Daisuke Watanabe's birthday 2014 fiction:Liberty

posted on 22 Nov 2014 22:47 by kuroikuruma in fan-fiction directory Fiction
 
 
 
Daisuke Watanabe's birthday 2014 fiction : Liberty
 
Pairing : Dai x Mao
 
Author's note : ถึงจะช้าไปหน่อยก็ Happy Birthday นะคะ ไดจัง ขอให้มีความสุขมากๆประสบความสำเร็จตลอดไปนะคะ
 
++++++++++++++++++++++
 

 

สายลมหนาวปะทะหน้าผากที่ไร้เส้นผมตกลงมาเพื่อให้ความอบอุ่น ชายหนุ่มที่เพิ่งตัดผมจากที่เคยยาวเกือบคอด้วยบทบาททางการแสดงที่ได้รับมาเกือบปี หลังจากที่เดินลงจากรถไฟที่ถูกเรียกว่า ยูริคาโมโมะซึ่งแปลว่านกนางนวล โมโนเรลชมเมืองข้ามเกาะจากรถไฟสายยามาโนเตะที่สถานีชิมบาชิ ผ่านอ่าวโตเกียวลอดใต้เรนโบว์บริดจ์เพื่อมายังเกาะโอไดบะ  หรือเมืองใหม่ที่สร้างจากขยะและมีลักษณะยืดหยุ่นเพื่อปรับตัวกับแผ่นดินไหว ด้วยการใช้ทุ่นยึดแบบนั้น

 

สำหรับวาตานาเบะ ไดสุเกะ นักแสดงหนุ่มที่เข้าวงการหลังจากเรียนจบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในฮอกไกโด รู้สึกชื่นชมความสามารถทางวิศวกรรมของวิศวกรญี่ปุ่นไม่น้อย ขณะที่ลงจากสถานีไดบะ เขาเดินเท้าไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน  ออกจะเอื่อยเฉื่อยไปเสียด้วยซ้ำไปสำหรับคนญี่ปุ่น ชายหนุ่มปล่อยให้พนักงานบริษัทที่รีบเร่งกลับบ้านเดินนำหน้าเขาไปก่อน ในเมื่อรายการสด บาสทีวีที่อะเมบะสตูดิโอ ได้เสร็จสิ้นแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรต้องรีบอีกต่อไป

 

ชายหนุ่มเดินไปเรื่อยๆขนกระทั่งถึงจุดชมวิวใกล้กับตึกฟูจิทีวี อาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่สมัยใหม่ด้วยลูกทรงกลมที่อยู่กลางตึกแต่ก็คงความเป็นญี่ปุ่นด้วยสีของกระเบื้องที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ เขาจำได้ว่าคนๆหนึ่งที่ได้จากไปแล้วชื่นชมมันขนาดไหน

 

เด็กคนนั้นมองเจ้าตึกรูปร่างแปลกตาทุกตึกที่พวกเขาเคยนั่งรถผ่านไปด้วยกันด้วยดวงตากลมโตที่เป็นประกายทุกครั้ง มือเรียวที่กระตุกแขนเสื้อหรือดึงแขนให้เขาต้องสนใจในสิ่งเดียวกันให้ได้เสียทุกครั้งไป มาโอะที่เริ่มสนใจสิ่งปลูกสร้างต่างๆรวมถึงการออกแบบตั้งแต่ได้ของขวัญเป็นกล้องถ่ายรูปจากญาติเมื่อไม่กี่ปีก่อน รูปถ่ายมากมายที่เอามาอวดและถามอย่างกระตือรือร้นในรายละเอียดด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบนั้นทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อยเลย เพราะนานมากแล้วที่ได้ละเลยสิ่งที่ได้เรียนมาไป ชายหนุ่มไม่เคยนึกสังเกตมาก่อนว่ามาโอะเริ่มจริงจังกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เด็กคนนั้นมาปรึกษาเขาด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย

 

“ ไดจัง ผมมีอะไรที่อยากทำมากกว่าการแสดงแล้วล่ะ เพียงแต่.. ”

ดูเหมือนประโยคนั้นจะทำให้เขาเองก็ตั้งตัวไม่ติด ..

