Dai-Mao:The Naughty Prince of Tennis>>Ch14 Sotsugyo Omedeto![END]
posted on 09 Feb 2012 23:01 by kuroikuruma in fan-fiction directory Fiction



Title: The Naughty Prince of Tennis EP14.>> Sotsugyo Omedeto! [END]
Pairing: Dai x Mao (จริงๆนะ)
Author: kuruma
Author’s note: มันคือฟิกชั่น อิงความจริงบ้าง อะไรบ้าง อย่าซีเรียสนะคะ^^
ประกาศ : ขอเปลี่ยนชื่อพี่ชายของมาโอะ จาก ซาสุเกะ เป็นชินโนะสุเกะ(ตามชื่อจริงๆ) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นะคะ^^
“ โย่ ทาคุมิ ” เสียงทักทายดังลั่นจากด้านหลังในห้องซ้อมเต้นขนาดใหญ่ทำให้คนที่ถูกเรียกชื่อต้องหันไปตามต้นเสียงทันที มือเรียวที่ถือแรคเก็ตไว้ชี้ที่อีกฝ่าย
“ คิคุมารุต่างหาก ”ใบหน้าสวยมุ่ยเมื่อถูกเรียกราวกับล้อเลียน แต่เพียงไม่นานก็กลับยิ้มออกมา
“ แต่ก็ขอบคุณนะฮะ ที่เรียกผมด้วยชื่อนี้ ... เป็นกองถ่ายที่สนุกมากเลยล่ะ ทุกคนใจดีมากๆเลยด้วย ” ดวงตากลมโตเป็นประกาย ทำให้คนที่ล้อเลียนเขาอยู่เมื่อครู่ต้องยิ้มออกมา
“ งั้นเหรอ ” มือผอมทำท่าจะยกขึ้น แต่ก่อนที่จะมีบทสนทนาหรืออะไรต่อ เสียงเปิดประตุห้องซ้อมก็ดังขึ้นอีกครั้ง และเมื่อหันไปตามต้นเสียงเจ้าของไม้แรคเก็ตก็ต้องยิ้มร่าแล้ววิ่งไปหาคนมาใหม่ทันที ส่วนบาบะก็วางมือลงที่ข้างตัวเช่นเดิม
“ ไดจัง! ”
“ มาแต่เช้าเลยนะ ได้พักหลายวัน หลับยาวเลยล่ะสิ ” เสียงทุ้มเอ่ยทัก พลางยกมือขึ้นลูบผมอีกฝ่าย ซึ่งเด็กหนุ่มก็เงยหน้ารับมืออุ่นๆนั้นโดยอัตโนมัติ ราวกับเป็นเรื่องปกติที่เคยชิน
“ อ่า นายก็อยู่ด้วยเหรอ เรียวมะจัง ” เสียงทุ้มของกัปตันทีมเซงาคุรุ่นพี่ เอ่ยทักรุ่นน้องซึ่งอีกฝ่ายกทำเพียงแค่ยิ้มที่มุมปากและโค้งให้เล็กน้อยเท่านั้น
+++++++++++++
แคสที่สี่กับแคสที่ห้าจำเป็นต้องประกบกันซ้อมเพื่อแสดงละครเพลงปริ้นออฟเทนนิสสลับกันอยู่ตลอด ดังนั้น จากครั้งแรกที่เจอกันก็ดูเหมือนจะสนิทกันไปโดยปริยาย และหลังจากที่ไดสุเกะและมาโอะไปถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยกันที่บริติชฮิลล์ก็ดูเหมือจะสนิทสนมกันมากขึ้นอีก ฝ่ายมาโอะก็แทบจะประกบติดไดสุเกะอยู่ตลอด ราวกับเป็นเด็กติดพี่อย่างเปิดเผย ส่วนไดสุเกะเองก็ดูเหมือนจะยินดีให้เป็นแบบนั้น คู่พี่น้องเซงาคุ คู่นี้ ไม่ว่าจะไปปรากฏตัวอยู่ที่ใดระหว่างการซ้อมหรือหลังเวทีก็เป็นที่สนใจของทั้งตากล้องที่ถ่ายทำฉากเบื้องหลังมิวสิคคอลชื่อดังนี้ และกลุ่มนักแสดงที่อดยิ้มให้กับความน่ารักของคนทั้งคู่ไม่ได้
