Dai-Mao:The Naughty Prince of Tennis>>Ch9~กระจกสีรุ้ง~2nd day-น้ำตา-
posted on 24 Nov 2011 23:32 by kuroikuruma in fan-fiction



Title: The Naughty Prince of Tennis EP9.>> ~กระจกสีรุ้ง~2nd day-น้ำตา-
Pairing: Dai x Mao (จริงๆนะ)
Author: kuruma
Author’s note: มันคือฟิกชั่น อิงความจริงบ้าง อะไรบ้าง อย่าซีเรียสนะคะ^^
“ เอาล่ะครับ เดี๋ยวจะถ่ายทำเบื้องหลังกันนะครับ ระหว่างที่รอแต่งหน้า วาตานาเบะซังก็ทำตัวสบายๆนะครับ ” เสียงของตากล้องดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มในชุดนักเรียนเดินเข้ามาในห้องแต่งหน้า ซึ่งมีเด็กหนุ่มที่แสดงบทเด่นของเรื่องอีกคนกำลังแต่งหน้าอยู่
“ ไดจัง! ” คนที่กำลังถูกแต่งหน้าหันหน้าไปหาคนมาใหม่พลางยิ้มแป้นทำเอาโดนช่างแต่งหน้าของกองดุเอาทันที
“ มาโอะคุง อยู่เฉยๆสิจ๊ะ เดี๋ยวคิ้วเบี้ยวแล้วไม่น่ารักนะ ”
“ ครับ ขอโทษครับ ” เด็กหนุ่มก้มหัวให้สาวรุ่นพี่เล็กๆทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงต้องใช้คำว่าน่ารักกับเขาด้วย ทำเอาพระเอกของเรื่องต้องหัวเราะร่วน ขณะที่เดินมานั่งรอที่เก้าอี้ด้านหลัง
“ ฮะ ฮะ มันก็เหมาะกับนายดีไม่ใช่รึไง? ” ไดสุเกะยิ้มให้กับภาพที่สะท้อนกระจกเงาของเด็กหนุ่มที่กำลังหันหลังให้ คนที่น่ารักเรียกได้ว่าน่ารักได้อย่างไม่กระดากปากนัก
ใช้เวลาไม่นานเด็กหนุ่มก็แต่งหน้าเสร็จเรียบร้อย จึงลุกจากเก้าอี้หน้ากระจกไปนั่งสลับกับไดสุเกะที่ไปแต่งหน้าทำผมต่อ ดวงตาสีอ่อนเห็นมาโอะที่ตั้งใจหยิบบทขึ้นมาอ่านก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ ยิ่งเห็นว่าคิ้วเรียวที่ถูกตกแต่งอย่างดีนั้นขมวดเพราะทำความเข้าใจกับบทอีกรอบด้วยตนเองก็ยิ่งทำให้เขาเห็นความตั้งใจอย่างสูงของเด็กคนนั้น
++++++++++++++
ฉากที่ต้องแสดงร่วมกันในวันนี้เป็นฉากในโรงพยาบาล ด้วยตัวของซูซุกิที่แสดงโดยบัชชี่ได้อาการทรุดจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทั้งกีย์และทาคุมิเลยเข้าไปเยี่ยม แม้จะไม่มีบทพูดอะไรมากมายนัก เจนราวกับว่าทาคุมิเป็นผู้ที่ไปเป็นเพื่อนกีย์ที่กำลังพยายามเข้มแข็งทั้งๆที่รู้ดีว่าอาการของเพื่อนสนิทนั้นหนักเพียงใด .... และกำลังจะสูญเสียเพื่อนคนสำคัญไป โดยที่ไม่อาจทำอะไรได้เลย.. ทาคุมิที่รู้ดีกว่าใครๆว่ากีย์ต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวด และแสร้งว่าเข้มแข็งเอาไว้เพียงใด เท่านี้...เพียงเท่านี้ ความเป็นทาคุมิในจิตใจของเด็กหนุ่มก็บีบรัดจนรู้สึกเจ็บในอก
น้ำตาหยาดหยดลงกับผิวแก้มทั้งสองอย่างช่วยไม่ได้
แม้จะเห็นความผิดปกติของคนที่ควรจะยืนข้างๆกีย์เฉยๆในฉาก หากแต่ผู้กำกับใจดีที่แสนเข้มงวดอย่างโยโคอิกลับปล่อยผ่าน ด้วยอารมณ์ของนักแสดงทั้งสามคนในห้องภายในโรงพยาบาลนั้นสามารถรับส่งกันได้อย่างดี
--- คัท ---
ทันทีที่ผู้กำกับสั่งคัท มาโอะก็รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองขึ้นทันที เสียงใสร้องออกมาอย่างไม่เป็นภาษา รู้สึกอายกับความอ่อนหัดในการแสดงของตนอีกแล้ว
“ อ๊า..จู่ๆน้ำตาก็ไหลแหละ ผมไม่ได้ร้องไห้นะ ” มาโอะรีบเช็ดน้ำตา เมื่อไดสุเกะยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วทำท่าจะล้อเลียน
“ ฮะ ฮะ .. ไม่ได้ร้อง แต่อินจัด นี่ๆ..อย่าแอบไปร้องต่อคนเดียวล่ะ ฮะ ฮะ ” เสียงทุ้มเอ่ยแซวอย่างอารมณ์ดี ส่วนบัชชี่ก็แอบยกกล้องถ่ายรูปตัวเล็กๆขึ้นมาแอบถ่ายคู่นี้อีกแล้ว .... ทำเอาสต๊าฟอดคิดไม่ได้ว่า ชายหนุ่มคนนี้มีกล้องถ่ายรูปกี่ตัวกันแน่?