“ เป็นห่วงความรู้สึกของแฟนๆใช่ไหม? ”

เปลือกตาบางที่ปิดลงรับสัมผัสของมืออุ่นๆที่ศีรษะคือคำตอบรับคำถามนั้น ไดสุเกะเองก็หลับตาลงช้าๆก่อนจะตอบกลับไป

“ ฉันเชื่อว่าพวกเขาจะเข้าใจนาย ไม่เป็นไรหรอก ก้าวต่อไปเถอะ ”

 

เขาเองก็จะก้าวต่อไปเช่นกัน เหมือนกับตอนนี้ที่กำลังเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งอยู่สายลมหนาวได้ปะทะกับผิวหน้าอีกครั้ง เมื่อได้หยุดอยู่ที่รูปสลักหินที่มาจากฝรั่งเศสหากแต่กลับเป็นสัญลักษณ์ของอีกเมืองหนึ่งที่อยู่แสนไกล

 

เทพีเสรีภาพ ที่ตั้งอยู่บนเกาะโอไดบะแห่งนี้เพิ่งถูกสร้างและส่งมาจากฝรั่งเศสมาได้ไม่กี่ปี ผิดกับเทพีเสรีภาพที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกที่ได้ยืนตระหง่านอยู่อีกแห่ง

 

นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

 

เมืองที่ไม่เคยหลับใหล เต็มไปด้วยย่านธุรกิจ และคนต่างชาติมากมาย น้ำเสียงร่าเริงที่โทรมาบ่อยครั้งในตอนแรกๆก่อนจะเงียบหายไปพักหนึ่งแล้ว และตัวเขาเองก็แทบจะไม่ได้โทรไปเลยเพราะขาที่กำลังก้าวไปสู่อนาคตมันไม่ได้หยุดนิ่งเลย

 

จนกระทั่ง

 

สุขสันต์วันเกิดนะคะ ไดจังคงได้ของขวัญวันเกิดจากแฟนๆมากมายเหมือนทุกปีสินะ เอ..ว่าแต่จะมีของมาโอะคุงหรือเปล่านะ?

 

คำถามจากแฟนๆทางบ้านที่ส่งเข้ามาทางรายการบาสทีวีเมื่อไม่กี่ชั่วโมงทำให้เขานึกขึ้นมาได้ ทั้งๆที่เมื่อวานนี้เพิ่งจะได้รับข้อความอวยพรวันเกิดมากมายจากแฟนๆแท้ๆ ไหนจะของขวัญที่ส่งไปให้ถึงเอเจนซี่ อายุก็ปาเข้าไปสามสิบสองแล้ว เขาเองไม่ได้สนใจในราคาค่างวดอะไรนักหรอก เพราะไม่ว่าจะเป็นคำอวยพรหรือของขวัญทุกชิ้นต่างก็มีค่าและเป็นแรงใจให้เขาเท่าๆกันทั้งนั้น

 

ยกเว้น กล่องใส่ของใบเล็กๆที่ทำจากเปเปอร์มาเช่ ที่ได้เป็นของขวัญในวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว นั่นเป็นงานออกแบบชิ้นแรกๆของมาโอะเลยทีเดียว สีของมันแสบสันเสียจนไม่เข้ากับการตกแต่งห้องของเขาเลยสักนิด แต่ไดสุเกะก็เลือกที่จะวางมันไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง เพื่อใส่ซองบุหรี่และไลท์เตอร์

 

กล่องใบนั้นอยู่กับเขามาหนึ่งปีเต็มแล้ว นานจนไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกอีกต่อไป

 

ไดสุเกะมองดูเทพีเสรีภาพที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น ด้านหลังมีเรนโบว์บริดจ์ที่ประดับด้วยไฟที่สวยงาม ท้องเทเลกระทบแสงไฟระยิบระยับ ชายหนุ่มยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแล้วส่งไปให้ใครบางคนที่อยู่แสนไกล พร้อมกับข้อความ

 

..แค่มาที่โอไดบะ ก็มีเสรีภาพ รออยู่..

 

ไม่เห็นต้องไปไกลถึงนิวยอร์กเลย 

 

ประโยคหลังนั่นชายหนุ่มได้แต่คิดในใจเท่านั้น ใครจะไปพิมพ์ออกไปกันล่ะ ในเมื่อเป็นคนสนับสนุนให้เด็กคนนั้นจากไปแท้ๆ!

