Dai-Mao:The Naughty Prince of Tennis>>Ch7 งอนเด็ก?
posted on 03 Nov 2011 21:49 by kuroikuruma in fan-fiction

Title: The Naughty Prince of Tennis EP7.>> งอนเด็ก?
Pairing: Dai x Mao (จริงๆนะ)
Author: kuruma
Author’s note: มันคือฟิกชั่น อิงความจริงบ้าง อะไรบ้าง อย่าซีเรียสนะคะ^^
“ไดจัง..ไดจัง เดี๋ยวรอผมก่อน!” เสียงใสเอ่ยเรื่องชายหนุ่มร่างสูงกัปตันทีม หลังจากที่เลิกซ้อมแล้ว คนอื่นพากันทยอยกลับหากแต่มาโอะยังไม่ยอมกลับ สายตาของไดสุเกะที่มองเขาเมื่อครู่นี้ทำให้รู้สึกค้างคาใจ มันราวกับว่าชายหนุ่มกำลังโกรธ หรือไม่พอใจอะไรเขาอยู่แบบนั้นแหละ เด็กหนุ่มเลยตัดสินใจรอที่หน้าตึก เพื่อพบกับอีกฝ่าย
“อ้าว ยังไม่กลับเหรอ?” ดูเหมือนไดสุเกะจะแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กหนุ่มวิ่งมาหาเขาเพียงลำพัง
“ ยังฮะ ..ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับไดจังหน่อย ” ดวงตากลมโตสบตาหัวหน้าทีมของเขานิ่ง ราวกับจะไม่ยอมให้ไดสุเกะได้เลี่ยงเขาไปไหนเลย
+++++++++++++
เสียงหลอดดูดกระทบกับน้ำแข็งในแก้วน้ำส้มเมื่อมาโอะกำลังดูดน้ำส้มรสเปรี้ยวอมหวานเข้ามาในปาก ด้านข้างของแก้วน้ำส้มคือ แฮมเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ ส่วนที่นั่งฝั่งตรงข้ามมีเพียงกาแฟร้อนแก้วเดียวเท่านั้น เนื่องจากคนอายุมากกว่าปฏิเสธที่จะสั่งอาหารตอนนี้ พวกเขากำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารแบบคาเฟ่ใกล้ๆบริษัท เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้าที่ดื่มเพียงกาแฟถ้วยเดียวพลางถาม โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่านั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของอารมณ์คุกรุ่นในใจของชายหนุ่มตรงหน้านี้
“ ไม่ทานจริงๆเหรอฮะ เมื่อวานบาบะจังเลี้ยงข้าวผมที่นี่แหละ อร่อยดี ”
“ บาบะจัง? ...พวกนายดีกันแล้วเหรอ? เห็นหมอนั่นเอาแต่แกล้งนายอยู่คนเดียว ” ดูเหมือนการเรียกชื่อนั้นอย่างร่าเริงของเด็กหนุ่มตรงหน้าจะยิ่งทำให้ไดสุเกะรู้สึกขุ่นเคืองอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆที่เขานี่แหละที่เป็นคนเคลียร์กับหมอนั่น เพราะไม่ต้องการให้มาแกล้งลูกทีมของเขาอีก
+++++++++++++
ย้อนไปถึงตอนนั้น...
“ นายไม่พอใจอะไรกับคนในทีมฉัน? ” น้ำเสียงถามเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจัง ช่างแตกต่างจากตอนที่ซ้อมด้วยบรรยากาศสบายๆ หรือตอนที่มีกล้องมาถ่ายภาพบรรยากาศเพื่อนำไปประกอบดีวีดีมิวสิคคอลชุดนี้ มือแกร่งที่โอบบ่าที่แข็งไปด้วยกระดูกของเทะสึกะรุ่นน้องคลายออก เมื่อพวกเขาเดินห่างออกจากห้องซ้อมไปยังด้านหลังอาคาร
“ คนในทีม? คนไหนฮะ ไดจัง ” ชายหนุ่มรุ่นน้องถามพลางทำหน้าทะเล้นใส่ แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตลกด้วย จึงต้องหุบยิ้มทันที
“ มาโอะไง..จะบอกว่าน้องมันน่ารักดี เลยอยากแกล้งรึไง?” ไดสุเกะถามเสียงเรียบๆ ทำไมเขาจะไม่รู้เพราะโชโกะมักจะมาฟ้องบ่อยๆว่าบาบะชอบแกล้งมาโอะ ในตอนแรกเขาก็คิดว่าเป็นการแกล้งเล่นแบบปกติธรรมดา แต่วันนี่ สิ่งที่เห็นต่อหน้าก็ทำให้เข้าใจในสายตาที่บาบะมอง”ลูกทีม”ของเขา
บาบะสบตากับอีกฝ่ายนิ่ง ไม่มีคำพูดจาทะเล้นเล่นหัวเหมือนเช่นเคย ในตอนนั้น ทั้งคู่ราวกับเผชิญหน้ากันในฐานะ...ผู้ชาย...
