It’s making>>The otherside story:Ch8
posted on 01 Sep 2011 09:07 by kuroikuruma in fan-fiction


Story >> The otherside story
Author >> PPK
Data Source >> kuruma
คำแนะนำในการอ่าน >> ไม่มีอะไรจริงยิ่งกว่าเดิม เพราะฉะนั้นโปรดใช้จักรยานในการอ่าน ^__^
แสงแดดยามเช้าส่องสว่างสาดแสงสดใส อากาศชื้นเย็นสบายทำให้ร่างสูงที่ออกมาวิ่งออกกำลังกายรับอากาศบริสุทธิ์ยิ่งอารมณ์ดีมากขึ้น ชายหนุ่มยืนนิ่งสูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้ออกมาวิ่งแบบนี้
" ไง ตื่นแต่เช้าเลยนะ "
" โยโคอิซังอรุณสวัสดิ์ครับ "
ไดสุเกะทักทายกลับผู้กำกับคนเก่งที่ออกมาวิ่งเหมือนกันอย่างอารมณ์ดี แต่ดูเหมือนโยโคอิซังจะพูดผิดอย่างหนึ่งนะ เพราะเขาไม่ได้ตื่นแต่เช้าสักหน่อย ไม่ได้นอนเลยต่างหาก แต่จะให้ตอบแบบนั้นก็กระไรอยู่จึงได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนไป
" ว่าแต่ว่าตกลงเมื่อคืนทำไงล่ะนั่น " คำถามเจ็บตับยิงเข้ากลางอกชนิดไม่ทันได้ตั้งตัว
" เอ่อ ฮะๆ ก็นิดหน่อย แต่รับรองว่าได้ผลครับ เอ่อ ผมไปอาบน้ำดีกว่า ขอตัวนะครับ "
ไดสุเกะเลี่ยงตอบพร้อมกับทำเนียนถอยห่างทันที เพราะจากแววตาของคนถามไม่ต้องตอบก็น่าจะรู้ว่าเขาเลือกวิธีไหน โคโยอิซังนะโคโยอิซัง แกล้งกันจริงๆเลย
" ตามสบาย อย่าลืมปลุกมาโอะด้วยล่ะ นอนขี้เซาจริงๆ ฮ่าๆ "
เสียงหัวเราะไล่หลังทำให้ต้องเร่งฝีเท้าขึ้นอีก เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมีเด็กอีกคนที่ยังนอนหลับอุตุอยู่ที่ห้องพักชนิดแผ่นดินไหวก็อาจจะไม่ยอมตื่นได้อยู่อีกคน
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
" มาโอะ เฮ้ มาโอะ ไม่ตื่นอีกเหรอเนี่ย ไม่สบายหรือเปล่า "
ยูกิฮิโระที่เตรียมตัวเสร็จแล้วเคาะประตูห้องพักของเคียวสุเกะอยู่นาน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับทำให้ชายหนุ่มเริ่มเป็นห่วง
" ทำอะไรน่ะ ทักกี้ " เรียวมะซึ่งเดินมาเห็นยูกิฮิโระที่ทำท่าจะเปิดประตูห้องพักของเคียวสุเกะทักขึ้น
" ก็มาโอะสิ เรียกตั้งนานยังไม่ออกมามาเลย "
" ตื่นแล้วมั้ง "
" ไม่หรอก ทีมงานคนอื่นก็บอกว่ายังไม่ลงมา ฉันกลัวจะไม่สบายเลยว่าจะมาดู " ยูกิฮิโระว่าพลางจะเปิดห้องจริงๆ แต่แล้วก็โดนขัดจังหวะอีกครั้ง
