It’s making>>The otherside story:Ch5
posted on 07 Jul 2011 11:36 by kuroikuruma in fan-fiction


It’s making >> The otherside story
Author >> PPK
Data Source >> kuruma
Warning >> ไม่มีอะไรจริงยิ่งกว่าเดิม เพราะฉะนั้นโปรดใช้จักรยานในการอ่าน ^__^
ทั้งที่ตอนนี้ไม่มีใคร แต่ทำไม กีย์ ทำไมนายไม่กอดฉัน ทำไมนายไม่จูบฉัน ทำไมต้องเย็นชากับฉัน ทำไมไม่เข้าใกล้ฉันเลย ตัวนาย ทั้งหัวใจและร่างกายเป็นอะไรไป ฉันไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลย
.. นั่นสินะ ไม่เข้าใจจริงๆ ..
" ผม ทำอะไรให้ไม่ชอบใจเหรอ ไดจัง รำคาญผมหรือเปล่า "
ดึกแล้ว แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างดูสว่างเรือง แสงสลัวในห้องทำให้ร่างที่นอนกระสับส่ายบนเตียงนุ่มที่พยายามมาค่อนคืนเพื่อจะข่มตาหลับลงให้ได้แต่สุดท้ายก็ต้องผุดลุกขึ้นนั่ง เคียวสุเกะพาร่างตัวเองไปยืนพิงหน้าต่าง สายตาจับจ้องพระจันทร์ดวงโตที่ทอแสงนวลสวยงามท่ามกลางความมืด แต่แม้จะสวยเพียงใดก็กลับให้ความรู้สึกเหงาจับใจ
" พรุ่งนี้ต้องพยายามให้เต็มที่สินะ อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงไดจัง "
" ถ้าผมทำได้ดี ไดจังจะคุยกับผมเหมือนเดิมหรือเปล่า "
.. จะคุยกับผม จะยิ้มให้ผม หัวเราะกับผม เหมือนเดิมไหม ....
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
" ไง ไดสุเกะ มาแต่เช้าเหมือนเดิมเลยนะ " โยโคอิซังที่กำลังง่วนกับการเซ็ตฉากเงยหน้าขึ้นยิ้มกับคนที่เข้ามาทักทายแต่เช้า
" ครับ "
" เป็นอะไรไป "
" ..................... "
ไม่มีเสียงตอบจากชายหนุ่มที่กำลังทำหน้าเครียดอยู่ หากแต่ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่าย่อมทำให้รู้ได้ไม่ยาก ผู้กำกับใหญ่ยิ้มบาง ๆ ก่อนที่จะตบไหล่กว้างนั้นเพื่อให้กำลังใจ อย่างน้อยก็คงช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง
" อีกนิดเดียว ไดสุเกะ นายทำได้ดีแล้วล่ะ แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้น เชื่อฉันสิ ว่าแต่ว่าวันนี้เตรียมของมาหรือเปล่า "
" อ่าครับ ว่าแต่ทำไมคราวนี้ถึงคิดจะมานอนพักกันล่ะครับ " ไดสุเกะถามพลางยกกระเป๋าตัวเองเพื่อแสดงให้เห็นว่าเตรียมของมาพร้อมเพื่อค้างแล้วตามคำสั่ง
" อ้อ ก็อยากให้ทุกคนได้สนิทกันขึ้นน่ะสิ 2-3 วันมานี่ก็เอาแต่ถ่ายฉากเดี่ยวใช่ไหมล่ะ พึ่งจะมาเข้าฉากกันก็ไม่นานถึงพวกนายจะสนิทกันมาบ้างก็เถอะ ที่สำคัญ มันน่าสนุกดี ฮ่าๆๆ "
ดูท่าเหตุผลสำคัญจะเป็นประโยคหลังสินะ เชื่อเขาเลยจริงๆ ไดสุเกะได้แต่ปลงยอมแพ้กับผู้กำกับคนนี้จริงๆ ตั้งแต่ทำงานมา อะไรแปลกๆไม่เคยได้ทำ ก็ได้ทำเพราะตาลุงคนนี้หมด รวมทั้งคราวนี้ด้วย
" ถ้าอย่างนั้นผมขอเอาของไปเก็บก่อนนะครับ ผมต้องเข้าฉากตอนบ่ายสินะครับ "
" ฮื่อ เดี๋ยวเจอกัน "
" ไดจัง .... "
เสียงใสของเด็กหนุ่มที่ดังมาแต่ไกล ทำให้ร่างสูงใหญ่ชะงักไป มือที่จับสายสะพายของกระเป๋าเป้ใบใหญ่กำแน่น สีหน้าที่ดูเรียบเฉยเมื่อครู่กลับดูเย็นชาลงไปอีก เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา และหันไปทักก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนไม่อาจจับความรู้สึกได้
" สวัสดี มาเร็วเหมือนกันนะ "
" ฮะ ก็อยากเอาของมาเก็บก่อน เอ่อ ไดจัง ... "
เคียวสุเกะยิ้มกว้างพยายามชวนคุย เด็กหนุ่มนึกดีใจที่อีกฝ่ายทักทายก่อน จนลืมสังเกตสีหน้าและน้ำเสียงไปสนิทใจ แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็จางหายไป เมื่อร่างสูงหันหลังกลับแล้วเดินนำเข้าไปยังที่พักโดยไม่รอเขาสักนิด
... อีกแล้ว หนีผมอีกแล้ว ทำไมล่ะ ...