เกือบนาทีเลยทีเดียวที่ยืนมองหน้ากันอยู่แบบนั้น สุดท้ายแล้วก็เป็นเทะสึกะรุ่นน้องที่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสมออกตนเองเป็นเชิงบอกว่า..ยอมแพ้..
“ โอเคฮะ..ไม่แกล้งแล้วล่ะ ต่อไปผมจะทำดีๆกับมาโอะก็แล้วกันนะ ” รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้า ราวกับอ่านสายตาของหนุ่มรุ่นพี่ออก แล้วเอ่ยขอตัวกลับไปเสียเฉยๆ ส่วนไดสุเกะเอง คำพุดของบาบะเมื่อครู่นี้ราวกับจะบอกอะไรเขา?..ทำดีๆกับมาโอะงั้นเหรอ?..
“ก็เมื่อวานนี้ ผมเหม่อๆเลยเดินชนบาบะจังแถวๆนี้ฮะ บาบะจังก็เลยพามาเลี้ยงข้าว ขอโทษที่แกล้งผมไว้เยอะ” เด็กหนุ่มเล่าเหตุการณ์เมื่อวานนี้ให้หัวหน้าทีมของเขาฟัง
“ บอกว่า ขอโทษที่แกล้งประจำ ” ข้อมือแข็งแรงเพราะเล่นกีฬานั้นจับส้อมเขี่ยอาหารในจานไปมา ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายนิ่ง ทำเอาไดสุเกะต้องเอ่ยปากถามอย่างไม่เข้าใจในท่าทางแบบนั้น
“ อะไรวะ?..มองแบบนั้น? ” อดหวั่นใจไม่ได้ว่าบาบะจะพูดอะไรบ้าๆออกไปหรือเปล่า
“ ไดจัง! ผมถามจริงจังเลยนะ! ” ดวงตากลมโตจ้องเขม็งทำเอาไดสุเกะต้องกลืนน้ำลายอย่างลำบากใจ
“ ถาม..ถามอะไร? ”
“ ผมอะ..น่าแกล้งขนาดนั้นเลยเหรอ?..ทำไมบาบะจังบอกว่า ผมน่ารักเวลาโดนแกล้งอะ? ” คิ้วเรียวขมวด พลางมองหน้าคนที่เขาถามพลางกระพริบตาปริบๆ
“ เอ่อ............. “ คำถามนั้นทำเอา ไดสุเกะต้องกุมขมับ ด้วยจนปัญญาที่จะหาคำตอบดีๆให้กับอีกฝ่ายได้
“ ว่าไงฮะ..ไดจัง! ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ผมจะได้ปรับปรุงตัวใหม่ ทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่กว่านี้ ไม่ง้องๆแง้งๆแบบนี้อะ “ พูดถึงตรงนี้ ใบหน้าสวยก็ทำหน้าหงอยๆทันที
“ จะได้ไม่ต้องมีใครมาแกล้งเล่น เสียเวลาซ้อมกันแบบนี้ ” เสียงของเด็กหนุ่มแผ่วเบา น่าสงสารเลยทีเดียว
“ เสียเวลา? ..เอาอะไรมาพูดวะ ” คำพูดแบบนั้นของเด็กหนุ่มรุ่นน้องทำให้ไดสุเกะต้องสอดขึ้นมาทันที มือแกร่งแตะผิงแก้มนุ่มเนียนให้มองหน้าเขาดีๆ
“ นายคิดอะไรของนายน่ะ มาโอะ.. แค่ทำตัวตามสบายๆ เป็นธรรมชาติของนายมันก็ดีอยู่แล้วนี่ ในบางครั้งนายอาจจะวางตัวลำบาก เพราะเราต้องซ้อมกับพวกแคสห้า นายอาจจะไม่คุ้นเคยกับคนอื่นๆง่ายนัก เจ้าบ้าบาบะนั่นน่ะ เลยเข้าไปทำแบบนั้น เพราะอยากจะให้ทั้งสองแคสสนิทกันเร็วๆไงล่ะ ” ดวงตาคู่คมสบกับดวงตากลมใสนั้นนิ่ง
“ แต่ว่านะมาโอะ..การที่นายคุ้นเคยกับคนอื่นยากไม่ใช่เรื่องผิดหรอกนะ แต่ขอให้เชื่อฉัน ว่าคนพวกนั้นอยากจะสนิทสนมกับนายจริงๆ และพวกเขาก็เป็นคนดีกันทุกคน ” ริมผีปากได้รูปยิ้มให้กับอีกฝ่าย ก่อนจะนึกขึ้นได้
“ อะนี่ ..ลืมไปเลย ไอบะจัง ฝากนี่มาให้น่ะ ” ชายหนุ่มเปิดกระเป๋าใบย่อมของตนเองก่อนจะยื่นกล่องซีดีให้เด็กหนุ่มตรงหน้าสอง-สามกล่อง
