Dai-Mao:Just Sex or Love?
posted on 03 May 2012 22:47 by kuroikuruma in fan-fiction




Title: Just Sex or love?
Pairing: Dai x Mao
Author: kuruma
Author's talk : เรท NC-18 นะคะ เรื่องนี้ ที่จริงก็ไม่คิดเลยว่าจะปั่นออกมาได้สำเร็จ แต่เพื่อเป็นการฉลองฮิตของบลอคที่ไต่ขึ้นมาถึง 6 หลัก ในเวลาสองปีที่ได้ทำบลอคนี้มา ก็รู้สึกดีใจมากค่ะ เอาเป็นว่าไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ!!
++++++++++++++++
“ เคียวสุเกะ วันนี้นายไปที่โรงแรม...ตอนหนึ่งทุ่มตรง แขกเจาะจงเรียกนาย เลือกเสื้อผ้ากับน้ำหอมให้ด้วย แล้วก็นี่คีย์การ์ด ” โอนเนอร์ของโฮสต์คลับชื่อดังย่านคาบูกิโจเรียกตัวพนักงานคนหนึ่งของคลับให้ไปหาพร้อมกับให้รายละเอียดต่างๆของงานวันนี้
เคียวสุเกะ..เป็นโฮสต์ที่รับแขกผู้ชายมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ด้วยบุคลิกเหมือนกับเด็กหนุ่มที่ร่าเริงสดใส ทำให้ใครต่อใครจองตัวกันไม่เว้นแต่ละวัน แต่ด้วยราคาที่สูงลิ่ว จึงทำให้ผู้จองคิวนั้นไม่พ้นมหาเศรษฐี นักการเมือง หรือใครก็ตามที่สามารถจ่ายค่าตัวของเขาได้ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีลูกค้าประจำเลย และดูเหมือนแต่ละคนที่เคยเป็นลูกค้าของเคียวสุเกะจะปิดปากเงียบเรื่องการบริการชั้นยอดที่พวกเขาได้รับ จนทำให้ชื่อเสียงของเด็กคนนี้ขยายไปวงกว้างของการขายบริการทางเพศ แต่ที่ไม่มีใครรู้เลยนั่นก็คือ เด็กคนนี้เป็นเด็กกำพร้าที่โอนเนอร์ของคลับรับมาเลี้ยงเพื่อฝึกให้เป็นโฮสต์ เทคนิคต่างๆถูกสอนไปตั้งแต่เคียวสุเกะยังอายุไม่ถึงสิบห้าด้วยซ้ำไป เด็กคนนี้จึงมีเทคนิคที่เรียกได้ว่าเป็นความลับที่ไม่มีใครรู้ จะมีก็เพียง…
“ แล้วก็นี่......เอาตัวรอดกลับมาให้ได้ แล้วจัดการอย่างที่เคยทำมานะ ” ชายสูงวัยยื่นขวดเล็กๆให้เด็กหนุ่ม พลางสบดวงตากลมโตนั้นนิ่ง ซึ่งเคียวสุเกะก็รับเอาขวดนั้นมาแล้วโค้งให้อย่างเข้าใจในความหมาย ก่อนจะหอบเอาของทุกอย่างที่ได้รับมาออกไปจากห้องทำงานของผู้ที่เป็นเสมือนพ่อบุญธรรม...ญาติของเขาเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้...
++++++++++++++++
เด็กหนุ่มร่างสูงเพรียวในชุดสูทพอดีตัวสีดำเดินลงจากแทกซี่เมื่อเขาเดินทางมาถึงที่หมาย โรงแรมหรูห้าดาวใจกลางเมืองคือสถานที่นัดพบ กลิ่นหอมสดชื่นที่แตะกับผิวกายขาวตัดกับสีของชุด ชวนให้ผู้ที่ได้กลิ่นนั้นลอยแตะจมูกต้องหันไปมองอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ว่าจะชายหรือหญิงเมื่อได้เห็นเจ้าของดวงตากลมโตสีดำรับกับผมสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาคู่นั้นฉายแววสดใสหากแต่มีสีหน้าที่เรียบเฉย เขากดลิฟท์ขึ้นไปยังห้องพักชั้นสูงสุดของโรงแรมแห่งนี้
..เพนท์เฮาส์สุดหรูท่ามกลางแสงไฟที่ไม่เคยหลับใหลในโตเกียว..
เมื่อคีย์การ์ดถูกใช้งาน ประตูห้องพักก็ถูกเปิดออก เคียวสุเกะเดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะเสียบการ์ดนั้นลงกับช่องที่ข้างประตู ระบบไฟฟ้าทุกอย่างทำหน้าที่ของมันทันที ทั้งระบบปรับอากาศที่ทำให้รู้สึกเย็นสบายได้อย่างรวดเร็ว ไฟฟ้าที่ค่อยๆสว่างขึ้นทีละดวง จนสว่างนวลตา เสียงเพลงคลาสสิคดังขึ้นเบาๆผ่านเครื่องเสียงชั้นดี ดวงตากลมโตมองไปรอบๆห้อง ช่วงขายาวนั้นพาตนเองเดินชมรสนิยมของเจ้าของห้อง เฟอร์นิเจอร์ชั้นดีเข้าชุดกับวอลเปเปอร์ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆเป็นอย่างดี และเพราะเสียงเพลงที่คลอเบาๆและความสนใจของเด็กหนุ่มที่ไปอยู่กับภาพที่เห็นจึงทำให้ไม่ได้สนใจเรื่องอื่น
อ้อมกอดที่มาจากด้านหลังทำให้เคียวสุเกะรู้สึกตัว แต่ก็ไม่ได้หันไปมอง ดวงตากลมโตนั้นมองออกไปที่กระจกห้อง เห็นเงาสะท้อนของชายหนุ่มร่างสูงกำยำผมสีน้ำตาลเข้มในชุดสูทสีเดียวกับเขาเอา แผ่นหลังรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อแข็งแรงภายใต้เสื้อผ้าเนื้อดีชุดนั้น ไหนจะอ้อมแขนแข็งแรงที่คงจะไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆอีก
“ วาตานาเบะซังใช่หรือเปล่าครับ? ” เคียวสุเกะเอ่ยถามพลางยกมือขึ้นไล้กับหลังมือของชายหนุ่มเบาๆ เทคนิคแพรวพราวแบบนี้ รอยยิ้มหวานมีให้กับกระจกห้อง
“ เคียวสุเกะสินะ? ” เสียงทุ้มฟังดูรื่นหู ขณะที่ก้มลงกระซิบที่ใบหูบางเบาๆ ริมฝีปากนั้นเฉียดผ่านใบหูก่อนจะจรดปลายจมูกกับซอกคอนั้น สูดดมกลิ่นที่เขาบรรจงเลือกให้อีกฝ่ายใช้
“ กลิ่นนี้เหมาะกับนายจริงๆ.. ”
เด็กหนุ่มย่นคอหนีเล็กน้อย ก่อนจะจับมือนั้นให้คลายออกแล้วหันไปหา
“ ดีจังฮะ ที่คุณชอบ ” รอยยิ้มหวานบาดใจ คงทำให้ใครต่อใครนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด หากแต่ไม่ใช่ชายหนุ่มตรงหน้า