" ไดจัง "
" หือ "
" ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม " เคียวสุเกะตัดสินใจดึงข้อมือใหญ่นั้นไว้ ไม่ไหวแล้ว เขาทนไม่ไหวแล้ว
" ทำไมไดจังต้องเดินหนีผมด้วย ทำไมไม่เห็นคุยกันเหมือนก่อน ทำไม ... "
น้ำเสียงถามสั่นไหว มือที่กำข้อมือใหญ่นั้นสั่นระริกจนน่าสงสาร การถูกเมินจากคนที่สนิทและไว้ใจนั้นมันเจ็บปวดแค่ไหน ทำไมเขาจะไม่รู้ แต่เขาก็เลือกที่จะทำ
" ก็ไม่มีอะไรนี่ ก็แค่ .... "
" แค่รำคาญ แค่เบื่อกับคนไม่ได้เรื่องอย่างผม ... "
เคียวสุเกะต่อให้อย่างที่คิดฟุ้งซ่าน ความรู้สึกเหงาและสับสน เจ็บปวดประเดประดัง กี่ครั้งที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง กี่ครั้งที่ถูกเมินเฉย กี่ครั้งแล้วที่เป็นแบบนี้
" มันไม่ใช่อย่างนั้น ... "
ไดสุเกะรู้สึกตกใจไม่น้อยที่จู่ ๆ เด็กหนุ่มที่ร่าเริงเสมออย่างเคียวสุเกะระเบิดออกมาแบบนี้ ดวงตาที่เคยสดใส กลับหม่นหมอง เจ็บปวดจนน่าสงสาร นี่เขาทำเกินไปหรือเปล่านะ
" ไดจังที่เคยใจดีกับผม ไดจังที่คอยให้คำปรึกษาผมคนนั้นหายไปไหน คุณไม่ใช่ไดจังของผม ก็ได้ ถ้าคุณรำคาญ ไม่อยากเข้าใกล้ผม ผมก็จะพยายามไม่รบกวนคุณ จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดกับงานคราวนี้ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่คุณเคยให้ แล้วก็ขอโทษที่รบกวนด้วย "
เสียงพูดรัวดังเข้าหูแต่คนฟังกลับฟังไม่รู้เรื่องจนกระทั่งร่างเพรียวนั้นก้มหัวลงให้แทนการขอบคุณแล้วเดินแยกไปอีกทางนั่นเองจึงรู้ตัว ไดสุเกะใจหายวาบ ชายหนุ่มรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าสิ่งที่เขาทำเกิดความผิดพลาดขึ้นเสียแล้ว พลาดเหมือนกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่คิดและทำเพียงเพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีกับคนที่รักแต่แท้จริงแล้ว ... มันไม่ใช่เลย
...... เด็กๆ จะเข้าใกล้ผู้ใหญ่ที่ตัวเองรัก ไว้ใจและนับถือ แต่วันใดก็ตามถ้าเขารู้สึกว่าเขาถูกคนที่เขารักและไว้ใจทอดทิ้ง ไม่ว่าสาเหตุอะไร ต่อให้พยายามจะกลับมาใจดีด้วยใหม่ เขาก็จะไม่ยอมให้เข้าใกล้อีกง่ายๆ .................