" ไม่ต้องปลุกหรอก เจ้านั่นเมื่อคืนนอนดึกน่ะ พวกนายลงไปกินข้าวก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันปลุกเอง อ้อ ฝากเก็บข้าวให้ด้วยนะ "
ไดสุเกะที่กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบมาเพื่อปลุกเด็กหนุ่มเอ่ยห้ามไว้ทันเวลาก่อนที่สองผู้บุกรุกจะเข้าห้องของเด็กหนุ่มได้เอ่ยขึ้นพร้อมกับสั่งการเสร็จสรรพ แต่มีหรือสองหนุ่มจะยอมง่ายๆ
" หือ นอนดึก "
" ฮื่อ ก็คุยกันนิดหน่อย พวกนายรีบไปเถอะน่า " ไดสุเกะตีหน้าเฉยรีบไล่ตัวจุ้นทั้งสองที่ทำหน้าเจ้าเล่ห์ล้อเลียนอยู่
" เหรอ นอนดึก คุยกันนิดหน่อย อืมม นายว่าไง บีหนึ่ง " ยูกิฮิโระหันไปสวมวิญญาณกล้วยหอมจอมซนเล่นกับคนข้างๆ
" อืม คุยอะไรกันนะ นายว่าไง บีสอง " และเรียวมะก็รับมุขทันควันเช่นกัน และตามสคริปต์ของกล้วยหอมเมื่อถึงตอนท้ายก็ต้อง
" หรือว่าเรื่องนั้น " กอดคอประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียง
" ลงไป "
และเมื่อวิญญาณกล้วยหอมเข้าสิงสองหนุ่ม ไดสุเกะจึงต้องอัญเชิญองค์กัปตันเท็ตสึกะมาช่วยเช่นกัน ร่างสูงตีหน้ายักษ์ชี้นิ้วไปทางบันไดสั่งเสียงเข้ม แต่ปีศาจกล้วยหอมก็หาได้หวาดกลัวไม่ แต่กลับกอดคอกันยิ้มหน้าทะเล้นรับคำ
" คร๊าบ ปลุกเร็วๆนะครับ ไดจัง เดี๋ยวอาหารเช้าจะเย็นหมด ฮ่าๆ ไปกันเถอะ บีหนึ่ง "
" ช่าย บีสอง เราจะไปเตรียมอาหารเช้าก่อน อย่าช้านะไดจัง ฮ่าๆๆ "
ผีกล้วยหอมกอดคอกันหัวเราะจากไปแล้ว แต่องค์กัปตันเท็ตสึกะยังไม่ไป หรืออีกนัย ไม่รู้จะไปยังไงมากกว่าเพราะตอนนี้ วาตานาเบะ ไดสุเกะ กำลังเซ็งชีวิตสุดๆ เพราะไม่รู้จะปั้นหน้าแบบไหนเข้าไปปลุกเด็กขี้เซาให้ห้อง แต่สุดท้ายก็ต้องเปิดประตูเข้าไปปลุกอยู่ดี
" มาโอะ มาโอะ ตื่นได้แล้วนะ "
มือใหญ่แตะไหล่บางเบา ๆ ผิดกับเมื่อคืนที่แทบจะเรียกว่าจับเขย่ากันให้หัวสั่นหัวคลอนกันเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนเจ้าแมวขี้เซาบนเตียงที่ห่อตัวเองด้วยผ้านวมผืนหนานุ่มจะไม่ยอมง่ายๆ แต่กลับขยับตัวหนีกลิ้งไปอีกทาง และนั่นก็ทำให้ผ้าห่มที่ห่อตัวไว้หลุดลงจนเห็นอะไรบางอย่างที่ลำคอขาว
" เฮ่ย "
ไดสุเกะถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นร่องรอยบางอย่างเด่นชัดที่คอเด็กขี้เซาพลางเซ็งตัวเองขึ้นมาติดหมัด แน่นอน เขารู้ว่ามันรอยอะไร และใครทำ ก็มันจะใครล่ะ งานนี้โดนพวกทีมแต่งหน้าเล่นหนักแน่ กรรมของเวร
" มาโอะ สายแล้วรีบไปกินข้าว ถึงช่วงเช้าไม่มีถ่ายแต่นายก็ควรจะลงไปนะ "
" อือ ขออีกนิดนะฮะ "
" ถ้านายไม่ตื่น ฉันจะไปก่อนแล้วนะ ตามไปเอง ทุกคนไปกันหมดแล้วด้วย ส่วนข้าวเช้า อดแน่ๆ "
ไดสุเกะแกล้งทำเสียงดังพร้อมกับลุกขึ้นจากเสียงทำให้คนที่นอนขี้เซาอยู่ผุดลุกขึ้นทันทีเมื่อเริ่มนึกได้ว่า ไม่ใช่ที่บ้านของตัวเอง
" ตื่นแล้วฮะ ตื่นแล้ว ไดจังอย่าพึ่งไปนะ รอผมด้วย "
เจ้าตัวขี้เซาลุกขึ้นโวยวายกระวีกระวาดลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว แต่เพราะรีบไปหน่อยจึงสะดุดขาตัวเอง เคียวสุเกะหลับตาปี๋ด้วยความตกใจและทำใจว่าต้องฟาดพื้นแน่ๆ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจที่ยังไงก็ไม่ลงกระทบพื้นเสียที
" ระวังหน่อยสิ ฉันยังไม่อยากโดนข้อหาทำร้ายร่างกายนะ " ไดสุเกะบ่น โชคดีที่เขาไม่ได้อยู่ไกลเกินกว่าจะเข้าไปรับร่างเล็กๆนี้ทัน
" อือ ฮะ ขอบคุณฮะ "
เคียวสุเกะอุบอิบ ใบหน้าใสแดงเรื่อเมื่อถูกกอดเอาไว้ จริงอยู่ว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่กอดกันถึงจะเป็นแค่บทบาทการแสดง แต่นี่มันครั้งแรกหลังจากเรื่องเมื่อคืนต่างหาก และดูเหมือนไดสุเกะเองก็พอจะจับสังเกตได้ เพราะเด็กหนุ่มในอ้อมแขนดูจะตัวแข็งไปเล็กน้อย จึงค่อยๆดันร่างในอ้อมกอดออกพร้อมกับลูบผมยุ่งเล่น
" ไปอาบน้ำซะ เดี๋ยวไปกินข้าว "
เสียงทุ้มนุ่มบอก ทำให้เด็กหนุ่มได้แต่พยักหน้ายิ้ม ความรู้สึกเกร็งหายไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใดๆให้เขารู้สึกอายก็อุ่นใจ
... ไดจัง เป็นผู้ใหญ่จังเลยน๊า ดีจังเลย ....
" งั้นรอแป๊บนะฮะ " เคียวสุเกะว่าพลางรีบไปจัดการตัวเอง ไม่นานร่างเล็กก็ออกมาพร้อมชุดใหม่ที่เปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เร็วจนอดแซวไม่ได้ สุดท้ายก็เลยต้องกลายเป็นเถียงกันไปสุดทาง
" แน่ใจนะว่าขัดขี้ไคลหมดแล้วน่ะ "
" ไดจัง !! "
" ฮ่าๆ ล้อเล่นน่าไปเถอะ หิวแล้ว "
" ก็ไดจังแหละ ปลุกช้า "
" ความผิดฉัน ?? "
" ใช่ "
.....
..............