เทนิมิว ตอน The Treasure Match Shitenhouji feat. Hyoutei เป็นเนื้อเรื่องที่เล่นต่อกันถึงสามเดือนจากเดือนธันวาคม 2008 ถึงเดือนมีนาคม 2009 แต่นอกจากจะเล่นมิวสิคอลนี้แล้ว ไดสุเกะเองยังมีเวลามากพอที่จะสร้างหนทางใหม่ๆให้กับตนเอง การเป็นนักแสดงละครเวทีอย่างที่หวังเอาไว้ ด้วยการไปออดิชั่นบทการแสดงละครเวทีเรื่อง ซากุระ และได้ทำการซ้อมควบคู่กับการซ้อมเทนิมิวภาคนี้ด้วย สิ่งที่มาโอะได้เห็นก็คือ ความมุ่งมั่นและตั้งใจทำทั้งสองงานให้ดีทั้งคู่จนอดที่จะทึ่งไม่ได้ว่าคนเราจะสามารถทำงานสองอย่างควบคู่กันได้ขนาดนี้เชียวหรือ
+++++++++++++
“ เอ้านี่ เคียวสุเกะ ” ซองกระดาษถูกวางไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือในห้องนอนของเด็กหนุ่ม
“ขอบคุณฮะ พี่ ” บัตรเข้าชมละครเวทีเรื่องซากุระได้มาอยู่ในมือของเด็กหนุ่มเป็นที่เรียบร้อย ด้วยการจัดการจากผู้เป็นพี่ชาย ดวงตากลมใสเป็นประกายกับซองกระดาษตรงหน้า
“ ว่าแต่สนิทกันไม่ใช่เหรอ กับวาตานาเบะซังน่ะ ไม่เห็นต้องใช้ฉันไปจองบัตรให้เลยนี่หว่า ” ชินโนะสุเกะผู้เป็นพี่ชายนั่งลงกับเตียงนุ่ม แล้วมองท่าทางนั้นของน้องชายอย่างไม่เข้าใจนัก ปกติแล้ว น้องชายที่อายุห่างกันแค่ปีเดียวคนนี้ออกจะเป็นคนที่ประหยัดค่าใช้จ่ายไปเสียทุกอย่าง แต่กลับยอมเสียเงินเพื่อซื้อบัตรละครเวที ทั้งๆที่สามารถขอบัตรฟรีจากนักแสดงนำได้แท้ๆ มันแปลกจริงๆ
“ ก็ผม..อยากไปดูไดจังซักครั้งในฐานะคนดูนี่นา ” ริมฝีปากบางยิ้มกว้างแล้วหันมามองพี่ชายที่ยังนั่งเล่นอยู่บนเตียงของเขา
“ พี่ไม่เข้าใจหรอก ”
+++++++++++++
ฤดูกาลแห่งดอกซากุระบาน อาจจะทำให้หลายๆคนเริงร่าแต่กลับไม่ใช่กับเด็กหนุ่มที่แพ้เกสรดอกไม้คนนี้ มาโอะสวมมาสก์ปิดจมูกขณะที่เดินทางไปยังสถานีรถไฟ คิจิโจวจิซึ่งอยู่ใกล้กับสถานที่แสดงละครเวทีเรื่องซากุระ ทราบมาเหมือนกันว่านอกจาก ไดสุเกะแล้ว ยังมีคาเนะซากิ และยาสุกะ ที่เล่นเทนิมิวด้วยกัน จึงเป็นเรื่องดีที่จะได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง
ที่นั่งที่ที่ชินโนะสุเกะเลือกเอาไว้ให้นั้นเรียกว่าดีที่สุด และมีมุมมองที่กว้างพอที่จะได้เห็นเวทีทั้งหมด เด็กหนุ่มนั่งลงยังที่นั่งของตน รายละเอียดของเนื้อเรื่องและนักแสดงจัดได้ว่าน่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับตัวเขาเองที่ชื่นชอบละครเวทีมาตั้งแต่ยังเล็กๆ
ชายหนุ่มร่างสูงกำลังยืนท่ามกลางแสงไฟบนเวที ไม่มีการเต้น ไม่มีการร้อง มีแค่พลังในการแสดงออกไปอย่างล้วนๆโดยไม่ต้องอาศัยตัวช่วย ทำให้ดวงตากลมโตต้องมองนิ่ง ไม่ใช่เฉพาะไดสุเกะ แม้แต่ คาเนะซากิ หรือยาสุกะเองก็ดี ทำให้เขามีแรงบางอย่างเกิดขึ้นมาแล้ว
...ไม่อยากยอมแพ้ .... อยากเก่งกว่านี้ ...
...อย่างน้อยก็อยากจะยืนอย่างทัดเทียมกับคนที่อยู่บนเวทีนี้...
....ไดจัง....
เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อจบการแสดง ที่หน้าเวทีนั้นนักแสดงทุกคนของเรื่องต่างทยอยกันออกมาขอบคุณผู้ชม เรียกเสียงปรบมือกึกก้องอีกครั้ง หากแต่ดูเหมือนจะมีใครบางคนที่สังเกตเห็นผู้ชมที่คุ้นหน้า มือแกร่งของคาเนะซากิสะกิดแขนของไดสุเกะให้กวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนดู เพียงแค่นั้นเองที่เรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มออกมาได้อีกครั้ง
+++++++++++++
วันเวลาในการทำงานได้ดำเนินมาถึง การแสดงคอนเสิร์ตดรีมไลฟ์ หก จนได้ ... นี่เป็นการแสดงสุดท้ายของแคสที่สี่แล้ว บนเวทีแห่งนี้ การซ้อมยาวนานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จากมิวชิเทนฯ มาจนถึง ดรีมไลฟ์ครั้งที่หก ถือว่าหนักหนาเอาการเลยทีเดียว แน่นอนว่าบางคนพัฒนาการก้าวกระโดด ส่วนบางคนอย่างมาโอะก็ทำให้หลายๆคนปวดหัวกับบางเรื่องที่มันช่วยไม่ได้จริงๆ
เพลง Good Combination ที่เป็นเพลงคู่ของโออิชิ กับ คิคุมารุ ดังขึ้นภายในห้องซ้อมขนาดใหญ่ ไม้แรคเก็ตสลับไขว้ไปมา ก่อนจะทำท่า ซิงโครฯ สำหรับมาโอะแล้ว เรื่องท่าทางนั้นไม่ใช่ปัญหาซักเท่าไหร่ แต่เรื่องที่ช่วยไม่ได้นี่สิ .... เสียงร้อง... แต่สุดท้ายโชว์ของคิคุมารุกับโออิชิ ก็ได้ตัวช่วยมากมายจากนักแสดงจากทีมอื่นๆที่มาเป็นคู่ๆ ด้วยการตัดสินใจจากอุเอชิมะเซนเซย์อยู่ดี ซึ่งนั่นก็ช่วยให้เด็กหนุ่มเบาใจมากขึ้นเลยทีเดียว
+++++++++++++
“ อ๋า เหนื่อยยยยยยยย ” ร่างบางทิ้งตัวลงกับพื้นไม้ของห้องซ้อมหลังจากซ้อมการแสดงอย่างหนักหน่วงเพียงลำพังหลังจากหมดเวลาซ้อมของวัน และไม่ว่าจะพยายามร้องแค่ไหน เสียงก็ไม่ได้ดีขึ้นมาเลยต้องพยายามเต้นให้มันดีเข้าไว้สินะ ดวงตากลมโตมองขึ้นไปบนเพดานห้องซ้อม พลางชูมือขึ้นมานับระยะเวลาที่เหลือ
“ หนึ่ง สอง สาม ... อีกไม่นานแล้วสินะ .. จะ “จบการศึกษา” ซะแล้ว ”
“จบการศึกษางั้นเหรอ?” เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคย มาโอะขยับศีรษะไปทางประตูแล้วก็เห็นรองเท้าผ้าใบคู่เก่ง กับร่างสูงของกัปตันทีม
“ อื้ม ยังไม่กลับเหรอฮะ ไดจัง ” เขาขยับหน้ากลับมายังจุดเดิม โดยที่ไม่ได้สนใจจะลุกขึ้นจากการนอนแผ่อย่างนั้นเลย
“ ยัง ..ลูกทีมยังไม่กลับ บุโจวจะกลับได้ไงล่ะ ” ไดสุเกะนั่งลงกับพื้นห้องซ้อมข้างๆศีรษะที่เปียกชื้นเหงื่อนั้น พร้อมกับเครื่องดื่มเย็นๆที่แตะกับผิวแก้มแดงๆเพราะความเหนื่อย
“ เอ้า ..เลี้ยงน้ำ ”
“ ไดจัง... ” มาโอะเรียกชื่ออีกฝ่ายทั้งๆที่ยังนอนพื้นไม้อยู่ข้างๆ ริมฝีปากบางยิ้มกับความเย็นที่แก้มตนเอง
“ หือ? ”
“ ผมไปดูไดจังเล่นบุไตเรื่องซากุระมาด้วยนะ.. ” เด็กหนุ่มผงกศีรษะเล็กน้อย เพื่อสบตากับคนตรงหน้า
“ รู้แล้วล่ะ .. คาเนะจังเห็นนายเลยชี้ให้ดูแล้ว.. ”