“ ไอบะจังน่ะ เล่นทาคุมิคุงซีรี่ส์ภาคที่แล้ว บอกให้เราเอาไปแบ่งกันฟัง ระหว่างรอบท ” ไอบะ ฮิโรกิ ที่กลับมาเล่นละครเพลงโดยรับบทเป็นฟูจิอีกครั้ง ซึ่งได้รับบทเป็น นักไวโอลีนซึ่งปรากฏตัวในภาพยนตร์ภาคก่อนที่พวกเขาต้องแสดงต่อ ได้เอาของบางอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้เมื่อเช้านี้เอง แถมยังบอกอีกด้วยว่า อยากคืนไหร่ก็ได้
“ เอ๊ะ?..อะไรฮะ..ดราม่าซีดี ทาคุมิคุงซีรี่ส์? ” มือเรียวพลิกเจ้ากล่องพลาสติกบางๆนั้นไปมา พลางเอียงคออ่านเล็กน้อยตามประสาคนมีปัญหาทางสายตา
“ เห็นไหม..เจ้าพวกนั้นก็เป็นคนดีใช้ได้เลยนะ มาโอะ ” ท่าทางเอียงคออ่านตัวหนังสือนั้นทำให้ไดสุเกะยิ้ม ยิ่งเห็นว่าเด็กหนุ่มเองก็พยักหน้าแรงๆอย่างเห็นด้วย ก็ยิ่งต้องหัวเราะออกมาเบาๆ
....ก็ไอ้ท่าทางแบบนี้มันน่ารัก น่าแกลังไหมล่ะ? .. ถ้าเขาเป็นเจ้าบ้าบาบะนั่น คงดึงไปจากมือ ให้เจ้าตัวโวยวายเล่น แน่ๆ ...แต่เป็นเพราะเขาไม่ใช่เจ้าบ้านั่น ...
มือแกร่งวางลงบนเส้นผมนุ่มมือเหนือศีรษะนั้น ก่อนจะลูบไปมา ราวกับเล่นกับน้องชายคนโปรด ท่าทางนั้นทำให้คนที่โดนลูบหัวถือโอกาสถามในสิ่งที่คาใจมาตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา
“ ว่าแต่ไดจัง เมื่อตอนเย็นนี้เห็นมองผมตาขวางๆอะ ผมร้องเพลงแย่ หรือว่าทำอะไรผิดอีกรึเปล่าฮะ? ” คิ้วเรียวขมวดอย่างตั้งใจจะเอาคำตอบนั้นให้ได้ ซึ่งก็จริงอยู่ ในตอนนั้นไดสุเกะเคืองมาโอะจริงๆนั่นแหละ แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว
“ ไม่มีอะไรแล้วล่ะ .. รีบๆกินเถอะ..นี่ก็ค่ำแล้วนะ เสร็จแล้ว ฉันจะไปส่งนายที่บ้านเอง ”
“ หะ?..รบกวนไดจังเปล่าๆนะฮะ ไปส่งผมแล้วกลับไปห้องไดจังอีก ไกลจะตาย ” เด็กหนุ่มเถียง
“ ก็บอกว่าจะไปส่งไง..ตามนั้นล่ะ ”
คำพูดจริงจังของคนอายุมากกว่าทำเอาเด็กหนุ่มต้องก้มหน้าก้มตาทานพลางทำปากขมุบขมิบ แต่ก็ดีใจที่อีกฝ่ายอาสาจะไปส่งเขาถึงที่บ้าน..ซึ่งวันดีๆแบบนี้ก็ไม่ได้มีบ่อยนักหรอก ...
....ไว้ผมจะลองทำตัวสบายๆกับพวกแคสห้าอย่างที่ไดจังบอกนะฮะ...
ท่ามกลางความวุ่นวายด้านหลังเวทีการแสดงละครเพลงที่สร้างจากการ์ตูนเทนนิสชื่อดังปริ้นออฟเทนนิส ยังมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนหันรีหันขวางไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี เพราะวันนี้เขาและแคสที่สี่ทั้งหมด ไม่ต้องร่วมแสดงแต่อย่างใด มาโอะเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวรวมขนาดใหญ่ ดวงตากลมโตมองซ้าย ขวา เห็นกล้องวีดีโอก็ถ่ายภาพบรรยากาศ ของทีมเฮียวเทที่อยู่อีกด้าน เลยเดินมาทางฝั่งของทีมเซงาคุบ้าง เผื่อว่าจะเจอใคร และเขาก็เจอจริงๆ ชายหนุ่มในชุดกัปตันทีมเซงาคุคนที่ห้า บาบะ บ้าบอคนนั้นกำลังเล่นมุกฮาๆอยู่กับลูกทีมของตัวเอง
“ โย่ มาโอะ! ” เจ้าของร่างผอมสูงเดินมาโอบบ่ามาโอะทันที
“ บาบะจัง?..แล้วคนอื่นๆไปไหนหมดอะ? ” เด็กหนุ่มกระตุกไหล่เล็กน้อยอย่างตกใจกับท่าทางถึงเนื้อถึงตัว..ไม่ค่อยชินอยู่ดี..
