Dai-Mao:The Naughty Prince of Tennis>>Ch13~กระจกสีรุ้ง~ the last day
posted on 26 Jan 2012 22:28 by kuroikuruma in fan-fiction directory Fiction



Title: The Naughty Prince of Tennis EP13.>> ~Gii&Takumi~the last day
Pairing: Dai x Mao (จริงๆนะ)
Author: kuruma
Author’s note: มันคือฟิกชั่น อิงความจริงบ้าง อะไรบ้าง อย่าซีเรียสนะคะ^^
ฉากเลิฟซีนถ่ายทำเสร็จในตอนเช้า ไม่มีเวลาพักมากนัก ทั้งคู่ต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเข้าไปถ่ายทำในบริติชฮิลล์ นี่เป็นครั้งแรกของทื้งคู่ ที่ได้สวมชุดนักเรียนเข้าไปถ่ายทำในฉากโรงเรียน
ในรถตู้ของกองถ่าย ทั้งสองคนทบทวนบทกันอีกครั้ง เนื่องจากต้องทำงานแข่งกับเวลา เลยทำได้เพียงต่อบทกันในรถเท่านั้น ฉากแรกของภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกถ่ายทำก่อนโดย มาโอะในชุดนักเรียนของ ฮายามะ ทาคุมิ เดินผ่านหน้าอาคารเรียน ใบหน้าสวยหันมาทางกล้องตามจังหวะที่ผู้กำกับบอก และถูกถ่ายแช่เอาไว้แบบนั้น แดดที่แรงเป็นพิเศษเพราะอยู่สถานที่ถ่ายทำนั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงในฤดูหนาว ทำให้ใบหน้าเล็กๆแดงเรื่อเล็กน้อย จากนั้นจึงถ่ายฉากที่สอง ซึ่งเป็นฉากแรกของเรื่อง ฉากที่ทาคุมิกำลังถูกเพื่อนร่วมชั้นล้อเรื่องกีย์ และเป็นฉากเปิดตัวกีย์ด้วยการจูบทักทายทาคุมิ อาจจะเป็นเพราะได้ผ่านฉากยากกว่านี้มาแล้ว จึงทำให้มาโอะไม่ได้เขินอายอะไรมากนัก ฉากการถ่ายทำในบริติชฮิลล์เป็นไปอย่างราบรื่นดี จนกระทั่งถึงช่วงพักการถ่ายทำ ผู้กำกับโยโคอิถึงได้เรียกให้แต่ละคนไปอัดเสียงพากย์ที่จะใช้ประกอบภาพยนตร์
…愛している…
.. รักนะ กีย์...
..รักนะ ทาคุมิ..
คำบอกรักที่ดูจะเป็นบทสรุปของรักครั้งนี้ และทั้งมาโอะ ทั้งไดสุเกะต่างก็แสดงความรักของทั้งสองตัวละครนี้อย่างดีที่สุดแล้ว
++++++++++++
เสียงคลื่นกระทบฝั่งเบาๆ เมื่อลมหนาวพัดพามาจากทะเลกระทบร่างจนแทบจะทะลุไปถึงกระดูก ไม่ใช่เฉพาะตัวนักแสดง แต่สต๊าฟทุกคนเองก็ไม่ต่างกัน บทพูดฉากจบมีไม่มากนัก แต่การต้องต่อสู้กับเวลาที่ทำให้แสงธรรมชาติน้อยลงทุกทีๆทำให้เกิดความกดดันอย่างช่วยไม่ได้ บทพูดที่ไม่ได้มากมายนักแต่กลับสร้างปัญหาให้กับมาโอะด้วยการพูดบทผิดหลายต่อหลายครั้ง
--คัท—
เสียงของผู้กำกับดังขึ้นท่ามกลางเสียงลมทะเลที่หนาวเย็นก่อนจะหันไปสั่งการให้สต๊าฟเตรียมการให้เรียบร้อย เพราะแสงน้อยลงทุกนาทีแล้ว นักแสดงก็ยังไม่สามารถแสดงออกมาอย่างที่ต้องการได้
“ มาโอะ ”ผู้กำกับโยโคอิ นั่งลงที่พื้นเสื่อข้างๆตัวเด็กหนุ่ม ซึ่งไดสุเกะที่นั่งอยู่ข้างๆก็ทำท่าจะขอตัวเพื่อให้ผู้กำกับได้ติวเข้มมาโอะตัวต่อตัว หากแต่มือเรียวกลับดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้ราวกับไม่อยากให้ไปไหน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่เด็กหนุ่มมักจะมีอาการเกร็งแบบนี้เสมอ ซึ่งการที่ได้อยู่ข้างๆเขามันช่วยได้มากเลยทีเดียว แต่ไม่ใช่ตอนนี้