คำตอบที่ได้รับทำเอาเด็กหนุ่มต้องลุกขึ้นนั่งพลางมองตาโต
“ อ้าว รู้ตัวด้วยเหรอ? ไม่เห็นบอกกันเลย “ เสียงต่อว่าเล็กๆก่อนจะบ่นอุบแล้วล้มตัวลงนอนหนุนตักไดสุเกะหน้าตาเฉย เพื่อเป็นการเอาคืนที่รู้แล้วว่าเขาไปดูแต่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเอาไดสุเกะตั้งรับแทบไม่ทัน
“ เฮ้ย อะไรของนายวะ จู่ๆ.. ”
“ เท่ห์มากเลย.. ”
คำพูดสั้นๆของเด็กหนุ่มทำเอาไดสุเกะถึงกับเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆกับคำชมนั้น
“เหรอ?..ขอบใจนะ ”
“ ไม่ยอมแพ้แน่ๆเลยล่ะ.. ” มาโอะมองคนตรงหน้าทั้งๆที่ยังนอนหนุนตักไดสุเกะราวกับลูกแมว ดวงตากลมโตนั้นฉายแววมุ่งมั่นที่น่าเอ็นดู จนมือแกร่งต้องลูบศีรษะเล็กนั้นจนได้
“ ให้จริงเถอะ แล้วฉันจะรอ.. ”
“ สัญญานะ ? ”
“ อือ ”
+++++++++++++
ดอกกุหลาบสีแดงที่ได้รับจากบนเวที วางอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับแต่งหน้าบริเวณตำแหน่งเดิมๆที่ ไม่ว่าจะไปแสดงที่ไหน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แว่นใสแบบเรียบๆของกัปตันเทะสึกะถูกถอดวางไว้ใกล้ๆกัน หากแต่ผู้เป็นเจ้าของไม่ได้ขยับไปไหน ... ปล่อยให้เวลาผ่านไปแบบนั้น
เมื่อครู่นี้ เสียงถ้อยคำบอกลา และอ้อมกอดจากลูกทีมของเขาที่มีให้แก่กัน ก่อนจะจากกันไปทีละคน แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องยากที่จะได้พบเจอกันในคราวหน้า หากแต่ว่ามันไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมได้อีก ไม่ใช่กัปตันเทะสึกะ กับ ลูกทีม อีกต่อไป ..
ไดสุเกะยกมือซ้ายขึ้นมากุมหน้าผากของตนเอาไว้เมื่อรู้สึกราวกับว่า ในความคิดคำนึงของตนในตอนนี้กำลังจะเหมือนเด็กๆ ที่ไม่อยากจบจากโรงเรียนแห่งนี้ไปไหน เสียงหายใจขาดห้วงเพื่อสกัดกลั้นอะไรบางอย่าง ดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องปรับอากาศภายในห้อง
....เนิ่นนาน.... จนกระทั่ง
ความอบอุ่น จากแผ่นอกบางที่แนบกับหลังกว้างและมือเรียวที่โอบมาจากด้านหลังรัดแขนเขาเอาไว้เช่นเดียวกับที่อีกบทบาทหนึ่งเคยทำ ศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีน้ำตาลแดงอ่อนๆที่ยังได้กลิ่นสเปรย์แข็งจนเป็นทรงชี้ออกด้านข้างซบกับบ่ากว้างนั้น ไม่มีคำพุดใดๆที่จะปลอบประโลม หากแต่นั่นกลับทำให้ไดสุเกะต้องปล่อยให้น้ำตาของตนไหลลงมาอย่างไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้
“ ไดจัง..... ” เสียงใสเอ่ยเรียกแผ่วเบา กับบ่ากว้างที่สั่นเทิ้ม ก่อนจะกระชับอ้อมกอดเล็กๆนั้นให้แนบแน่นขึ้น ราวกับจะใช้ความอบอุ่นที่ตนเองมีปลอบประโลมชายหนุ่มตรงหน้า
“ ไม่เป็นไรนะฮะ .. ”
“ อือ..... ” เสียงทุ้มรับคำแผ่วเบา มือใหญ่ยกขึ้นลูบแขนเล็กๆไปมา
“ ขอบใจนะ .. มาโอะ .. ”
... ขออยู่อย่างนี้ซักพักเถอะ ...