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ใครจะคิดว่าจะเกิดกำแพงจากการกระทำที่คิดว่าทำเพื่อปกป้องคนที่รักได้ขนาดนี้
ใครจะคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปเพราะอยากป้องกันคนสำคัญให้พ้นจากเรื่องเลวร้ายและการถูกรังควานจะกลายเป็นการทำร้ายคนรักอย่างที่สุด
ใครจะคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นคนที่ทำให้คนที่รักที่สุด สำคัญที่สุด ต้องพบกับสิ่งเลวร้ายที่ตัวเองปัดเป่ามันไปกับมือ และ นำมันกลับมาอีกครั้งด้วยตัวเองเช่นกัน
ณ มุมหนึ่งของห้องจัดแสดงดนตรีที่ถูกห้ามเข้าเนื่องจากอยู่ระหว่างการเตรียมรื้อถอน ในเงามืดสลัวมีเพียงแสงแดดยามบ่ายที่เล็ดลอดเข้ามาให้เห็นเพียงเลือนรางนั้นเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งกอดเข่ามองไปรอบๆ ด้วยแววตาหม่นหมอง
ที่นี่ คือที่แห่งความทรงจำของเขา ความทรงจำอันมีค่า ที่ที่คนคนนั้นบอกว่ารักเขาเป็นครั้งแรก ที่ที่ประตูหัวใจที่ถูกปิดกั้นมายาวนานด้วยความเจ็บปวดกับเรื่องในอดีตของเขาถูกเปิดออกด้วยมือของคนคนนั้น
น้ำตาใสหลั่งไหลลงอย่างไม่อาจห้ามได้ ร่างเล็กส่งเสียงครางสะอื้นและหอบจนตัวโยนจนดูน่าสงสาร ยามนี้ในชีวิตช่างราวกับอยู่เพียงโดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้งไว้ให้เผชิญหน้ากับทุกสิ่งเพียงผู้เดียว ไม่มีใครเลยที่อยู่ข้างกาย แม้แต่ คนที่รักและไว้ใจมากที่สุด ทั้งเหงา สับสน และเจ็บปวด
แต่แล้วคนคนนั้นก็เข้ามา เสียงทุ้มนุ่มที่ขับขานเอ่ยเรียกชื่อเขาอีกครั้ง คนคนนั้นกลับมาแล้ว กลับมาหาเขาแล้วใช่ไหม ถ้อยคำอธิบายถึงเหตุผลของการห่างเหินและหมางเมิน เขาไม่สนใจ
คำขอโทษที่พร่ำบอก เขาไม่อยากฟัง และไม่อยากคิดถึงสิ่งที่ผ่านมาอีก
ขออย่างเดียวได้ไหม อย่าทิ้งกันอีก
หาจะต้องพบเจออะไร ก็ขอให้ได้อยู่เคียงข้างกัน อย่าปกป้องกันด้วยความเจ็บปวดแบบนี้อีกเลย
แม้จะต้องพบกับอะไรก็ตาม ขอแค่ไม่หนีไปจากกันอยู่ด้วยกันเท่านั้นก็พอ
ได้โปรด
ร่างสูงที่ถูกผลักใสสุดแรงด้วยความตื่นกลัว มือเรียวสะบัดป้องจนปัดแว่นตาของคนที่โอบกอดตนไว้ตกกระเด็นพร้อมกับกระถดถอยด้วยความหวาดผวา ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดยิ่งนักและรีบตวัดดึงร่างเล็กที่สั่นสะท้านเข้ามากอดไว้แน่น .. ขอโทษ ขอโทษนะ
" ไม่ได้เหรอ "
" นี่ฉันเองนะ "
เสียงนุ่มแผ่วเบาปลอบประโลมพร้อมกับความอบอุ่นจากมือที่โลมลูบไปทั่วร่างกายโดยไร้อารมณ์พิศวาส เพียงแค่อยากปลอบโยนให้หายกังวลและหวาดกลัวเท่านั้น ขอเพียงแค่ดึงจิตใจคนรักในอ้อมกอดให้กลับมาหาเขา ดึงตัวตนที่อยู่ในจิตใจออกจากอดีตอันแสนเจ็บปวดและปัดเป่าความรู้สึกหวาดกลัวที่ครอบงำในจิตใจออกไป