“ ใส่ทุกอย่างที่ฉันเลือกให้ใช่หรือเปล่า? ” ดวงตาคู่คมสบตามอีกฝ่ายฉายแววแห่งความต้องการ
“ ผมใส่ทุกอย่างที่คุณอยากถอดให้นั่นแหละครับ .. ” รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย
แต่ก็เช่นเคย คนตรงหน้ากลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ นิ้วเรียวยาวจึงไล้กับเนคไทผ้าไหมของคนเย็นชาตรงหน้า
“ เย็นชาจังเลยน้า~ ” น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นออดอ้อน หากแต่ต้องอุทานออกมาเบาๆเมื่อถูกรวบเข้ามาในอ้อมแขนแกร่งอีกครั้ง มือเข็งแรงนั้นจับปลายคางเรียวให้เงยหน้าขึ้นมารับจูบโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นบุหรี่จางๆในปากผสานรสจูบกลายเป็นกลิ่นขมปนหวานเย้ายวนไม่น้อย ผู้ว่าจ้างเพิ่มรสสัมผัส สอดกระหวัดเกี่ยวพันยั่วเย้า โดยที่โฮสต์หนุ่มเองก็ไม่ยอมแพ้กับชั้นเชิงนั้น ยิ่งสอดสัมผัสรับจังหวะพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นโอบลำคอแกร่งก่อนจะออกแรงดึงริมฝีปากตนเองออกช้าๆ ปลายนิ้วแตะกับริมฝีปากร้อนเบาๆเป็นเชิงห้าม
“ ใจเย็นก่อนสิครับ..เพิ่งจะทุ่มกว่าๆเอง ขอผมไปอาบน้ำก่อนได้ไหม? ”
“ แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่านาย...ใส่เสื้อผ้าที่ให้ไป...ทุกชิ้นหรือเปล่า? ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ดวงตาสีอ่อนมองไล้เด็กหนุ่มตรงหน้าไปทั่วร่าง ราวกับจะทะลุไปถึงภายในชุดที่สวมอยู่
“ แหม..งั้นเดี๋ยวค่อยพิสูจน์ก็ได้ครับ .. ตอนนี้เรามาสร้างบรรยากาศกันหน่อยดีไหมครับ ” น้ำเสียงของเคียวสุเกะออดอ้อนชายหนุ่มอีกครั้ง ริมฝีปากบางยื่นไปกระซิบคลอเคลียที่ปลายคางของอีกฝ่าย
“ ผมเห็นมีบาร์เครื่องดื่มด้วย .. ขอไปโชว์ฝีมือผสมเครื่องดื่มให้คุณชิมซักแก้ว..แล้วเราค่อย...อื้ม~ ” เสียงที่พยายามต่อรองถูกปิดให้เงียบในท้ายประโยคเพราะว่าถูกจูบหนักๆแทนคำตอบอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มออกเมื่อคนจูบตอบกลับมา
“ อย่านานล่ะ ”
“ ครับ ”
++++++++++++++++
สองร่างกอดก่ายกันอยู่บนผ้าคลุมเตียงสีขาว..เคียวสุเกะยามนี้ดูราวกับเด็กหนุ่มธรรมดาที่ไร้พิษสง ต่างจากที่เพื่อนของเขาเล่ามาเลยทีเดียว ..
ยั่วให้เคลิ้ม...วางยานอนหลับแล้วหนี...
ไดสุเกะแอบเปลี่ยนขาขวดนั้นไปตั้งแต่ที่เจอกับเด็กหนุ่มครั้งแรก ดึงความสนใจด้วยคำพูดและริมฝีปากจนโอสต์หนุ่มเผลอ ยาขวดนี้จึงอยู่ในกระเป๋าแทน ในตอนแรกเขาแค่อยากจะสั่งสอนเด็กหนุ่มว่าอย่าโกงลูกค้าเช่นนี้อีก แต่เพราะรสจูบแรกที่ได้รับบริการมันช่างเหมือนกับยาเสพติด แต่ได้จูบแล้วก็อยากจะได้อย่างอื่นๆตามมาอีก เมื่อได้แล้วก็ไม่รู้จักเพียงพอ ยิ่งรับรู้ได้จากการแนบชิดร่างกายว่าเด็กคนนี้ไม่ได้ถูกใครล่วงล้ำมาก่อนก็ยิ่งต้องการ ร่างกายก็เข้ากันได้ดีเสียขนาดนี้ เสียงกรีดร้อง หยาดเหงื่อ แววตาที่มองอย่างเรียกร้อง จนไม่อาจหยุดได้ กระทั่งฤทธิ์ของยาหมดลง แต่ถึงแบบนั้น มือแกร่งก็เผลอลูบไล้ร่างบางนั้นอย่างเพลิดเพลิน ดวงตาคู่คมมองใบหน้าโฮสต์หนุ่มอย่างพิจารณา จะว่าไปเคียวสุเกะก็มีใบหน้าคล้ายกับใครบางคนของเขาอย่างประหลาด
“เคียวสุเกะ” ชายหนุ่มเรียกชื่อคนที่อยู่ในอ้อมแขนทำให้เจ้าของชื่อต้องลืมตาตื่น
“ทำงานนี้มานานหรือยัง?”ไดสุเกะเอ่ยถาม พลางขยับให้เด็กหนุ่มนอนซบอก ซึ่งเคียวสุเกะก็ยอมทำตามแต่โดยดี
“ อื้อ..ปีหนึ่งแล้วล่ะฮะ..แต่ก็ต้องฝึกมาตั้งแต่อายุสิบห้าแล้วล่ะฮะ..”มือเรียวลูบไล้กับแผ่นอกแกร่งไปมา ดวงตากลมโตนั้นฉายแววเศร้า
“ ผมเป็นเด็กที่โอนเนอร์ไปรับจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าน่ะครับ..เขาเลี้ยงผมให้โตโตมาในที่แบบนี้ เห็นเรื่องแบบนี้จนชินชาไปแล้วล่ะ ” เด็กหนุ่มพยายามยิ้มให้อีกฝ่าย อีกไม่นานก็เช้าแล้ว เขาควรจะบอกลาชายหนุ่มเสียทีสินะ
“ หมดเวลาที่คุณซื้อผมแล้วล่ะครับ ไดสุเกะซัง ” ร่างเพรียวค่อยๆขยับตัวลุกขึ้น แต่ความปวดที่แล่นลามมาจากด้านล่างก็ทำให้เขาต้องกัดริมฝีปากข่มความรู้สึกเอาไว้ หากแต่ มือแกร่งกลับดึงร่างนั้นลงมานอนในอ้อมกอดอีกครั้ง
“ ครั้งแรกไม่ใช่เหรอ..อย่าเพิ่งไปเลย นอนเถอะ แล้วฉันจะพานายไปส่งที่คลับเอง ”ไดสุเกะบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือแกร่งลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนจนเคียวสุเกะเผลอขยับรับสัมผัสอ่อนโยนและอบอุ่นนั้น มือเรียวโอบกอดร่างแกร่งเอาไว้ ซุกตัวลงกับอกกว้าง ราวกับต้องการที่พักพิง
นี่เป็นครั้งแรกของเคียวสุเกะที่ถูกโอบกอดได้อย่างอบอุ่นขนาดนี้
ถึงจะหมดเวลาแล้วก็เถอะ..