“ ไม่ได้หรอก .. ฉันเองก็ต้องไปพักแล้วเหมือนกัน ” มือแกร่งลูบผมนิ่มมือที่เย็นเฉียบนั่นเบาๆ แล้วลุกจากพื้นเสื่อ ทิ้งให้เด็กหนุ่มอยู่กับผู้กำกับใหญ่ที่แม้จะดูเป็นคนใจดี แต่มาโอะกลับไม่ค่อยกล้าที่จะบอกถึงปัญหาของตนเองเลย เป็นแบบนี้มาตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งวันสุดท้ายของการถ่ายทำ
++++++++++++
“ เอาล่ะ จากวันแรกถึงวันนี้ ก็พอจะเข้าใจจะเข้าใจล่ะนะ ว่านายลำบากใจไม่น้อย ” ผู้กำกับโยโคอิพูดกับเด็กหนุ่มตรงหน้า หลายต่อหลายครั้งที่เขาอยากจะเข้าไปพูดตรงๆ ดุไปตรงๆกับเด็กคนนี้ แต่เขาก็เลี่ยงที่จะใช้วิธีแบบนั้นมาตลอด แต่ให้คนที่เด็กคนนี้ไว้ใจที่สุดอย่างไดสุเกะเป็นคนแก้ไขปัญหาให้ ซึ่งนั่นมันผิดมาตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าเขาไม่แก้ไขด้วยตนเอง เด็กคนนี้ก็จะไม่สามารถร่วมงานกับใครได้อีก ซึ่งมันไม่ถูกต้องเลย
“ แต่ว่านะ มาโอะ นายคิดว่า ทาคุมิคุงซีรี่ส์เป็นหนังประเภทไหน หนังที่เน้นขายเรื่องความรักของผู้ชายอย่างเดียวเหรอ? ”
“ เปล่าครับ..ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ ผม ” เด็กหนุ่มก้มลงมองพื้นเสื่อเหมือนเด็กเล็กๆ
“ ในทุกๆครั้งที่นายมีปัญหา ผู้กำกับมีไว้ทำอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เอาไว้เป็นที่ปรึกษา ฉันรู้ว่านายน่ะ ไว้ใจและเชื่อใจไดสุเกะ แต่ว่า ฉันอยากได้รับการเชื่อใจจากนักแสดงที่ฉันเลือกมากับมือเหมือนกันนะ และที่ฉันเลือกนายมา นั่นเป็นเพราะตัวนายไม่ใช่ใครอื่น และแน่นอนว่าฉันไม่ได้ทำหนังเรื่องนี้มาเพื่อขายให้คนที่อยากดูแค่ผู้ชายรักกันหรอกนะ ” มือใหญ่ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเมื่อมองออกไปที่ทะเลเบื้องหน้า
“ ผม…. ”มาโอะพึมพำแผ่วเบา
“ ขอโทษครับ ... ผมแค่ ไม่อยากให้ทุกคนรอ แต่ก็ต้องทำให้เสียเวลาตลอด กับแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆก็ยังทำไม่ได้ แต่ผมไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกแย่กับความไม่ได้เรื่องของผม และยิ่งกับโยโคอิซังด้วยแล้ว... ”
มืออุ่นๆลูบผมเย็นๆหากแต่นิ่มมือนั้นไปมา
“ ไม่ต้องเกรงใจไปหรอก.. นายเป็นทาคุมินะ ไม่ว่ายังไงนายก็ต้องมาเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ”
คำพูดนั้น ราวกับเรียกความเชื่อใจและไว้วางใจออกมาได้ รอยยิ้มกว้างที่เผยให้เห็นจากเด็กหนุ่มตรงหน้านี้เองคือคำตอบ
++++++++++++
หลังจากที่สั่งพักกองเสร็จสิ้น ทีมงานก็ได้เตรียมไฟมาใช้ประกอบฉาก การถ่ายทำฉากจบของเรื่องก็ดำเนินต่อไป น่าแปลกที่ในตอนนี้ มาโอะกลับมีสมาธิจดจ่อกับการแสดงและบทของตนเองมากขึ้น ทั้งการแสดงสีหน้าแววตาที่มีต่อกีย์ และบทพูดต่างๆ สุดท้าย สัมผัสริมฝีปากที่เย็นเฉียบ ถูกสั่งให้ค้างเอาไว้แบบนั้น และเปลี่ยนมุมไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้ตามที่ผู้กำกับต้องการ หากแต่เมื่อได้ยินเสียงคัท คนชอบแกล้งอย่างไดสุเกะกลับไม่ยอมละริมฝีปากออกจากเด็กหนุ่มตรงหน้า ยังคงค้างเอาไว้แบบนั้นจนมาโอะต้องเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกแล้วเอียงหน้าก้มลงอย่างอายๆ หากแต่เสียงปรบมือแสดงความยินดี พร้อมกับช่อดอกไม้ที่ได้รับจากสต๊าฟก็ทำให้หายจากการอายของตนจนได้