สองแขนเล็กที่กำแน่นดึงดันพยายามดิ้นรนเริ่มหยุดนิ่ง กายสั่นระรัวหอบหายใจหนัก เสียงปลอบโยนค่อยซาบซึมเข้าสู่มโนสำนึก เสียงอันแสนอบอุ่นที่คอยเรียกขานเขา มือใหญ่และอ้อมแขนอันอบอุ่นที่คอยฉุดดึงและโอบประคองเขา และอกกว้างที่คอยให้ความอบอุ่นแก่เขา
" กีย์ "
ร่างเล็กในอ้อมกอดค่อยผ่อนคลาย และกล้าที่จะเงยหน้ามองคนที่โอบกอดตนไว้ คนรักของเขา คนที่เขารักที่สุด
" ทาคุมิ "
ไร้ความรีบร้อนเร่งเร้า ที่ทำได้คือเฝ้ารอให้คนรักข้ามผ่านกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างเขาทั้งสองออกมาให้ได้ รอ เขาต้องรอเท่านั้น รอยยิ้มบางๆที่เริ่มปรากฏบนใบหน้าที่ยังชื้นน้ำตาทำให้หัวใจที่เหนื่อยล้าเริ่มมีเรี่ยวแรง สองมือโอบประคองแก้มใสที่เขาชอบประทับริมฝีปากหนักๆเวลานึกเอ็นดูไว้ และรับรู้ได้ว่าสองมือเล็กนั้นก็กำลังสัมผัสเขาอยู่เช่นกัน และเวลาที่เขารออยู่ก็มิได้เสียประโยชน์ไป แววตานั้น แววตาของเด็กหนุ่มคนรักกลับมาสดใสดังเดิม แววตาที่มองแต่เขาด้วยความรัก และความไว้ใจ
ริมฝีปากอ่อนนุ่มเริ่มแตะสัมผัสริมฝีปากได้รูปของคนรักช้าๆ ก่อนจะค่อยๆเปิดรับปลายลิ้นอุ่นชื้นที่แทรกซึมเข้ามาสัมผัสทักทายหยอกเย้าด้วยความคิดถึงและโหยหา ร่างกายขยับเบียดตอบรักรุกไล่ด้วยแสนรัก นานแค่ไหนที่ห่างหายจากการบอกรักด้วยร่างกาย นานแค่ไหนที่ไม่ได้รับความอบอุ่นที่เร่าร้อนจะแทบหลอมละลาย ลมหายใจหอบพร่าหนักหน่วงเมื่อถูกฉุดกระชากให้ความต้องการขึ้นสูง ความร้อนที่โอบล้อมรอบกายให้อ่อนไหว ราวกับจะปลิดปลิววิญญาณกระชากหายหากก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากความอบอุ่นที่ติดตามมา
... รัก ...
ถ้อยคำที่ยินเสียงพร่ำ เสียงหอบหายใจหนักและใบหน้าคมที่ซุกไซร้ร่างกายอย่างทะนุถนอมยิ่งทำให้รับรู้ถึงความรักและความอ่อนโยนที่มีให้มากเพียงใด ขอแค่นี้ ขอแค่คนๆนี้ มีเพียงแค่คนๆนี้ ก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ได้โปรด อย่าทอดทิ้งกันอีก ได้โปรดอยู่เคียงข้างกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
สัญญา ฉันสัญญา ต่อไปไม่ว่าอุปสรรคใด จะไม่มีทางปล่อยมือจากกัน
อยู่เคียงข้างกัน ต่อให้ต้องทำบาปแค่ไหน
แค่อยู่ร่วมกันเท่านั้นที่ต้องการ
สัญญา
" คัท เยี่ยมมาก ไดสุเกะ มาโอะ "
ผู้กำกับโยโคอิให้สัญญาณดังขึ้นในความเงียบของทุกคนที่อยู่ในการถ่ายทำ เสียงถอนหายใจเฮือกใจดังขึ้นเกือบจะพร้อมกัน ทุกสายตาจับจ้องไปยังคู่รักในจอที่กำลังพยุงตัวลุกขึ้น ใบหน้าคมสะบัดไปมาพร้อมกับรับเสื้อมาสวม
" เหนื่อยหน่อยนะ ไดสึเกะ ขอบใจมาก มาโอะ "
โยโคอิซังเดินเข้ามาตบไหล่ทั้งคู่พร้อมกับหัวเราะร่วนอย่างถูกใจ แม้การถ่ายทำจะต้องเทคอยู่หลายครั้งในช่วงแรก แต่เมื่อทุกอย่างเข้าที่ก็สามารถถ่ายทำจบได้ในครั้งเดียว