++++++++++++++++
“อะไรนะฮะ สัญญาหมั้นสามเดือน? ” เด็กหนุ่มทวนคำพูดของโอนเนอร์ เขาถูกเรียกให้ไปพบหลังจากไดสุเกะมาส่งในตอนเช้า เด็กหนุ่มไม่ได้พูดจากับใคร พอกลับมาถึงก็ตรงเข้าไปพักเลยทีเดียวเพราะยังเพลียอยู่มากนัก
“ ใช่แล้วล่ะ..วาตานาเบะซัง เขามาทำสัญญาตอนที่มาส่งนั่นล่ะ เห็นเราหลับอยู่เลยไม่ได้เข้าไปปลุก ” โอนเนอร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่เลี้ยงดูเด็กหนุ่มมาตลอดสิบกว่าปีตอบกลับมา
“ แล้วทำไมถึงไม่ถามผมซักคำล่ะฮะ โอนเนอร์ ”ดวงตากลมโตสบตาคนที่เขานับถือเป็นพ่อสั่นระริก
“เด็กเอ๋ย..” โอนเนอร์ยกมือขึ้นแตะใบหน้าเล็กๆที่สวยไม่ต่างจากผู้หญิง หากแต่มีแววตาที่สดใสแบบเด็กหนุ่มทั่วไปเบาๆ เขาฝึกเด็กคนนี้มากับมือ ไม่ใช่ให้ขายร่างกายไปจนให้การไม่ได้ แต่เพราะไม่มีทางเลือก ในสังคมแบบนี้ถ้าไม่ฝึกให้เอาตัวรอดได้ ก็คงจบไม่ต่างจากสุนัขข้างถนน เขาไม่อยากให้เด็กคนนี้เป็นแบบนั้น แต่ถึงจะพลาดท่าเสียทีแขกคนนั้นไป แต่กลับได้รับข้อเสนอในการทำสัญญาหมั้นระยะยาว .. อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกใครต่อใครมากหน้าหลายตากอดเอาอีกไม่ใช่หรือ?..
“วงการนี้น่ะทำได้ไม่นานหรอก ถ้าเก็บเงินไม่ได้ ก็ไม่สู้ไปอยู่กับคนที่พร้อมจะดูแลเราไม่ดีกว่ารึ? ”
โอนเนอร์ทิ้งคำพูดเอาไว้แบบนั้น ปล่อยให้โอสต์หนุ่มต้องใช้ความคิดเพียงลำพัง
..... และจากคืนนั้นเป็นต้นมา เขาก็ไม่ต้องออกไปรับแขกอีกเลย.. รวมถึงไม่ได้พบกับคนที่ทำสัญญาคนนั้นด้วย..
ดังนั้น สิ่งที่โฮสต์หนุ่มทำระหว่างที่อยู่ในคลับ โดยที่ไม่ต้องรับแขกก็คือการอยู่ที่บาร์เครื่องดื่ม คอยจัดการกับแชมเปญและเหล้าราคาแพงต่างๆที่เพื่อนๆโฮสต์ทั้งหลายเปิดได้ หลายต่อหลายครั้งที่มีลูกค้าต้องการเขา แต่พอรู้ว่าได้มีสัญญาหมั้นแล้วก็เลิกรากันไปเอง จะมีก็เพียงเพื่อนโฮสต์ด้วยกันที่แสดงความเห็นที่แตกต่างออกไป ว่าคนที่ทำสัญญาหมั้นหลังจากที่ออกไปกับเคียวสุเกะแค่คืนเดียวคนนั้นยอมจ่ายเงินมากมายเพื่อสัญญาหมั้นสามเดือน แต่ผ่านไปกว่าเดือนหนึ่งแล้วก็ยังไม่เคยติดต่อกลับมาเลยนี่มันแปลกจริงๆ
..อาจจะแค่อยากใช้เงินล่ะมั๊ง หมอนั่นน่ะ ..
แต่นั่นก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง เคียวสุเกะเคยถามตัวเองว่าจะรับได้ไหม ถ้าต้องนอนกับแขกมากหน้าหลายตา หลังจากที่ได้ทำกับไดสุเกะไปแบบนั้นแล้ว .. คำตอบที่เกิดขึ้นในใจนั้น มีเพียงสัมผัสที่ยังไม่เคยลืมเลือนแม้ว่าฤทธิ์ยาจะหมดไป .. ราวกับว่าร่างกายมันจดจำผู้ชายคนนี้ไปแล้ว ถึงจะไม่ได้พบเจอกันนานขนาดนี้..