แล้วสุดท้ายก็ต้องมาเหงาอยู่แบบนี้ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว!!

 

เสียงเตือนจากโปรแกรมดังขึ้นมา

 

รูปของเทพีเสรีภาพที่ถูกถ่ายด้วยกล้อง DSLR โดยมีกรอบเป็นกิ่งไม้ที่มีใบไม้เปลี่ยนสี ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กคนนั้นไปถ่ายรูปนี้ด้วยท่าไหน มุมกล้องแปลกตา แต่ก็สมกับที่เรียนออกแบบนั่นล่ะ ตามด้วยข้อความ

 

..งั้นก็มาหาผมสิ..นิวยอร์กน่ะ..

ล้อเล่นน่ะ!!

 

อ๊ะ! จริงด้วยสิ สุขสันต์วันเกิดนะไดจัง ที่นี่เพิ่งจะเช้าเอง พี่ชายคนดีแก่ไปอีกปีแล้วนะน้า มีความสุขมากๆนะครับ

 

ข้อความจบลงเพียงเท่านั้น เต็มไปด้วยภาษาญี่ปุ่นมากมายราวกับดีใจที่ได้ใช้มันในการสื่อสาร ไหนจะสติกเกอร์ที่แปะมาเต็มไปหมด

ไดสุเกะยิ้มให้กับข้อความที่เขาอ่านซ้ำๆและรูปถ่ายจากแดนไกลนั้น

 

...เสรีภาพที่นิวยอร์กงั้นหรือ ..

 

“จะลองไปดูซักทีดีไหมนะ?”

 

END

talk : ขอทอล์คอีกนิดค่ะ สำหรับโอไดบะนั้นเป็นเมืองที่เจ้าของบลอคประทับใจมากๆเป็นการส่วนตัวค่ะ เพราะมีกันดั้มขนาดเท่าตัวจริง นอกจากนั้นแล้วอากาศยังดีสุดๆไปเลยค่ะ เพราะเป็นเกาะที่เป็นเมืองใหม่ ผู้คนยังไม่มากมายเท่าไหร่ แถมยังเป็นสถานที่ตั้งของบริษัทใหญ่ๆแล้วก็สถานีโทรทัศน์ฟูจิด้วยค่ะ แล้วยังมีลานที่เราจะเห็นบ่อยๆในฉากต่อสู้ในคะเม็นไรเดอร์กับพวกซุปเปอร์เซนไตอะไรแบบนี้ด้วยนะ เรียกได้ว่าหันไปทางไหนก็คุ้นตาไปหมดค่ะ อีกอย่าง เพราะว่าที่นี่มีเทพีเสรีภาพอยู่ด้วยนี่แหละค่ะ ถึงได้เป็นที่มาว่าทำไมไดจังต้องมาเหงาอยู่ที่โอไดบะแบบนี้หลังวันเกิด เพราะคุณชายเล่นประกาศผ่านรายการว่ามาโอะเรียนอยู่ที่นิวยอร์กเสียแบบนั้น เลยทำให้ได้พลอตนี้มาค่ะ
 
เอาล่ะค่ะ หวังว่าจะติดตามฟิคของคู่นี้ต่อไปนะคะ คนเขียนยังไม่หมดแรงเขียนแน่นอนค่ะ ^^
 

Comment

Comment:

Tweet

#4 By (176.112.171.196|176.112.171.196) on 2015-03-21 03:10

ทั้งเหงา ทั้งคิดถึงงงงงงงงงงงงง cry

#3 By MoMo on 2015-02-20 21:59

กรี๊ดดดดด ฟินค่ะ
คิดถึงไดมาโอะจังเลยยยยย ^_^

#2 By brenda (203.113.0.207|203.113.0.207) on 2014-12-08 14:55

เหงาบ้างไรบ้างอ่ะเน๊อะ
รักระยะไกล พิสูจน์ใจที่มั่นคงไง
สู้ๆนะ ทั้งมาโอะ, ไดจัง, แล้วก็คนเขียน big smile

#1 By bluebug (125.24.245.174|125.24.245.174) on 2014-11-23 18:18