“ ก็บอกว่า ไม่ได้ร้องซักหน่อย ไดจัง อะ ! ” มาโอะโวยวายใส่อีกครั้ง ก่อนจะรับเอาผ้าเช็ดหน้าที่ไดสุเกะยื่นมาให้อย่างช่วยไม่ได้ เขาน่ะ พอน้ำตาไหลแล้วหยุดยากเสียด้วยสิ แต่ก่อนที่พระเอกและนายเอกของเรื่องจะแซวกันมากไปกว่านี้ ผู้กำกับก็ตัดบทเสียก่อน
“ เอาล่ะ เช็คภาพแล้ว ใช้ได้ .. เอาล่ะ เดี๋ยวเราจะถ่ายฉากต่อไปกันต่อ .. ไปเตรียมคุณแม่ของซูซุกิให้พร้อมนะ ส่วน ฮามาโอะคุง วันนี้หมดคิวแค่นี้ล่ะ .. วันนี้ขอบคุณมาก ” โยโคอิบอกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นไปเตรียมจัดท่าให้บัชชี่ที่ต้องถ่ายฉากต่อไปต่อ
ปล่อยให้เด็กหนุ่มมองตามคนพูดที่ตอนนี้ไปจัดท่าให้คนที่แสดงบทป่วยเรียบร้อยอย่างทึ่งๆ และดูเหมือนจะไม่ได้สนใจอะไรเขาอีก มาโอะมองหน้าไดสุเกะที่ดูเหมือนจะมองเขาราวกับจะถามว่าจะไปไหนต่อ
“ งั้นผมกลับก่อนนะครับทุกคน ไว้เจอกันพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณครับ ” มาโอะโค้งให้กับทุกคนก่อนจะยิ้มทะเล้นให้ไดสุเกะราวกับจะเยาะเย้ยเล็กๆที่วันนี้เขาเสร็จงานก่อน ก่อนจะกระโดดออกจากห้องไปอย่างร่าเริง ราวกับกระต่ายน้อยไม่มีผิด ทำเอาไดสุเกะต้องขยับตัวออกไปนอกห้องตามอย่างไม่รู้ตัว
“ อะไรของนายน่ะ เจ้าเด็กบ้า ฮะ ฮะ ” ท่าทางนั้นทำเอาเขาอดที่จะหัวเราะไม่ได้
“ ฮะ ฮะ ผมไปก่อนนะกีย์ .. ไว้พรุ่งนี้เจอกัน ” มือเรียวยกโบกไปมาให้กับนักแสดงคู่กับตัวเองแล้วกึ่งเดินกึ่งกระโดดเข้าห้องแต่งตัวไป ท่าทางนั้น เรียกรอยยิ้มจากผู้สูงวัยกว่าได้ไม่น้อย
….คงไม่เป็นไรหรอกมั๊ง..อยู่ๆก็น้ำตาไหลแล้วก็กลับมาร่าเริงแบบนั้น...