++++++++++++++++
“ เคียวสุเกะ..อยากลองไปอยู่ข้างนอกไหม? ” โอนเนอร์เอ่ยถามขึ้นมาในวันหนึ่ง หลังจากที่เด็กคนนี้ไม่ต้องออกไปรับแขก เขาก็ให้มาช่วยเรื่องบาร์เครื่องดื่มและเรื่องบัญชีของคลับ
คำถามนั้นทำให้มือเรียวที่กำลังกดแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยคำนวณตัวเลขต้องหยุดนิ่ง ดวงตากลมโตภายใต้แว่นสายตาสบตากับคนที่เลี้ยงดูเขามานับตั้งแต่จำความได้ สองเดือนของสัญญาหมั้นทำให้เขาแทบจะกลายเป็นเด็กหนุ่มธรรมดาๆแล้ว
“ หมายความว่ายังไงฮะ..ออกไปอยู่ข้างนอกอะไรนั่น? ”
“ วาตานาเบะซังติดต่อมาน่ะ..เขาอยากให้เราไปอยู่กับเขา จนกว่าจะหมดสัญญา ” โอนเนอร์ตอบกลับมาเรียบๆ ราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันมาตลอดแท้ๆ
“ แล้วผมต้องไป..เหรอฮะ ” ใบหน้าเล็กก้มลง เขารู้ดี แม้จะถามออกมาแบบนั้น สัญญาหมั้นคือการซื้อตัวตามระยะเวลาในสัญญา ผูกขาดกับคนที่ทำสัญญาแต่เพียงผู้เดียว
“ มันอยู่ในสัญญานะ...เอาล่ะ วันนี้ไม่ต้องทำบัญชีแล้วล่ะ .. เก็บเสื้อผ้าเถอะ เย็นนี้ต้องไปแล้วนะ ” ชายวัยกลางคนผู้นั้นยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กหนุ่มที่เขาเอ็นดูอย่างที่สุด
++++++++++++++++
บ้านเดี่ยวไล่ระดับบนที่สูงคือที่หมายตามที่อยู่ที่ได้รับจากโอนเนอร์ ค่าแทกซี่ค่อนข้างแพงทั้งๆที่ออกมาจากสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดแล้ว ราวกับเป็นชุมชนริมทะเลสาบของผู้มีอันจะกินที่ต้องการอยู่กับความเงียบสงบ เคียวสุเกะล้วงมือไปหยิบกุญแจบ้านที่ได้รับการบอกว่าซ่อนเอาไว้ที่กระถางต้นไม้หน้าบ้าน ก่อนจะไขเข้าไปภายใน สวนไม้ดอกเล็กๆขนาดประมาณหนึ่งเมตรมีดอกไฮเดรนเยียหลากสีสันอวดโฉมอยู่ในกระถางต้นไม้ ทางเดินหินอ่อนเล็กๆก่อนจะถึงประตูของตัวบ้าน เพียงแค่เมตรเดียว แต่กลับทำให้มีรายละเอียดเล็กๆอย่างใส่ใจของผู้เป็นเจ้าของ เด็กหนุ่มใช้กัญแจที่เหลืออีกดอกไขประตูบ้านเข้าไป และเมื่อประตูเปิดออกก็ต้องพบกับสิ่งที่เรียกว่า”บ้าน”จริงๆ มันต่างจากห้องชุดที่เขาแยกออกมาอยู่คนเดียวหลังจากเริ่มทำงานโฮสต์ตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่แห่งนี้ ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ แต่กลับได้รับการดูและทำความสะอาดอย่างดี เมื่อเดินไปที่ตู้เย็นและเปิดมันออกดูก็พบว่ามีของสดกับนมและน้ำผลไม้อยู่บ้าง เห็นแบบนั้นท้องก็ร่ำร้องหาอาหารขึ้นมาเสียแบบนั้น แต่ด้วยความทำงานกลางคืนมาตลอด สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงหยิบน้ำผลไม้ออกมาดื่มพลางเดินสำรวจไปทั่วบ้านหลังนั้น แล้วก็กลับมานั่งรอเจ้าของบ้านที่โซฟานุ่มๆ ก่อนจะผล่อยหลับไปทั้งแบบนั้น
คิ้วเรียวขมวดก่อนจะลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกตัวในอ้อมแขนของใครบางคนที่อุ้มเอาไว้ในอ้อมแขน น่าแปลกทั้งที่เขาก็ไม่ได้ตัวเล็กเหมือนเด็กๆแต่คนที่กำลังอุ้มเขาอยู่กลับทำได้อย่างง่ายดาย จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของสัญญาหมั้นที่เหลืออีกหนึ่งเดือน และเป็นเพียงคนเดียวที่ช่วงชิงเอาตัวของเขาไปจนได้
“ ไดสุเกะซัง? ”
“ อะ..ทำให้ตื่นเหรอ โทษนะ ” เสียงทุ้มเอ่ยกับคนในอ้อมแขนช่วงขาที่กำลังจะพาร่างนั้นเข้าไปนอนในห้องถึงกับหยุด
“ กำลังจะพาไปนอนน่ะ..มาไกลนายคงเหนื่อย ใช่ไหมล่ะ? ”
“ เปล่าฮะ..ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ที่จริงเวลานี้ผมก็ควรต้องตื่นไปทำงานอยู่แล้ว ” เคียวสุเกะขยับตัวเพื่อให้อีกฝ่ายปล่อยเขาลง เด็กหนุ่มยิ้มให้อีกฝ่าย
“ กลับมาแล้วเหรอครับ? ” รอยยิ้มหวานและคำพูดอ่อนโยนคือสิ่งที่อยู่ในบทเรียนของการเป็นโฮสต์ เคียวสุเกะรู้ดีว่าต้องปฏิบัติตนอย่างไรหากว่าได้รับสัญญาหมั้นแบบนี้ .. จากคู่นอน กลายเป็น คนรักเพียงชั่วคราว .. นี่คือสิ่งที่เขาเรียนมา
“ อืมม์ .. กลับมาแล้ว ” มือแกร่งยกขึ้นลูบผมอีกฝ่าย สัมผัสอบอุ่น อ่อนโยนผ่านอุณหภูมิของมือทำให้รู้สึกแปลกประหลาด แต่ถึงแบบนั้นบทบาทที่เปลี่ยนไปจากคืนนั้นก็ต้องดำเนินต่อไป
“ เหนื่อยไหมฮะ..จะอาบน้ำก่อนไหม ผมจะได้ไปเปิดน้ำอุ่นไว้ให้ ” เคียวสุเกะหันไปทางห้องน้ำขนาดใหญ่ของบ้าน ก่อนจะนึกได้ถึงคำถามต่อไปที่ทำให้เขาต้องลำบากใจ
“ แต่ถ้าไดสุเกะซังจะทานข้าว..ผมก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ คือผม.. ” ใช่..เขาทำอาหารไม่เป็นเอาเสียเลย และไม่คิดใส่ใจกับเรื่องพวกนี้ด้วย คนที่ทำงานกลางคืนน่ะ แค่อาหารในคอนวิเนี่ยนหรือร้านอาหารง่ายๆแถวๆคลับในตอนเช้าก็เพียงพอแล้ว
ท่าทางลำบากใจของเด็กหนุ่มเรียกเสียงหัวเราะของผู้สูงวัยกว่าได้ทันที เขาแตะแขนอีกฝ่ายเบาๆราวกับจะปลอบใจ
“ เอาน่า..ไม่ต้องคิดมากหรอก เคียวสุเกะ ฉันไม่ได้ให้นายมาอยู่ที่นี่เพื่อทำกับข้าวให้กินซักหน่อย .. ทำตัวตามสบาย แล้วก็อยู่ฉันไปเรื่อยๆก็พอนะ ”
“ แล้วจะให้ผมทำอะไรบ้างล่ะครับ?..ทำกับข้าวไม่ได้แบบนี้ คุณคงลำบากแย่ ”ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมอย่างเกรงใจ มาอยู่กับอีกฝ่ายอีกหนึ่งเดือนปล่อยให้เวลาผ่านไปเปล่าๆแบบนี้น่ะหรือ
“ ฮะ ฮะ ..บางทีไอ้ที่ฉันจะให้นายทำจากนี้ไป อาจจะเป็นเรื่องที่ยากกว่าทำกับข้าวก็ได้นะ .. แต่ฉันอยากจะขอให้นายช่วย...เป็นคนรักปลอมๆให้ฉันจนกว่าจะหมดสัญญาได้ไหม? ”
“คนรักปลอมๆ? ”เคียวสุเกะทวนคำพูดของอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ
“ ใช่ คนรักปลอมๆ จากนี้ไปจนกว่าจะหมดสัญญา พอดีมันมีเรื่องยุ่งยากนิดหน่อยที่ต้องใช้นายเท่านั้นน่ะ..โอเคนะ? ”ไดสุเกะสบตาอีกฝ่าย ในตอนนี้เขาต้องการคำตอบรับเท่านั้น และเด็กหนุ่มก็ไม่มีทางที่จะปฏิเสธอะไรได้ ในเมื่อสัญญาฉบับนี้แลกมาด้วยเงิน..สิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่ว่าใครก็ปฏิเสธไม่ได้..
