี และทาคุมิ แล้ว แต่ไดมาโอะก็ยังผูกพันกันต่อไป ๆๆๆๆ

Answer : เก็บเิีิรื่องราวทุกอย่างของคนที่เรารัก น่ารักมากอ่าไดจัง อ้อมกอดที่อบอุ่น ความรู้สึกที่สัมผัสได้ รักกัน ๆๆๆๆ

#7 By ่jeab (1.47.159.162) on 2011-06-26 22:16

1. Question : รสชาติแบบผู้ใหญ่ของไดจังนี่..โรแมนติก ลึกล้ำจังเลยน่อ..ฮุฮุฮุ เป็นของขวัญวันเกิดที่อยากจะได้จากใครซักคนมั่งจัง (ไม่เอาจากไดจังหรอก รายนี้ เจ้ยกให้น้องมาโอะคนดีของเจ้ ^^) เป็นผู้ใหญ่ที่ยังต้องเรียนรู้จากผู้ใหญ่อีกคน อีกหลายเรื่อง! เพราะฉะนั้น รบกวนด้วยน่อไดจัง! ^^

2. Answer : ชอบไอเดียแปะรูปเป็นเรื่องราวแบบนี้จัง ไดจังครีเอทวิธีการอวยพรวันเิดน้องได้น่ารักมากๆ.. big smile รู้สึกได้เลยว่าสำหรับไดจังแล้วมาโอะเป็นคนสำคัญ มาโอะจ๋า..คอลเลคชั่นภาพถ่ายชุดนี้ เป็นอภิมหาคอลเลคชั่นสุดหายากที่มีอยู่ชุดเดียว กับคนๆเดียวในโลกด้วยนะ สโต๊กเกอร์แบบคนๆนี้ พี่ว่ามีไว้ข้างๆกันทั้งชีวิตไม่เสียหายนา..คาดว่าสโต๊กเกอร์คนนี้ของน้อง สาวๆหลายคนเค้าใฝ่ฝันอยากได้มาไว้ข้างตัวนะคะ
^^

ถึงจะไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน แต่ทั้ง 2 เรื่องพาอารมณ์ให้ต่อเนื่องกันได้ดีเลยค่ะ ชอบบบบบ cry

#8 By Kaoru-Sama (223.207.201.145) on 2011-06-27 16:47

1. Question สอนการเป็น ผู้ใหญ่ด้วย เหล้าแก้วแรก กับจูบแรกแบบ ผู้ใหญ่ ไอ้จูบนี่ไม่ได้เสียไปตั้งแต่ภาค3 แล้วเหรออ ไดจัง เห็นหน้าเคลิ้มมมม ลิ้นแล่บ ทั้งคู่ 5555555.
2. Answer ดรแมนซ์มากก ไดจังงงงงง กอดกันไปตลอดกาลลเลยน่ะ ตนอ่านเขิลลลลลลลล >//< แทนสองคนนี้ ฟอเรเวอร์ ไดมาโอะ ♥.

#9 By matsu (58.8.126.169) on 2011-06-27 16:56

Question มันเป็นความรู้สึกของผู้ชายคนนึงที่มีเก็บใส่กล่องเอาไว้ถึง 4 ปี จนถึงวันที่เขากำหนดว่าจะเปิดมันออกมาจากกล่องด้วยความชื่นชม อยากเป็นคนแรกที่ได้เห็น อยากเป็นคนแรกที่ได้สัมผัสและดูแล มันเป็นความรู้สึกของความรักและถนุถนอม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เควสชั่นของผู้ชายคนนั้นที่ได้รับแอนเซอร์ของตัวเองในยามที่ได้เห็นรอยยิ้มของสิ่งที่ตัวเองรักที่สุด

Answer เป็นการรับรู้ถึงความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่งผ่านรูปภาพ มันเป็นความใส่ใจของคนถ่ายภาพที่แสดงออกมาว่ารัก อยากดูแลคนที่รักไม่ให้คลาดสายตา

อ่านสองเรื่องรวมกันแล้วมันให้ความรู้สึก รักแบบเดียวกัน แบบอิ่มใจ รักแบบคนดูแลกันตลอดเวลา