เขาถามหาคนอื่นๆพลางมองไปทั่ว
“ มากันหมดแล้ว ..แต่หายไปเล่นที่ไหนกันไม่รู้ ฮ่า ฮ่า ” บาบะตอบกลับมาอย่างง่ายๆ ก่อนจะใช้แรงที่โอบไหล่ของเด็กหนุ่มให้ไปหาลูกทีมที่นั่งแต่งหน้ากันอยู่อีกด้าน แต่ดูเหมือนจะไม่มีที่นั่งเป็นที่เป็นทางสำหรับคนที่ไม่มีบทในวันนี้เท่าไหร่ มาโอะได้แต่ยิ้มแห้งๆ กับบทสนทนาเหล่านั้น
“ มาแล้วเหรอ มาโอะ ” เหมือนเป็นเสียงสวรรค์มาจากอีกด้านของห้องแต่งตัว น้ำเสียงที่คุ้นเคยนี้
“ ไดจัง! ” มาโอะผละจากคนพวกนั้นไปทางต้นเสียงทันที เห็นหัวหน้าทีมของเขาในชุดไปรเวทกำลังนั่งปะปนกับนักแสดงคนอื่นๆ ก็ยิ้มร่า
“ ผมนึกว่าจะไม่เจอใครแล้วนะเนี่ย ” เด็กหนุ่มพูดเสียงติดจะอ้อนอยู่ในที ทำเอาไดสุเกะต้องยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปจับแขนเล็กนั้นให้ขยับเข้ามาหาตัวเขาที่กำลังนั่งเก้าอี้อยู่
“ ขยับหน่อย ขวางทางกล้องเขานะ ฮะ ฮะ ”
“ อ่าวเหรอฮะ .. แย่เลย คนเยอะ ไม่มีที่นั่งแบบนี้เนอะ ” มาโอะมองตามสายไฟที่ติดอยู่กับกล้องถ่ายวีดีโอ สำหรับทำแบคเสตจลงขายพร้อมดีวีดี
“ งั้น นั่งนี่สิ ” มือแกร่งตบที่หน้าขาตัวเอง เหมือนจะพูดเล่นอยู่ในที
“ หา? ”
“ เมื่อยแล้วก็นั่งสิ ” ไดสุเกะย้ำ
มาโอะก้มลงมองหน้าคนที่พูดทีเล่นทีจริงอยู่ สลับกับมองความวุ่นวายในห้องแต่งตัวนักแสดง ก่อนจะนั่งลงบนตักของอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้ เพราะกล้องวีดีโอนั้นเบียดเข้ามาอีก
“ อ๊ะ” เด็กหนุ่มทำท่าจะเสียหลัก หากแต่มือแกร่งกลับสอดเอวจับให้นั่งบนตักดีๆ พร้อมกับสายตาที่ดูเหมือนจะสบตากับใครบางคนที่อีกด้ายของห้องแต่งตัว ขณะที่มาโอะกำลังขยับนั่งให้อยู่ในตำแหน่งที่พอดีบนตักของชายหนุ่ม ไม่ได้รู้เลยว่าได้กลายเป็นจุดสนใจของใครต่อใครจนแทบจะมองเป็นตาเดียวแล้ว แต่ยังดีที่มีคนตั้งสติได้ เพื่อนนักแสดงด้วยกันหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา ก่อนจะเรียก
“ อะ ถ่ายรูปหน่อย พี่น้องเซงาคุ ” ประโยคนั้นทำให้ทั้งสองคนชูสองนิ้วให้ถ่ายรูปกันโดยอัตโนมัติ ก่อนไดสุเกะจะหัวเราะออกมากับท่าทางเหวอๆของเด็กหนุ่มตรงหน้า มือแกร่งเอื้อมไปลูบเส้นผมนุ่มมือที่ชี้ไปตามตามทรงของวัยรุ่นอย่างเอ็นดูเรียกรอยยิ้มจากคนที่อยู่บนตักได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
talk : พี่-น้องกันค่า..แหม นั่งตักกันซะ..
マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」

ถ้าที่มาของภาพเป็นอย่างนี้จริงๆละก็นะ ดีใจตายเลย


#1 By majiya (119.42.104.188) on 2011-11-04 13:49