++++++++++++++++
ชายหนุ่มเตรียมห้องนอนไว้ให้เด็กหนุ่มอีกห้อง การสัมผัสระหว่างกันนั้นมีเพียงการลูบหัวเมื่อกลับมาจากที่ทำงานแล้วเพียงเท่านั้น สำหรับเคียวสุเกะแล้วนั่นก็นับว่าเป็นการดี เพราะไม่ได้ต่างจากการได้ใช้ชีวิตในแบบเด็กหนุ่มธรรมดาๆไม่ใช่หรือ แต่ว่า..ในทุกครั้งที่มองแผ่นหลังของผู้ทำสัญญาหมั้น ก็อดที่จะนึกถึงความอบอุ่นของแผ่นหลังกว้างนี้ขึ้นมาไม่ได้
การใช้ชีวิตร่วมกันพวกเขา ในเรื่องของอาหารการกินมาจากฝีมือของเจ้าของบ้าน ส่วนรสชาตินั้นดีอย่างไม่ต้องพูดถึง เคียวสุเกะนั้นเป็นเพียงลูกมือที่คอยช่วยเตรียมนั่นเตรียมนี่อยู่บ่อยๆ การแบ่งหน้าที่กันโดยให้เด็กหนุ่มเป็นคนจัดการกับถ้วย-ชามที่ใช้เรียบร้อย การเป็นคนรักปลอมๆของเคียวสุเกะนั้นยังรวมถึงการทำความสะอาดบ้านและช่วยดูแลสวนเล็กๆหน้าบ้านอีกด้วย ในทุกวันมีแต่ชีวิตของคนธรรมดาๆ เสียงหัวเราะกับท่าทางสบายๆของนักธุรกิจหนุ่ม ทำให้เขามีความสุข บ่อยครั้งที่พวกเขาจะขับรถเล่นกันที่ทะเลสาบไม่ห่างจากบ้านมากนัก ถนนเลียบทะเลสาบนั้นช่างสวยงามไม่ว่าจะเวลาไหน
“ ชอบไหม? ” ไดสุเกะถามหลังจากที่จอดรถที่จอดรถติดฝั่งนั้น ภาพของทะเลสาบกว้างสุดลูกหูลูกตาทำให้เด็กหนุ่มยิ้ม
“ ชอบครับ ”
ดวงตากลมโตที่มองภาพตรงหน้าเป็นประกายนั้นทำให้อดที่จะถามออกมาอีกครั้งไม่ได้
“ แล้วฉันล่ะ? ”
“ ชอบครับ ”
คำตอบนั้นเรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มได้อีกครั้ง มือแกร่งรั้งร่างบางให้เข้ามาหา
“ ฉันก็ชอบนายนะ ” ไดสุเกะกอดเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นในใจ จนอยากให้มีเด็กคนนี้อยู่ในอ้อมกอดตลอดไป
++++++++++++++++
“เคียวสุเกะ โอเคไหม? ”
“ ครับ? ” เสียงเรียกชื่อทำให้เคียวสุเกะต้องตื่นขึ้นจากภวังค์ในตอนเช้า หลายๆวันมานี่รู้สึกเหมือนนอนไม่ค่อยพอเลย เพราะย้ายกลับไปนอนกับไดสุเกะเสียแล้ว และในค่ำคืนที่เร่าร้อนก็ต้องหลับในอ้อมแขนแกร่งเสียทุกคืนไป
“ วันนี้จะมีแขกมาที่บ้านนะ .. เธอเป็นพี่สะใภ้ฉัน ”
“ แล้วผมต้องทำยังไงบ้างเหรอฮะ? ” เคียวสุเกะถามอย่างไม่เข้าใจ
“ ฉันอยากให้นายเล่นบทนั้น..นายที่ฉันเจอครั้งแรก ต่อหน้าเธอ ”
“ แบบนั้น..สินะครับ ” ทั้งๆที่เป็นคำพูดธรรมดา แต่กลับทำให้หัวใจของเคียวสุเกะบีบรัดเสียจนรู้สึกเจ็บ “บทนั้น”แม้จะแสดงมานับครั้งไม่ถ้วนเพียงเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น ไม่ใช่ตัวจริงของเขาเลย แต่ในเมื่อทำ”สัญญาหมั้น”กับอีกฝ่ายไปแล้ว ผู้ว่าจ้างบอกให้ทำอะไรก็ต้องทำไม่ใช่หรือ
++++++++++++++++
น้ำหอมกลิ่นที่ไดสุเกะเลือกให้ถูกฉีดพรมบนร่างที่ถูกแต่งแต้มด้วยร่องรอยรัก เสื้อผ้าที่อยู่บนเตียงก็คือชุดที่ชายหนุ่มเตรียมเอาไว้ให้ ช่างดูแตกต่างจากเสื้อผ้าลำลองสบายๆที่ใส่อยู่ทุกวัน .. เสื้อผ้าในแบบของเด็กหนุ่มขี้เล่นที่รักสนุก หากว่านี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการให้เขาสวมบทบาท เขาก็จะทำ มือเรียวฉีดมูสแต่งผมแล้วเริ่มจัดแต่งทรงผมในแบบที่ควรจะเป็น
อาหารจากร้านที่สั่งเอาไว้มาส่งพร้อมกับเข้ามาจัดโต๊ะอาหารให้เบ็ดเสร็จด้วยการจัดการของไดสุเกะ ดูเหมือนว่าทุกอย่างต้องเพอร์เฟคไปหมด ทำเอาเด็กหนุ่มรู้สึกเกร็งไม่น้อยขณะที่นั่งรอเจ้าของบ้านพร้อมกับพี่สะใภ้ของเขาที่โซฟาหน้าโทรทัศน์ จนกระทั่งได้ยินเสียงรถที่จอดเทียบยังที่จอดรถไม่ห่างจากหน้าบ้านมากนัก เคียวสุเกะจึงลุกขึ้นไปเปิดประตูบ้านทันที
“ ไดสุเกะซัง! ”เด็กหนุ่มเรียกชื่อของ”คนรัก”เสียงดังลั่นก่อนจะวิ่งมากอดอย่างไม่สนใจหญิงวัยกลางคนที่มาด้วยกันเลยแม้แต่น้อย
“ ทำไมเพิ่งมาล่ะฮะ คิดถึงจะแย่แล้ว ” ริมฝีปากบางเอ่ยตัดพ้อด้วยน้ำเสียงเง้างอน ก่อนจะยื่นหน้าขึ้นจูบริมฝีปากได้รูปนั้นเบาๆ
บทบาทที่เคียวสุเกะจัดมานั้นทำให้ชายหนุ่มรับมือแทบไม่ทัน แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเองได้บอกออกไปแล้วก็เข้าใจได้ไม่ยาก มือแกร่งโอบรอบเอวบาง ก่อนจะก้มลงจูบอีกฝ่ายต่อหน้าพี่สะใภ้อีกรอบ ตามมาด้วยปลายจมูกโด่งที่หอมแก้มนุ่มแรงๆ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเคียวสุเกะได้ทันที ก่อนจะทำเหมือนกับว่าเพิ่งเห็นบุคคลที่สาม