อ่านจบแล้วยิ้มแก้มปริทั้งสองเรื่องเลยคะ >_<

#10 By izy (124.121.40.134) on 2011-06-29 11:01

1. Question เป็นช่วงที่ทั้งสองคนเริ่มจะรักกัน ชอบที่เฮียไดสอนน้องมาโอะจังเลย ทั้งเหล้าแก้วแรก จูบแรก และก็คงจะมีตามมาอีกเพียบ น่ารักดี
2. Answer มาโอะจังเก็บเกี่ยวทุกเรื่องราวของความรักเลยอ่ะ น่ารักมาก ให้ความรู้สึกว่าเป็นช่วงที่ทั้ง 2 คนรักกันมานาน

#11 By SJ_woncin (110.168.139.192) on 2011-07-05 15:13

Question : ของขวัญวันเกิดแสนพิเศษ เหล้าแก้วแรกที่แสนขม แต่ก็ต่อด้วยจูบที่แสนหวาน

Answer : โรแมนติกมากๆ ถึงกับยอมกลายเป็นสโตกเกอร์เลย แต่สโตกเกอร์คนเนี่ยน้องยอมให้ตามไปทุกหนทุกแห่งอยู่แล้ว

หวานจังเลยนะคู่เนี่ย ต่างก็เป็นทั้งคำถามและคำตอบให้กันและกัน เติมกันและกันให้เต็ม โอ๊ย น่ารักที่สุด

#12 By PettyMadoko on 2011-07-11 08:45

1. Question : เรื่องนี้อ่านแล้วได้ความรู้สึกของการเป็นผู้ใหญ่จริงๆ เลยคะ การต้อนรับน้องของเฮียด้วยของขวัญที่พิเศษ ทั้งการดื่มไวน์ครั้งแรก และ "จูบ" แรก >< อ่านแล้วเขินจริงๆ คะ

2. Answer : ส่วนเรื่องนี้ฉันชอบมากๆ เลยล่ะคะ รู้สึกถึงความรักที่ทั้งคู่มีให้กันอย่างลึกซึ้ง มันอธิบายยากนะคะ แต่ทั้งคู่ให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ คะ ฉันชอบมันคะ ^^

ขอบคุณสำหรับฟิคหวานๆ แบบนี้นะคะ
แล้วจะแวะมาอ่านอีกคะ ^^

#13 By flowerladykim (118.172.234.250) on 2011-12-21 14:00

Q: แล้วไดจัง จะได้คำตอบไหมนะ? แล้ว มาโอะ จะตอบไดจังว่าอะไร? นี้คือคำถามของเราอ่ะ มันจิ้นได้กว้างไกลนัก ชอบมากค่ะ ทิ้งไว้ให้เราได้จิ้นเอง จริงตอนจบฉากจุ๊บ ทำเอาเราเขินเลยนะ ไดจังกะมอมแชมเปญน้องป่าวย่ะ
A: ถึงจะไม่ใช่ตอนต่อเนื่องกัน แต่เราก็ต่อเองได้ว่า อ่อ นี้คือคำตอบของ มาโอะ ซินะ คิคิ อ้อมกอดอันคุ้นเคยและคิดถึง แอร้ยยยย อยากกะโดดไปแทรกกลาง =///=
---------------------------------
หวัดดีค่ะ เข้ามาเป็นสมาชิก ไดมาโอะ ด้วยคนนะ

#14 By Dee15 (223.205.150.90) on 2011-12-26 19:15

1. Question : อ่านแล้วยิ้มได้ไปกับความใส่ใจของไดจัง บางทีน้องอาจจะจำไม่ได้แล้ว ว่าเคยพูดอะไรไว้ แต่พี่ยังจำได้เสมอ

ชอบ ประโยคที่ว่า \"นี่ล่ะ..รสชาติของผู้ใหญ่ล่ะ .. ถึงจะขม แต่นายก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน\" ตรงใจมากค่ะ

แอบเขินกับฉากจบอีกด้วย big smile

2. Answer : อ่านจบแล้ว เหมือนน้ำตาลจะขึ้นคอม .. หวานมากค่ะ

ชอบวิธีเขียนฟิคเบาๆ บางๆ แต่กินใจแบบนี้

ไม่ต้องมีบทสนทนามากมาย แค่บทบรรยาย ก็อ่านไปยิ้มไปจนเหมือนจะเป็นคนบ้าแล้ว

#15 By Nae (124.121.228.206) on 2012-01-05 23:05