ราวกับเวลาเวลาหยุดนิ่ง ในห้องแต่งตัวที่ได้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ได้ยินเพียงเสียงสะอึกเป็นพักๆ กับเสียงหัวใจเต้นของคนทั้งคู่ที่ค่อยๆกลายเป็นจังหวะเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไดสุเกะดีขึ้นมากแล้ว
มาโอะยิ้มออกเมื่อรู้สึกได้แบบนั้น อ้อมแขนเล็กค่อยๆคลายออก พลางลุกขึ้นจากการนั่งชันเข่ากับพื้นด้านหลังไดสุเกะที่นั่งเก้าอี้อยู่ ซึ่งการขยับของเด็กหนุ่มก็ทำให้คนที่ถูกปลอบต้องหันมา
ดวงตากลมโตสบตากับดวงตาคมที่บัดนี้แดงก่ำด้วยความอ่อนแอ ใบหน้าของไดสุเกะตอนนี้ช่างแตกต่างจาก”พี่ชาย”ที่เขามองว่าเก่งกว่าใคร ความอ่อนแอของลูกผู้ชายที่ไม่เคยได้เห็นทำให้อดที่จะเอื้อมมือไปแตะใบหน้าที่ยังมีหยาดน้ำตานั้นไม่ได้ และเมื่อถูกสัมผัสใบหน้ามือแกร่งจึงขยับจับมือเรียวนั้นเอาไว้ ดวงตาสบตาอีกครั้ง ราวกับแรงดึงดูด ที่ค่อยๆขยับเข้าหากัน มาโอะจับจ้องริมฝีปากได้รูปนิ่งราวกับถูกสะกดเอาไว้ตรงนั้น
+++++++++++++
รถไฟฟ้าสายยามาโนะเตะเที่ยวสุดท้ายขับเคลื่อนออกจากชานชลา เด็กหนุ่มร่างเพรียวนั่งลงกับที่นั่งใกล้กับประตูทางออก ดวงตากลมโตเงยหน้ามองผ้ายสถานี อีกไม่นานนักคงถึงชิบูยะ สถานีปลายทางของเขา เที่ยงคืนแล้ว คงจะได้เล่นกับฮาจิโกะที่หน้าสถานีซักหน่อย ในหัวของมาโอะปล่อยให้ใจของตนลอยไปเรื่อย ให้ภาพอดีตเมื่อสองปีก่อนหลั่งไหลเข้ามา เนื้อย่างที่ถูกคีบใส่จาน เสียงหัวเราะ มิตรภาพ ความอบอุ่น ใจดี แม้จะมีเรื่องที่ขุ่นเคืองใจกันบ้าง แต่ว่ารอยยิ้ม และ แผ่นหลังกว้างก็อยู่ในสายตามาโดยตลอด ....
มือเรียวเผลอแตะริมฝีปากของตน ราวกับว่าสัมผัสนั้นยังไม่จางหายไปไหน ริมฝีปากได้รูปเผลอยิ้มออกมาเพียงผู้เดียว จนรู้สึกเหมือนจะบ้าไปแล้วจริงๆ ...
---------End--------
Talk : จบภาคเจ้าชายแห่งเทนนิสแต่เพียงเท่านี้ค่ะ เพราะได้ดำเนินเวลามาถึงช่วงโซสึเกียวกันไปแล้ว แต่เรื่องราวก็ยังคงดำเนินต่อไปค่ะ
ดังนั้น จึงขอประกาศชื่อเรื่องใหม่นะคะ ภาคต่อจากนี้ไปจะใช้ชื่อว่า “My naughty prince” ค่ะ และขอเปลี่ยนแปลงชื่อตัวละครอีกครั้งนะคะ พี่ชายมาโอะ จากนามสมมติว่า ซาสุเกะ จากนี้ไปจะขอใช้ชื่อที่แท้จริงค่ะ เป็น ชินโนะสุเกะ นะคะ ขอบคุณที่ให้การติดตามภาคนี้กันมาโดยตลอด พบกันอีกครั้ง ภาคหน้าค่ะ!!
マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」


5555(เข้าข้างน้อง)
เข้าเรื่อง ในที่สุดก็โซสึเกียวแล้วสินะสำหรับเทนิมิว
ส่วนตัวของมาโอะจะต้องพยายามต่อไป ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ ณ เวลานี้น้องก็เก่งพอที่จะได้อยู่เวทีเดียวกับไดจังแล้วสินะ (แอบอิงเหตุการณ์จริงเล็กน้อย)
ว่าแต่ว่าตอนท้ายเรื่องไดจังทำไรน้องน่ะ อ๊ะ! หรือน้องทำไรไดจังกันแน่??
ปล่อยให้เป็นปริศนาต่อไปดีกว่าเนาะ
รออ่านภาคต่อไปค่ะ
#1 By magicstorm (49.49.138.197) on 2012-02-09 23:55