“ เอ๊ะ..อ้าว..มีแขกเหรอฮะ ” เด็กหนุ่มผละจากอีกฝ่ายทันที ทำหน้าเหมือนจะงอนที่ต้องมาแสดงออกต่อหน้าคนอื่นแบบนี้
“ ฮะ ฮะ ไม่ใช่แขกที่ไหนหรอก..พี่สะใภ้ฉันเอง ” ไดสุเกะทำเป็นหัวเราะก่อนจะแนะนำให้คนรักของเขารู้จักกับผู้หญิงคนที่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกตั้งแต่ที่ได้เห็นเคียวสุเกะ
“ ยินดีที่รู้จักฮะ ผมเคียวสุเกะ เป็นแฟนคุณไดสุเกะน่ะฮะ ” เด็กหนุ่มโค้งให้กับอีกฝ่ายอย่างลวกๆ ก่อนจะมองหล่อนนิ่ง ไม่ต่างจากที่หล่อนมองมา ใบหน้าเล็กเอียงเล็กน้อยเชิงแปลกใจกับท่าทางของผู้หญิงคนนั้น
“ จ๊ะ..แฟน หรอกเหรอ?..ไดสุเกะคุง? ” นานทีเดียวกว่าเธอจะตั้งสติแล้วยิ้มแห้งๆให้กับน้องชายของสามี
“ ครับ..เคียวสุเกะเป็นแฟนผมเอง ก็เด็กน่ะครับ พี่สะใภ้อย่าถือสาเลยนะครับ ” ดวงตาคู่คมสบตาของพี่สะใภ้นิ่ง
“ แบบนี้ ผมคงไม่ต้องหมั้นกับเธอแล้วนะครับ? ”
คำว่าหมั้นทำให้เคียวสุเกะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างแปลกใจ
“ อะไรนะฮะ หมั้น?! ได้ยังไงกัน แล้วผมล่ะ? ” เสียงนั้นตวาดขึ้นมาทันที บทอะไรแบบนั้นไม่ได้ยากเกินไปอยู่แล้ว
“ ไม่ยอมใช่ไหมล่ะ? ฮะ ฮะ ” เขาก้มลงจูบแก้มของเด็กหนุ่มอย่างเอาใจ พลางมองหน้าพี่สะใภ้ที่บัดนี้หน้าซีดเสียยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ยิ่งถูกทำเหมือนกำลังง้อ เด็กหนุ่มก็ยิ่งทำเหมือนอ้อนอย่างเอาแต่ใจ มือเรียวกอดคออีกฝ่ายแน่น เรียกเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูจากคนอายุมากกว่าได้อีกครั้ง
“ ทำยังไงดีล่ะครับ คงไม่ได้นั่นล่ะครับ ”
++++++++++++++++
อาหารรสเลิศที่ถูกจัดเตรียมไว้ ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้รู้สึกเอร็ดอร่อยเช่นทุกวัน เมื่อทั้งสามคนต้องนั่งร่วมโต๊ะกัน หญิงวัยกลางคนลอบมองใบหน้าเล็กๆของเด็กหนุ่มที่เป็นของน้องชายสามี กิริยาท่าทางเวลาทานอาหารนั้นราวกับได้รับการเลี้ยงดูและฝึกฝนการใช้อุปกรณ์ต่างๆบนโต๊ะอาหารแบบฝรั่งเป็นอย่างดี ผิดกับการแต่งกายและท่าทางออดอ้อนอย่างไร้มารยาทที่หน้าบ้านเมื่อครู่ เมื่ออยู่บนโต๊ะอาการเคียวสุเกะกลับไม่ได้ทำท่าออดอ้อนไดสุเกะเลยแม้แต่น้อย
“ เคียวสุเกะคุง อายุเท่าไหร่แล้วจ๊ะ? ” หล่อนเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน พยายามสังเกตลักษณะท่าทางของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม แต่คนที่ไม่ได้ถูกถามกลับตอบให้แทน
“ ปีนี้ก็ 20 น่ะครับ .. ส่วนเรื่องพ่อ-แม่น่ะ ไม่มีหรอกนะครับ เขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองมาตลอดน่ะครับ เนอะ.. ” ไดสุเกะยิ้มให้กับพี่สะใภ้ก่อนจะเอ่ยถามเด็กหนุ่ม
“ ว่าแต่ นายมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า.... ใช่ไหมนะ? ”
เรื่องที่ไม่น่าจะมีใครรู้นอกจากเขากับโอนเนอร์ทำให้เคียวสุเกะต้องถามอย่างแปลกใจ และแน่นอนว่าไม่พอใจอีกด้วย มันผิดสัญญาหมั้นไม่ใช่หรือไง เบื้องหลังของโฮสต์ ผู้ทำสัญญาหมั้นไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ในสัญญาก็ระบุไว้ชัดเจนแล้วนี่
“ อะไรกันครับ? ” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ล้อเล่นเหมือนบทบาทที่สวมอยู่แม้แต่น้อย
“ เรื่องไม่ได้อยู่ในสัญญาไม่ใช่เหรอครับ .. ผมจะกลับแล้ว..ขอตัวครับ ” ร่างบางลุกขึ้นจากโต๊ะทานข้าวทันที ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีอีกคนที่หายไปจากบทสนทนาเสียแล้ว
“ เดี๋ยวสิ..นี่ นาย .. ” ไดสุเกะรีบลุกขึ้นตามอีกฝ่ายไปทันที ก่อนที่เด็กหนุ่มร่างบางจะออกจากบ้านไปทั้งแบบนี้
++++++++++++++++
“เคียวสุเกะ..จะทำอะไรของนายน่ะ ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ มือแกร่งรั้งแขนบาง ดึงเข้าหาตัวเองอย่างแรง เขาเองก็ไม่พอใจนักที่อีกฝ่ายไม่ยอมทำตามที่ตกลงกันไว้ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นแท้ๆ
“ ผมจะกลับแล้วครับ..คุณทำผิดสัญญา สัญญาของเรามีอยู่ข้อหนึ่ง คนทำสัญญาหมั้นห้ามยุ่งเกี่ยวกับเบื้องหลังของโฮสต์ ” ดวงตากลมโตสบตาอีกฝ่ายวาววับด้วยความโกรธ
“ผมจะกลับ! ปล่อยครับ!”