“ขอบคุณสำหรับงานหนักนะ ไดสุเกะ มาโอะ ” มือใหญ่ของผู้กำกับตบบ่าของคนทั้งคู่
“ ขอบคุณครับ โยโคอิซัง ขอบคุณสต๊าฟทุกคนครับ ”ไดสุเกะเองก็โค้งให้กับทีมงาน ยังไม่วายกดหัวของมาโอะที่กำลังเขินอยู่ให้ก้มลงพร้อมกันจนได้ เรียกเสียงหัวเราะจากคนทั้งกองถ่ายได้อีกครั้ง
++++++++++++
กระเป่าเสื้อผ้าขนาดย่อมของคนทั้งคู่อยู่ในรถของกองถ่ายหลังจากถ่ายทำฉากสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว พอถามสต๊าฟถึงคนอื่นๆก้ได้คำตอบนักแสดงคนอื่นๆได้กลับไปก่อนหน้านี้แล้ว
“ พวกทักกี้นี่มันไม่ได้เรื่องเลยว่ะ กลับกันไปก่อนซะได้ แล้วนายกลับยังไงน่ะมาโอะ? ” ไดสุเกะเอ่ยถามคนที่กำลังเล่นโทรศัพท์มือถือของตนอย่างอารมณ์ดี และดูเหมือนจะปล่อยตัวตามสบายๆได้แล้ว
“ เดี๋ยว ผมกลับกับโยโคอิซังฮะ ให้ไปส่งที่สถานีเหมือนเดิมล่ะ ” ใบหน้าสวยหันไปทางผู้กำกับของเรื่องที่เช็คความเรียบร้อยอยู่พลางยิ้ม ใบหน้าที่ราวกับไว้วางใจคนอื่นๆได้บ้างทำให้ไดสุเกะยิ้ม มือแกร่งลูบผมนุ่มมือบนศีรษะเล็กนั้น
“ อ่อ .. งั้นก็ดีแล้วล่ะ โยโคอิซังน่ะ ใจดีกับนายแน่ๆ ส่วนฉัน เฮ้อออออออออออ ” ชายหนุ่มถอนหายใจยาว เล่นเอามาโอะต้องหันมามองตาโตอย่างสงสัย
“ เอ๊ะ ไดจังทำไมเหรอฮะ? ”
“ ก็เจ้าพวกบ้านั่นสิ เมลล์มาชวนไปกินเลี้ยงปิดกล้อง แล้วบอกว่า ตัวประกอบรอให้พระเอกมาจ่ายเงิน ดูสิ ” ไดสุเกะทำหน้าหน่ายๆพลาง เปิดเมลล์ของตนให้เด็กหนุ่มดู และข้อความนั้นก็ถูกส่งมาโดยบัชชี่นั่นเอง เล่นเอาเด็กหนุ่มต้องหัวเราะออกมาจนได้ เสียงหัวเราะของมาโอะทำเอาไดสุเกะต้องขยี้ผมอีกฝ่ายอย่างเคืองเล็กๆ
“ ทำเป็นหัวเราะไปเถอะมาโอะ ... เรื่องนี้มีพระเอกสองคนไม่ใช่เรอะ ฉันกับนายไง! ”
“ เอ๊ะ ใครบอกว่าผมเป็นพระเอกเล่า!! พระเอกที่ไหนจะมาโดน.... ” เด็กหนุ่มยกมือขึ้นปิดปากพลางทำตาโตมองไดสุเกะ ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าเสื้อผ้า แล้ววิ่งหนีไปหาผู้กำกับโยโคอิที่กวักมือเรียกทันที เรียกเสียงหัวเราะลั่นจากไดสุเกะได้อีกครั้ง
“ กลับบ้านดีๆล่ะ ไอ้เด็กบ้า!! แล้วเจอกันตอนซ้อมมิวนะเว้ย!!! ”
ใบหน้าคมมองร่างเพรียวที่วิ่งขึ้นรถของผู้กำกับไป ก่อนจะเดินขึ้นรถของกองถ่าย เขาเองก็ต้องกลับแล้วเช่นกัน แม้คืนนี้จะยังอีกยาวนานนัก “พวกตัวประกอบ” ยังคงรอให้เขามาจ่ายเงินเลี้ยงปิดกล้อง เอาล่ะจบบทบาทของนักเรียนโรงเรียนชิโดะแห่งนี้เสียที จากนี้ไป จะมีบทบาทไหนที่รอเขากับมาโอะอีกนะ เส้นทางการแสดงของพวกเขาจะไปได้อีกไกลแค่ไหนนั้น ก็คงมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่จะใช้ความสามารถที่มีในการก้าวเดินต่อไป และเติบโตต่อไป
------------จบภาคกระจกสีรุ้ง-------------
talk : เนื้อเรื่องดำเนินมาถึงสิ้นสุดการถ่ายทำทาคุมิภาคสองแล้วนะคะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เนื้อเรื่องยังไม่จบค่ะ ยังอีกยาวไกลนัก สำหรับทาคุมิคุงซีรี่ส์ภาค 5 คงได้ดูกันไปแล้ว ก็ขอให้สนุกกับหนังนะคะ ไว้พบกันตอนต่อไปค่ะ ^^
edit @ 31 Jan 2012 16:35:02 by kuroikuruma
マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」


#1 By TOE*イ* on 2012-01-27 18:08