" ขอบคุณครับ แต่ผมก็ไม่นึกว่าจะเอาจริงขนาดนี้นะเนี่ย "
ไดสุเกะโค้งขอบคุณพลางคิดไปถึงตอนก่อนถ่ายทำที่อยู่ๆก็ได้รับสคริปต์ถ่ายทำ บทฉากคร่าวๆที่ต้องการจากมือผู้กำกับเอง ทำเอาเขาถึงขั้นอึ้งเมื่ออ่านบทจบ
" ฮ่าๆ ไหนๆก็ไหนๆแล้วนี่ มาโอะยังไม่บ่นเล้ย " ตาลุงผู้ไร้สำนึกยังคงไม่สนใจในขณะที่คนที่โดนพูดถึงยังทำหน้าแดงหน้ามึนๆเหมือนพึ่งก๊งเหล้าอยู่ข้างๆ
" ครับๆ ยอมแพ้ครับ ว่าแต่เดี๋ยวยกกองเลยเหรอครับ "
ไดสุเกะส่ายหน้าไปมา ยอมแพ้จริงๆ ว่าแต่เจ้าตัวข้างๆนี่เงียบเกินไปหรือเปล่านะ ชายหนุ่มคิดพลางเหลือบตามองเด็กข้างกายที่ยังยืนนิ่งอยู่
" ฮื่อ จริงๆว่าจะจะต่อฉากอีกนิดหน่อย แต่ดูจากแสงแล้วไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ไม่เป็นไร เหลือพรุ่งนี้อีกวัน ทันอยู่แล้ว เอ้าทุกคนพักได้ "
โยโคอิซังหันไปสั่งสลายกองซึ่งไม่นาน ทุกอย่างก็ถูกจัดเก็บเรียบร้อย แต่ก็มีบางส่วนที่ถูกทิ้งไว้เพื่อการถ่ายทำส่วนที่เหลือในวันพรุ่งนี้
" อ้าว มาโอะไปไหนแล้วเนี่ย ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย " ทีมงานสาวมองหาเด็กหนุ่มที่จู่ๆก็หายตัวไป ในมือเธอมีชุดที่ต้องเปลี่ยนอยู่ด้วยทำให้ไดสุเกะที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วหันมามอง
" มีอะไรเหรอครับ "
" มาโอะสิ หายไปไหนไม่รู้ จะเอาชุดมาให้เปลี่ยนก็หายไป "
" ไม่เป็นไรครับ คงอยู่แถวนี้ เดี๋ยวผมเอาให้ คงอยู่ที่ห้องแต่งตัวด้านหลัง "
" ขอบใจจ้า "
ทีมงานทุกคนกลับไปแล้ว ความอึกทึกเมื่อครู่กลับเข้าสู่ความเงียบ ไดสุเกะที่นึกสงสัยตั้งแต่เมื่อครู่กับความเงียบของเคียวสุเกะจึงตัดสินใจรับหน้าที่ตามหาเด็กหนุ่มเองทำให้ทีมงานทั้งหลายวางใจและกลับไปก่อน ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วก่อนจะก้าวไปยังห้องหนึ่งที่อยู่หลบมุมอีกด้าน ที่หากไม่สังเกตก็จะไม่เห็น อะไรบางอย่างทำให้เขามั่นใจว่าจะได้เจอเด็กซนที่หนีไปเล่นซ่อนแอบอยู่ อะไรบางอย่างที่ดึงเขาไว้และยินดีเสนอตัวดูแลทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่จำเป็น แต่นั่นก็เพราะเป็นฮามาโอะ เคียวสุเกะกระมัง ที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ได้
.. เจ้าแสบเอ๊ย นายทำอะไรกับฉันกันแน่ .....
talk : ก่อนจะถามว่ามาโอะทำอะไร .. ถามตัวเองก่อนดีไหมคะ ว่าทำอะไรกับน้องไปมั่ง ?
edit @ 2 Sep 2011 19:49:43 by kuroikuruma
edit @ 2 Sep 2011 19:51:39 by kuroikuruma
マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」


ว่าแต่น้องแอบไปหลบทำไมล่ะเนี่ย
ไดจัง ดูแลน้องดีๆ นะ
#1 By Reindeer on 2011-09-01 10:03