“ ไม่ได้! กลับไม่ได้! แล้วที่ฉันต้องทนสืบเรื่องของนายมาตั้งสองเดือน มันเพื่ออะไร อีกแค่นิดเดียว แค่นิดเดียวฉันจะกระชากหน้ากากผู้หญิงคนนั้นออกมาได้แล้ว นายกล้าดียังไง ”
“ คุณสืบเรื่องผมเหรอ!? ถึงผมจะขายร่างกายให้คุณ แต่คุณไม่มีสิทธิ์เหยียบย่ำอดีตของผมนะ! ” เสียงนุ่มตวาดถามเสียงดัง ไม่ได้สนใจฟังว่าอีกฝ่ายพูดอะไรที่เขาไม่เข้าใจออกมาหรือเปล่า มือเรียวพยายามสะบัดตัวออกจากอีกฝ่าย
เพล้ง!
เสียงกระจกแตกดังลั่นบ้าน จนทำให้บุคคลที่สามต้องรีบวิ่งมาดูทันที แต่สิ่งที่หล่อนเห็นนั่นก็คือ ร่างผอมบางที่สะบัดตนเองจนหลุดจากร่างแกร่ง หากแต่กลับนั่งลงกับพื้นข้างกายมีเศษกระจกจากโต๊ะวางแจกันดอกไม้ข้างบันไดแตกกระจาย เด็กหนุ่มกุมข้อมือตัวเองที่เต็มไปด้วยเลือด
“ ตายแล้ว..เคียวสุเกะคุง! ” เธอปราดเข้ามาหาคนที่บาดเจ็บทันที โดยไม่สนใจเสียงห้ามของเด็กหนุ่มแม้แต่น้อย และไม่ได้สนใจมองมาทางตัวต้นเหตุเลยเช่นกัน
“ ไดสุเกะ พี่ว่า..เธอออกไปข้างนอกก่อนเถอะ พี่จะทำแผลให้เด็กคนนี้เอง ” พูดจบก็จูงมือเด็กหนุ่มให้ไปทำแผลในห้องครัว ฝ่ายไดสุเกะ เมื่อเห็นแบบนั้นก็ผลุนผลันออกจากบ้านไปทันที เสียงรถยนต์ที่ออกตัวด้วยความเร็วนั้นแสดงให้เห็นถึงความโกรธของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี
++++++++++++++++
“ ไม่เป็นไรแล้วนะจ๊ะ..เคียวสุเกะ ” เสียงหวานเอ่ยปลอบใจเด็กหนุ่มตรงหน้าขณะที่ใช้น้ำเกลือล้างแผลอย่างเบามือ โชคดีที่แค่ถูกกระจกบาดมือ ไม่มีเศษกระจกฝังอยู่
“ ไม่เป็นไรครับ..คุณ..เอ่อ ” พออ้าปากจะเรียกชื่ออีกฝ่าย แต่กลับรู้แต่ว่าเป็น “พี่สะใภ้”ของไดสุเกะเท่านั้น
“ ฉัน วาตานาเบะ รินโกะ จ๊ะ ” รอยยิ้มที่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตรนั้นทำให้เคียวสุเกะอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
“ ขอบคุณครับ รินโกะซัง ”
“ อย่าถือสาเลยนะ ไดสุเกะเขาก็เป็นแบบนี้ล่ะจ๊ะ .. เผินๆอาจจะเหมือนคนนิ่ง ยอมรับได้ทุกอย่าง แต่ฉันรู้ดี เขาไม่ยอมรับฉันเป็นพี่สะใภ้เลย ทั้งๆที่ฉันก็พยายามมาตลอด .. แล้วก็ยิ่งโมโห เรื่องขอให้เขาไปดูตัวด้วย .. ” ดวงตาคู่สวยมองที่มือกว้างของเด็กหนุ่ม เลือดหยุดไหลแล้ว เผยให้เห็นตำหนิบางอย่างที่สะกิดใจของเธอจนได้
..นั่นไฝที่ฝ่ามือ และหลังมือ ซ้าย?...
รินโกะมองหน้าเด็กหนุ่มตรงหน้าทันที สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า................หรือว่า?