สิ่งที่นายเตือน ฉันระวังมันไม่ทันแล้วล่ะ ฮามาโอะ เท็ตสึยะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
" งั้นก็ตามใจนายเถอะ ถ้าไม่อยากให้ฉันเข้าใกล้นาย ฉันก็จะไม่เข้าใกล้อีก ถ้านายอยากให้เป็นแบบนี้ ต่อไปก็จะไม่เข้าใกล้ ถึงจะเป็นแบบนี้ไปตลอดจนจบการศึกษาก็จะไม่สนใจ " ทาคุมิตะโกนออกมาอย่างอัดอั้นด้วยไม่เข้าใจว่าเหตุใด คนรักถึงได้พูดแบบนี้ ให้ห่างกันเหรอ ทำไมล่ะ
" ไม่ใช่นะ ทาคุมิ " ใบหน้าคมซีดเผือดเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ามีอาการเกรี้ยวกราด ดวงตาที่ทอแสงเจ็บปวดนั้นทำให้เขาอยากจะเข้าไปโอบประคองไว้ให้หายกังวล หากแต่เพียงขยับเข้าหา ร่างเล็กนั้นก็กลับขยับหนีซ้ำยังไล่ไม่ให้เข้าใกล้
" อย่าเข้ามานะ "
เพียงประโยคเดียวเท่านั้น ก็ราวกับคำสาปที่ทำให้เขาถูกตรึงไว้กับที่จนร่างบางนั้นหายไป สองแขนได้แต่โอบกอดตัวเอง ร้อน ส่วนที่ถูกคนรักกอดไว้เมื่อครู่มันร้อนราวกับถูกไฟเผา ทาคุมิ .. ฉัน . ไม่เคยอยากให้นายอยู่ไกลเกินอ้อมกอดของฉัน ฉันอยากโอบกอดนายไว้ทุกเวลาเท่าที่จะทำได้ แต่ว่าไม่ใช่ตอนนี้
.. ขอโทษ ... ขอโทษจริงๆ ..
" นี่เธอ วันนี้มาโอะทำดีมากเลยเนอะ ฉากเมื่อกี้น่ะ แววตากับการแสดงสีหน้าดีมากเลย "
ทีมงานสาวเอ่ยชมด้วยความรู้สึกทึ่งที่ได้เห็นเด็กหนุ่มอย่างเคียวสุเกะสามารถแสดงซีนอารมณ์ได้อย่างดี จนวันนี้ไม่ต้องถ่ายซ้ำเลย
" นั่นสิเนอะ แต่ว่า มันเหมือนจริงไปหรือเปล่าน่ะ น้ำเสียงแบบนั้น ฟังแล้วสงสารขึ้นมาเลยนะ นี่ถ้าจู่ๆก็โดนคนรักเมินเฉยไปแบบนี้ ฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน "
หญิงสาวอีกคนเอ่ย พลางคิดไปถึงตอนนั้น การถ่ายทำที่ดูเหมือนว่าจะเป็นฉากที่น่าพอใจที่สุดของการถ่ายทำวันนี้ก็ว่าได้
" นั่นสิ แถมพอสั่งคัท เคียวสุเกะก็เป็นฝ่ายเดินออกจากฉากก่อนเลยนะ ทุกทีต้องเป็นไดสุเกะ ว่าแต่ว่าสองคนนั้นเขาทะเลาะกันหรือเปล่า "
" ทำไมเหรอ "
" ก็ตั้งแต่เปิดกล้องมา ไดสุเกะดูไม่ค่อยจะมาเล่นกับเคียวสุเกะเลยนะสิ ดูอึมครึมยังไงก็ไม่รู้ "
" นั่นสินะ ว่าแต่ว่า เย็นนี้เค้าจะถ่ายฉากในห้องแสดงดนตรีใช่ไหมเธอ " น้ำเสียงเริ่มตื่นเต้นขึ้น
" ฮื่อ ก็เห็นว่านะ คงรอช่วงเย็นๆหน่อย อะไรยะหล่อน รออะไร " เพื่อนสาวหันมาถามน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ สองสาวยิ้มรู้กัน
" ก็รอไอ้ที่เรารอกันอยู่ไง "
...........
.......................................
......................................................................