++++++++++++++++
“ นี่ ถึงกับต้องไปค้างที่กองถ่ายเลยเหรอ? ” เสียงของฮามาโอะ ซาสุเกะ ดังขึ้นอย่างไม่พอใจ ขณะที่ยืนพิงกรอบประตูห้องนอนของน้องชาย
“ ก็แบบนั้นล่ะ เรื่องธรรมดาจะตายไป ” เด็กหนุ่มตอบกลับมาอย่างง่ายๆ พลางพับเสื้อผ้าที่กองบนเตียงใส่ในกระเป๋า
“ นอนคนเดียวหรือนอนคู่ ? ” ท่าทางที่ตอบกลับมาง่ายๆเหมือนทุกทีทำให้ผู้เป็นพี่ต้องขมวดคิ้ว แม้จะไม่ค่อยพูดจากันดีๆ แต่เขาก็เป็นห่วงน้องชายคนนี้ตลอด
“ จะไปรู้เหรอ โอย พี่! ถ้ามัวมาเรื่องมากกับเรื่องแค่นี้ จะไปทำงานกับใครเค้าได้ไหมเนี่ย? ” มาโอะเงยหน้าจากกองผ้า ใบหน้าสวยงอง้ำอย่างไม่พอใจกับท่าทางเหมือนหวงน้องสาวของพี่ชาย ก่อนจะโยนเสื้อที่ยังพับไม่เสร็จให้เป็นการตัดบท
“ พี่มาช่วยผมจัดกระเป๋าหน่อยดี่ .. พรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้ามืดเลยนะ เร็วๆเลย ”
ซาสุเกะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ถึงจะไม่อยากทำ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยขัดใจเจ้าน้องชายตัวแสบผิดกับหน้าตาหน้าเอ็นดูนี่ได้เสียที ผู้เป็นพี่เดินมานั่งบนเตียงเดียวกับเด็กหนุ่มแล้วเริ่มช่วยพับเสื้อผ้า
“ ว่าแต่เป็นไง ถ่ายหนัง...ไอ้แบบนั้นน่ะ ไม่เป็นไรแน่นะ? ” ซาสุเกะเลิกคิ้วถามน้องชาย ใบหน้าที่คล้ายคลึงกันเพียงแต่ว่าคมเข้มกว่านั้น พยายามสังเกตท่าทางของผู้เป็นน้อง
“ ไอ้หนังแบบนั้นมันแบบไหนวะ พูดดีๆเลยนะ ” มือเรียวที่กำลังพับผ้า ชกไหล่พี่ชายเสียหนึ่งที
“ หนังรักในวัยเรียนต่างหาก ” เด็กหนุ่มยิ้ม
“ เป็นเรื่องที่มีเนื้อเรื่องดีๆเยอะเลยล่ะ ตัวของทาคุมิที่พยายามออกจากกำแพงที่ขังตัวเองเอาไว้ ไปสู้โลกภายนอก แล้วก็ได้รู้จักเพื่อนของกีย์มากมาย ได้เห็นความรักที่ยังไม่ได้เริ่ม...ด้วยซ้ำ ” พูดถึงตรงนี้ ดวงตาที่เป็นประกายสดใสก็หม่นแสง
“ การจากลา..ความตาย .. การอยู่เคียงข้างคนที่รักที่เป็นทุกข์โดยที่ตัวเราทำอะไรไม่ได้เลย ”
“ เคียวสุเกะ ... เป็นอะไรไป? ” ท่าทางที่ซึมลงของน้องชายทำให้ซาสุเกะต้องทักอย่างเป็นห่วง
“ อื้อ ” ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมที่ย้อมจนเป็นสีดำตามบทส่ายไปมา ก่อนจะหัวเราะ
“ ไม่มีอะไรหรอก .. แค่ผม...อ่อนหัดจนเผลอน้ำตาไหลในฉากนั้นน่ะ..แล้วก็มัน ” มือเรียวยกขึ้นกุมที่อกตัวเอง
“ เจ็บที่อกนี่.........อย่างกับว่า เป็นทาคุมิที่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของกีย์ไม่ได้แบบนั้นแหละ ” ริมฝีปากได้รูป ยิ้มกว้างให้พี่ชาย
“ หวา..สงสัยจะอินเนอะ ฮะ ฮะ ”
ท่าทางนั้นทำให้ซาสุเกะอดที่จะยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ มือใหญ่ยกขึ้นลูบผมน้องชายเบาๆ
“ อ่อนหัดเรอะ ..พูดบ้าๆ ”
ทั้งสองคนช่วยกันจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเพียงไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย ซาสุเกะลุกจากเตียงนอนของน้องชายไปโดยไม่ลืมที่จะกำชับเรื่องการไปค้างนอกบ้านเพื่อถ่ายทำภาพยนต์ ซึ่งก็ได้คำตอบเป็นการรับคำแบบส่งๆไปอย่างทุกที
++++++++++++++