“ เอ่อ..เคียวสุเกะคุง วันเกิดน่ะ..บอกฉันได้ไหมจ๊ะ?..ช่วยบอกฉันที ว่าเธอเกิดวันที่เท่าไหร่? ”หล่อนไม่รู้เลยว่าเสียงที่พูดออกไปนั้นสั่นเพียงใด
คำถามนั้นทำให้เคียวสุเกะต้องขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เขาสบตาของรินโกะนิ่ง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ
++++++++++++++++
รินโกะพยายามมาหาเคียวสุเกะโดยที่ไม่บอกใครหลังจากนั้น ทั้งสองคนดูจะเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว ราวกับสายสัมพันธ์ที่มองไม่เห็น จนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเล่าความลับของตัวเองให้ฟัง
เคียวสุเกะได้ยินเสียงร้องไห้ปนกับเสียงพูดของหญิงวัยกลางคนที่แสนอัดอั้น หล่อนได้แต่พร่ำบอกแต่ว่าหาว่าได้เจอกันอีกครั้ง จะทำทุกอยากให้ได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง
“ ฉันเคยท้องกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก สุดท้ายก็คลอดเด็กผู้ชายแล้วทิ้งเอาไว้ที่โรงพยาบาล ฉันไม่แน่ใจ..ลูกชายของฉันอาจจะเป็นเธอก็ได้ “ เสียงร้องไห้น่าสงสารกับคำพูดที่เสียใจขนาดนั้น ทำให้เคียวสุเกะตัดสินใจบางอย่างหลังจากที่ทบทวนเป็นอย่างดีแล้ว เขาไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้วนี่ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ทำสัญญาหมั้นกับเขา หลังจากวันที่เขาได้รับบาดเจ็บนับวันก็แย่ลงไปเรื่อยๆ ได้แต่รอเวลาที่จะกลับไปที่คลับเท่านั้น
“ ถ้านั่นจะทำให้รินโกะซังสบายใจ..จะลองไปกับผมดูไหมครับ?..ไปหาคนที่เลี้ยงผมมา.. ”
++++++++++++++++
จากนั้นคลับดังย่ายคาบุกิโจก็ไม่มีโฮสต์หนุ่มนามเคียวสุเกะอีกต่อไป ข่าวลือที่ว่าเด็กหนุ่มถูกซื้อตัวออกไปอยู่กับชายหนุ่มคนที่ทำสัญญาหมั้นยาวนานกว่าสามเดือน แต่กลับพาตัวไปอยู่ด้วยในเดือนสุดท้ายเพียงแต่เดือนเดียวนั้น แพร่สะพัดออกไปเรื่อยๆ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าความจริงแล้วเป็นอย่างไร
รินโกะคือแม่ที่แท้จริงของเคียวสุเกะ..ผู้หญิงที่คลอดแล้วทิ้งเขาเอาไว้ให้ต้องต่อสู้ดิ้นรนในโฮสต์คลับมาตั้งแต่ยังเล็ก.. หล่อนถึงกับร้องไห้โฮ เมื่อรู้ว่าลูกชายโตมาในสภาพไหนและทำงานอะไร ได้แต่โทษตัวเองและจะไม่ยอมให้เคียวสุเกะต้องลำบากอีก หล่อนไถ่ตัวลูกชายออกจากคลับและพร้อมที่จะไถ่บาปกับเคียวสุเกะทุกอย่าง
เริ่มต้นด้วยขอหย่าขาดกับสามีเพื่อรับเคียวสุเกะเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เรื่องต่างๆถูกจัดการไปอย่างเงียบๆ แม้ว่าตอนแรกสามีของเธอจะไม่ยินยอม แต่สุดท้ายก็ต้องทำตามความตั้งใจของเธออย่างช่วยไม่ได้
ส่วนทางบ้านของเธอนั้นในตอนแรกไม่มีใครยอมรับเคียวสุเกะ แต่เขาก็ใช้ความดีจนเอาชนะใจทุกคนได้โดยเฉพาะคุณยายของเขาเอง ที่รักหลานคนนี้มาก ด้วยความเฉลียวฉลาดมีไหวพริบดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร คุณยายจึงอยากจะให้เด็กหนุ่มไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเพื่อเอาความรู้กลับมาดูแลกิจการทางบ้าน ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปอีกครั้งจนกระทั่งถึงหูของไดสุเกะจากปากของพี่ชายในวันหนึ่งระหว่างที่ทานข้าวร่วมกัน ชายหนุ่มถึงกับนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
..ทำไมล่ะ? ทั้งๆที่ควรจะดีใจสิ ที่กระชากหน้ากากผู้หญิงหลอกลวง คนนี้ออกมาได้ เธอหย่ากับพี่ชายแล้วจะไปให้พ้นแล้วแท้ๆ แต่ทำไม..
..ทำไมต้องพาเด็กคนนั้นไปด้วย?..
++++++++++++++++
Author's talk 2 : คงจะตกใจกันใช่ไหมคะ จะจบแค่นี้หรือมีตอนต่อไป??
ก็อย่างที่ได้บอกเอาไว้ว่าเป็นการฉลองฮิต หกหลักของบลอคเรา เพราะฉะนั้น ฟิกเรื่องนี้ จะเป็นการแจกไฟล์เต็มอย่างไม่มีเงื่อนไข และไม่อิงกับการคอมเมนต์ไฟล์เรื่องเก่าค่ะ พูดง่ายๆว่าสามารถขอไฟล์ได้ทุกคนค่ะ เข้าไปดูรายละเอียดและทำตามกติตาตามนี้ค่ะ
ระยะเวลาที่ขอไฟล์ ตั้งแต่วันที่ 3 - 31 พฤษภาคม 2555 ค่ะ โดยเราจะส่งไฟล์ให้เป็นรอบๆไป อาทิตย์ละ 1 ครั้งนะคะ
ส่วนวิธีขอไฟล์ ให้กรอกแบบฟอร์มโดยการตอบคำถามตามนี้
1. รู้จักบลอคนี้จากไหน..................................................
2.แนวของแฟนฟิกชั่นของคู่นี้ที่อยากอ่าน..........................
เลือกตอบค่ะ ระหว่าง AU (เอามาแต่ชื่อ แต่เนื้อเรื่องแต่งเอาทั้งหมด) หรือ แนวอิงความจริง
3. E-mail ที่ให้ส่งไฟล์กลับ................................................
โดยให้กรอกตามแบบฟอร์มนี้ค่ะ
ชื่อ ...............................................................
จาก E-mail …………………………..........……………
ข้อความ comment …………………………………………………………
Just Sex or love?
- #1 by Zenri : yayayah_taira_shota@hotmail.com
- #2 by raminate : junno_p@hotmail.com
- #4 by brenda : brenda_miss@yahoo.com
- #5 by magicstorm : nakuru_kasunari@hotmail.com
- #6 by PettyMadoko : PettyMadoko@hotmail.com
- #7 by akaipi : peekai9485@hotmail.com
- #8 +15 by วันฟ้าใส : peueng@hotmail.com
- #11 by Yukiya : zodiac_d18@hotmail.com
- #12 by myzentrady : myzentrady@gmail.com
- #13 by Reindeer : be_rabbits@hotmail.com
- #14 By nujung : bluefriday16@hotmail.com
- #16 by momojung : meemomojung@hotmail.com
- #17 by 1978 : b39kew@hotmail.com
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับไฟล์รอบที่ 2 (18/5/2555)
- #23 By Wi : sasukung@windowslive.com
- #24 By Pam : ppounkone@yahoo.com
- #26 By View_HaMa'O : view_leo@hotmail.com
ปล. คุณ #8 +15 by วันฟ้าใส : peueng@hotmail.com เช็คเมลล์อีกรอบนะคะ ส่งให้อีกครั้งแล้วคะ
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับไฟล์รอบที่ 3 (26/5/2555)
- #28 By Babyromantica : for_babyromantica@windowslive.com
edit @ 12 May 2012 01:46:06 by kuroikuruma
edit @ 18 May 2012 23:00:18 by kuroikuruma
edit @ 26 May 2012 13:42:06 by kuroikuruma
マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」