" แสดงได้เข้าถึงมากเลยนะ มาโอะ "
" ทักกี้ บาบะจัง "
สองหนุ่มยิ้มกว้างให้กับเด็กหนุ่มที่นั่งเหม่ออยู่ สองหนุ่มแยกกันนั่งประกบคนละด้านโดยมีเคียวสุเกะนั่งซึมอยู่เหมือนเดิม
" อะไรทำให้คนหัวเราะง่ายอย่างนายเป็นแบบนี้เนี่ย "
ยูกิฮิโระเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเงียบเกินไป แต่ก็ไร้เสียงตอบนอกจากอาการเหงาหงอยที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นของเด็กหนุ่มข้างกาย ทำให้เขาต้องถอนหายใจและสบตากับคนที่นั่งถัดไป
" นี่เคียวสุเกะ นายว่าการถ่ายทำคราวนี้มันหนักไหม " เรียวมะเอ่ยถามขึ้น เคียวสุเกะขมวดคิ้วเหลียวมองด้วยไม่เข้าใจ
" นาย เข้าใจความรู้สึกของการถูกทิ้งให้อยู่กับความเหงา ความเจ็บปวดแค่ไหนเหรอ " คำถามนั้นย้ำอีกครั้ง เข้าใจแค่ไหนอย่างนั้นเหรอ
" หมายความว่าไง ผมไม่เข้าใจ "
" ก็หมายความว่า ตัวนายที่โตมากับครอบครัวที่อบอุ่นน่ะ เข้าใจความรู้สึกของความเหงาแค่ไหนไงล่ะ เรื่องนี้ทุกคนเป็นห่วงมากนะ " ยูกิฮิโระอธิบาย
" โดยเฉพาะ ไดจัง "
" ........ "
" แค่นี้ นายคงเข้าใจแล้วสิ ว่าทำไมไดจังถึงทำแบบนี้ นายในตอนนี้ถึงได้กลายเป็นทาคุมิได้อย่างสมบูรณ์ไง " เรียวมะยิ้มวางมือบนไหล่ของเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
" อย่าโกรธไดจังเลยนะ เขาทำเพื่อนายนั่นล่ะ "
" เพื่อผม .. แน่ใจเหรอฮะ .. ถ้าอย่างนั้น ไดจังก็ไม่ต่างจากกีย์หรอก คิดเอง เข้าใจไปเองว่าที่ทำน่ะ ดีที่สุด เคยคิดจะถามผมก่อนไหมล่ะว่าผมโอเคไหม คิดไหมว่าผมจะรู้สึกยังไง ผมเข้าใจนะ กับความหวังดีนั้น แต่ผม .... "
เคียวสุเกะโพล่งออกมาอย่างเหลืออด ทำเพื่อเขา แต่ไม่เคยถามความต้องการของเขาเนี่ยนะ
" ผมต้องไปเตรียมเข้าฉากแล้วล่ะ ขอตัวนะฮะ "
ร่างเล็กที่โดนนั่งประกบอยู่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วเดินออกไปทันที ทิ้งให้สองหนุ่มได้แต่มองหน้ากันด้วยความยุ่งยากใจ ดูเหมือนปัญหาใหญ่จะเกิดขึ้นเสียแล้ว ซ้ำยังเป็นสถานการณ์ที่อยู่นอกแผนการเสียด้วย
" จนได้ งานเข้าแล้ว "
" งานใหญ่ด้วยสิ "
" งานนี้ ไดจังซวยของแท้ ว่าแต่ ไอ้ฉากเย็นนี้มันฉากนั้นไม่ใช่เหรอ " เรียวมะเบิกตากว้างเมื่อนึกได้ และนั่นก็ทำให้ยูกิฮิโระทำหน้าเหวอเช่นกัน
" เวรละ แล้วจะแสดงไงวะเนี่ย "
talk : ไม่มีคำไหนจะเหมาะไปกว่าคำว่า "สะใจ" จริงๆค่ะพาร์ทนี้ หุ หุ มาโอะทำดีมาก มามะ มาให้พี่สาวปลอบใจซะดีๆ // จุ๊บๆ
และเช่นเคยค่า..แปะโฆษณา เบื่อแล้วเนอะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ เจ้าของบลอคหน้าด้าน แปะต่อไป!!
ที่นี่ เร็วๆนี้ค่ะ^^

edit @ 7 Jul 2011 11:43:47 by kuroikuruma
マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」


)
เป็นฉากนี้จริงๆด้วย ว่าแล้วเชียว
ไดจังช็อกสองต่อเลยตอนนี้ รอบแรกโดนในฐานะของมาโอะ รอบสองโดนในบทของทาคุมิ
ระวังไม่ทันแล้วล่ะ ไดสุเกะ...
เอาล่ะทีนี้ เข้าฉากในห้องเปียโนแล้ว อยากรู้เหมือนกันจะแสดงไงเนี่ย มาโอะกลายเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว...
รออ่านต่อไปค่าาา (รอรีพอร์ตใกล้จะเบื่อแล้วเหมือนกัน แต่ก็จะหน้าด้านรอต่อไปค่ะ!! ฮ่าๆๆๆ)
#1 By magicstorm (223.206.61.167) on 2011-07-07 17:14