เวลาที่นาฬิกาปลุกตรงหัวเตียงบ่งบอกว่าขณะนี้เกือบสี่ทุ่มแล้ว เป็นเวลานอนของเด็กอนามัยอย่างฮามาโอะ เคียวสุเกะ เจ้าตัวขยับไปที่หัวเตียงหมายจะปิดไฟเพื่อเข้านอน หากแต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นก็ทำเอาต้องเปิดฝาพับเพื่อรับโทรศัพท์อย่างแปลกใจกับชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอ
“ ครับ?...มีอะไรเหรอไดจัง? ” เสียงใสถามอย่างแปลกใจ เมื่ออีกฝ่ายโทรมาในเวลาแบบนี้ ที่สำคัญก็ดูเหมือนจะอยู่ในร้านอะไรซักอย่างที่เปิดเพลงเบาๆ กับเสียงแก้วน้ำที่กระทบไปมา
“ เก็บของเสร็จรึยัง ? ” ปลายสายถามกลับมา พลางแกว่งแก้วเหล้าในมือไปมา
“ เสร็จแล้วฮะ ผมกำลังจะเข้านอนอยู่พอดีเลย ” เด็กหนุ่มดูนาฬิกาที่หัวเตียง พลางขมวดคิ้วกับเสียงแก้วนั้น
“ ว่าแต่ ไดจัง..ไปดื่มเหรอฮะ? ”
“ อืม นิดหน่อยนะ .. ยังไงพรุ่งนี้เช้าก็ต้องเข้ากองถ่ายกับบัชชี่อยู่แล้ว คืนนี้ก็เลยเก็บกระเป๋ามาพักกับหมอนี่ เลยชวนมันมาดื่มนิดหน่อย พอดีมันไปเข้าห้องน้ำ ก็เลยโทรหา ” ไดสุเกะตอบกลับมา ก่อนจะถามอย่างเป็นห่วง
“ ว่าแต่เป็นอะไรรึเปล่าที่ร้องไห้....เอ่อ น้ำตาไหล ในฉากนั้นน่ะ? ”
“ ฮะ ฮะ... ไม่เป็นไรซักหน่อย แล้วก็แค่..น้ำตาไหลเอง ” เด็กหนุ่มดึงเอาหมอนหนุนนุ่มๆมารองที่คางก่อนจะกลิ้งไปมา เพื่อคุยโทรศัพท์อย่างสบายๆ
“ บางที..ทาคุมิในตัวผม อาจจะเจ็บปวดอยู่ก็ได้ที่เห็นกีย์กำลังเจ็บปวดแบบนั้น ”
คำพูดนั้นทำเอาปลายสายต้องทวนคำอย่างแปลกใจ
“ ทาคุมิ ในตัวนาย? ”
“ อืมม์..อาจจะเพราะทาคุมิที่อยู่ในตัวผม เห็นกีย์ที่เจ็บปวดเพราะต้องทำเป็นเข้มแข็งกับเรื่องของซูซุกิคุง แล้วช่วยอะไรไม่ได้ล่ะมั๊ง ” มาโอะยังคงกลิ้งไปมา เปลือกตาบางปิดลง ราวกับจะนึกถึงภาพที่ตนเองเห็น ความเจ็บปวดของกีย์ที่เด่นชัดในสายตานั้น..
“’งั้น..... แค่รักฉันก็พอแล้ว”
“เอ๊ะ?” คำพูดของไดสุเกะผ่านโทรศัพท์ทำเอามาโอะต้องเบิกตาโพลงอย่างตกใจกับคำพูดนั้น
“ กีย์ในตัวของฉัน ก็คงอยากจะบอกทาคุมิในตัวของนายว่าแบบนั้นล่ะนะ ” ไดสุเกะขยายความ เพียงแค่คำอุทานที่ได้ยินเมื่อครู่ก็ทำให้เขาต้องยิ้มออกมาแทบจะทันที เพราะนึกออกเลยทีเดียวว่ามาโอะกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ และไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว
“ เอาล่ะ นอนได้แล้ว เด็กอนามัย นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว .... งั้นไว้เจอกันที่กองนะ ราตรีสวัสดิ์ ”
เสียงสัญญาณถี่ๆที่ข้างหูบ่งบอกว่าไดสุเกะได้วางสายโทรศัพท์ไปแล้ว หากแต่ดวงตากลมโตนั้นยังคงเบิกกว้าง ...หันไปที่นาฬิกาหัวเตียง สี่ทุ่มห้านาที...กับคำพูดแปลกๆของคนสูงวัยกว่าทำเอาต้องยกมือกุมอกอีกรอบ ก่อนจะโถมตัวลงกับเตียงแล้วซุกหน้าลงกับหมอนไปมา เสียงใสๆถูกปิดไว้ด้วยความนุ่มของหมอนจนไม่เป็นภาษา
ว่าแต่....ตาสว่างเสียแบบนี้แล้ว จะหลับลงไหมนั่น?..
talk : น้ำตาไหลนี่ก็ไม่ได้แปลว่าอ่อนหัดซักหน่อยนะ เด็กน้อย // กอดๆ
edit @ 25 Nov 2011 14:34:57 by kuroikuruma
edit @ 18 Dec 2011 02:27:58 by kuroikuruma
マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」

ถูกใจคนอ่านจริงๆเน้อ~ แล้วสรุปน้องได้นอนไหมเนี่ย


ลุงไดทำหัวใจเด็กหวั่นไหวอีกแล้วววววว
#1 By shernshu (223.206.203.207) on 2011-11-25 07:49